Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
สมัคร เยี่ยมวัด-มัสยิด กล่อมโจรให้กลับใจ
By นนทรี
ตั้งเมื่อ 05/11/2008 - 16:02

หนแรก- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พบปะพูดคุยกับชาวบ้านที่มารอต้อนรับ ที่บ้านสันติ2 อ.ธารโต จ.ยะลา ระหว่างลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.

นายกฯ"หมัก"ควง"อนุพงษ์"ลงใต้ เดินสายเยี่ยมชาวบ้าน และตรวจโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง บ้านสันติ 2 ที่ยะลาโจรใต้เผา 2 อบต.ที่ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานีต้อนรับ ส่วนที่นราธิวาสระดมทหาร-ตร.นับพันปิดล้อมตรวจค้น 13 อำเภอนับร้อยๆ จุด จับผู้ต้องหามือฆ่า 2 ตร.ระหว่างเลือกตั้งนายกอบจ.ที่ผ่านมา ที่ยะลาออกมาตรการดูแลเสาไฟฟ้าแรงสูงเข้มข้น หลังมีข่าวกรองเป็นเป้าหมายโดนทำลาย

"หมัก"เยี่ยมชุมชนเข้มแข็งยะลา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ค. ที่โครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ม.6 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร. และคณะ เดินทางมาเยี่ยมประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในโครงการ โดยมีพล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต. นายธีระ มิน ทราศักดิ์ ผู้ว่าฯยะลา และประชาชนในโครงการให้การต้อนรับ

นายสมัครกล่าวว่า การเดินทางมาเยี่ยมประชาชนถือเป็นหน้าที่ ก่อนหน้าที่จะมาโครงการได้ไปเยี่ยมชมการก่อสร้างถนนสาย 418 ของทหาร ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้า โรงแยกแก๊ส ซึ่งจากการรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านดังกล่าว ทำให้รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงสานต่อแนวทางพระราชดำริดังกล่าวด้วยการจัดสร้างโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็น บ้านสันติ 2 ขึ้น เพื่อให้ราษฎรมีที่อยู่ที่อาศัย ที่ผ่านมาหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าไปดูแลด้านความสงบเรียบร้อย จนประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัย จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการดูแลเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย การส่งเสริมอาชีพ

กล่อมผู้หลงผิดยุติการกระทำ

"ผมอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเข้าไปใกล้ชิดประชาชนให้มากขึ้น และอยากบอกกับผู้ที่กำลังหลงผิดและก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะทุกฝ่ายต้องการความสงบสุข หากผู้ที่กำลังหลงผิดคิดเปลี่ยนใจก็สามารถเข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่และร่วมกันเสริมสร้างสันติสุข ในพื้นที่ได้ และการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ผมรู้สึกดีใจและฝากบอกไปยังประชาชนทั้งประเทศว่าการเดินทาง มาเยี่ยมราษฎรในครั้งนี้ ผมมีความรู้สึกอบอุ่นใจที่เห็นทุกฝ่ายได้ดำเนินงานสานต่อโครงการพระราชดำริ และนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาจนประสบผลสำเร็จ" นายกฯ กล่าว

สำหรับโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่พระราชทานแนวทางความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 40 ครอบครัว รวม 200 คน โดยเมื่อพ.ย.2549 ต้องอพยพออกนอกพื้นที่และไปอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม เขตเทศบาลนครยะลา เนื่องมาจากทนกับปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงให้แนวทางความช่วยเหลือโดยยึดแนวทาง 4 ประการ คือ ความปลอดภัยและมั่นคงในชีวิต ครอบครัวอบอุ่น มีคุณภาพชีวิตที่สดใสและสมบูรณ์ มีที่ทำกิน มีกิจกรรมเสริมอาชีพที่เหมาะสม และได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย การศึกษาของเยาวชน ขณะนี้มีราษฎรเข้าพักอาศัยในหมู่บ้านดังกล่าวแล้วจำนวน 15 ครัวเรือน ส่วนอีก 25 ครัวเรือนอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

ตรวจเยี่ยมมัสยิดกลางยะลา

เวลา 14.00 น. นายสมัครและคณะ เดินทางต่อไปที่มัสยิดกลาง จ.ยะลา เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนผู้นำศาสนาอิสลาม โดยมีนายอับดุลเราะแม เจ๊ะแซ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา อิหม่ามประจำมัสยิดและกรรมการมัสยิดพร้อมประชาชนให้การต้อนรับ

นายสมัคร กล่าวกับผู้นำศาสนาว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวมดีขึ้น เพราะประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือมากขึ้น รัฐบาลขอยืนยันว่าการแก้ปัญหายึดแนวทางสันติวิธีและน้อมนำพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแก้ปัญหา คือเข้าถึง เข้าใจ พัฒนา

จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปที่วัดเมืองยะลา เพื่อนมัสการเจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา เสร็จแล้วจึงเดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.ยล.) เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่เดินทางกลับกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นการลงพื้นที่ดับไฟใต้ครั้งแรกของนายสมัคร หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งและบริหารงานมาแล้ว 3 เดือน โดยการเดินทางลงใต้ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีลงมือปรุงอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อปลอบขวัญและเป็นการให้กำลังใจกับ เจ้าหน้าที่อีกด้วย

ตั้งเพิ่มกพต.อีก 16 คน

ด้านนายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต. ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เปิดเผยว่านายสมัคร จะเป็นประธานในการประชุม กพต. ครั้งที่ 2/2551 ในวันที่ 14 พ.ค. 2551 เวลา 14.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยสาระสำคัญของการประชุมดังกล่าว คือ การพิจารณาแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อรองรับกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2551 รวมทั้งการเร่งรัด ติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม ทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ รวม 20 มาตรการ/โครงการ ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุม กพต.ครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายพระนาย กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งกพต.เพิ่มเติมอีก 16 คน ประกอบด้วย เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการ ก.พ. ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และผู้แทนสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้เพื่อให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว สามารถปฏิบัติงานในลักษณะบูรณาการได้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

"เบตง"สั่งระวังถอดนอตเสาไฟ

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ห้องประชุมอำเภอเบตง จ.ยะลา นายนพดล สองเมือง นายอำเภอเบตง กล่าวว่า จากกรณีมีรายงานข่าวกรองว่าคนร้ายได้ปรับแผนก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ในวงกว้าง โดยมุ่งเน้นก่อเหตุกับสิ่งสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ หลังจากที่ผ่านมาคนร้ายลอบถอดนอตเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จนเป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่จ.ยะลา นราธิวาส ดับไปทั้งเมือง จนเป็นเหตุประชาชน ผู้ประกอบการต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

นายอำเภอเบตงกล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงประชุมหารือกับพ.ต.อ.สมบัติ หวังดี ผกก.สภ.เบตง และร.อ.อภิวุฒิ จุลกลับ ผบ.ร้อย.ม.1.ฉก.ยะลา 16 กระทั่งได้แนวทางให้กำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยสิ่งสาธารณูปโภคในพื้นที่ พร้อมปรับแผนการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองออกสำรวจจำนวนเสาไฟฟ้าในพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลม และจัดทำแผนที่ที่ตั้งเสาส่งไฟฟ้าไว้ทุกต้น เมื่อเกิดเหตุจะสามารถเข้าแก้ปัญหาได้ทันที พร้อมออกลาดตระเวนตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ให้มีการประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยแต่ละพื้นที่เพื่อเป็นการสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองโดยด่วน ทันที เพื่อเป็นการป้องกันการเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจเนื่องจากอ.เบตง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดนของจ.ยะลา

เผาวอดอบต.ที่ทุ่งยางแดง

เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.วสุพล บาลี ผกก.สภ. ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงที่ทำการสำนักงานอบต.จำนวน 2 แห่ง ในอ.ทุ่งยางแดง คือ อบต.พิเทน ตั้งอยู่ม.4 ต.พิเทน และอบต.น้ำดำ ตั้งอยู่ม.4 ต.น้ำดำ เหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่าที่ทำการอบต.น้ำดำได้รับความเสียหายบริเวณตัวอาคาร เครื่องใช้สำนักงาน มูลค่าเบื้องต้น 100,000 บาท และรถดับเพลิงของอบต.เสียหายด้านหน้าประเมินราคา 30,000 บาท

ส่วนที่ทำการอบต.พิเทน พบว่า อาคารและเครื่องใช้สำนักงานเสียหายเล็กน้อยมูลค่าความเสียหายประมาณ 5,000 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านพบเห็นก่อนและช่วยกันดับไฟได้ทัน จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้ามาลอบวางเพลิงโดยใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาก่อนหลบหนีไป สำหรับประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการลอบวางเพลิงทำลายสถานที่ราชการเพื่อสร้างสถานการณ์ใต้

นราธิวาสปิดล้อมค้น13อำเภอ

เมื่อเวลา 04.00 น. พล.ต.ธีระชัย นาควานิช ผบ.ฉก.นราธิวาส น.อ.นิเวศ บุตรศรี ผบ.ฉก.นาวิกโยธิน และพล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.จว. นราธิวาส ออกปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปิดกั้นโอกาสการก่อเหตุร้ายของกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้วยการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รวมกว่า 1,000 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 13 อำเภอ รวม 84 จุด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมปาหนัน บก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ และพ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมกันแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ 13 อำเภอ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบรวมถึง กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้รวม 8 คน โดยมีของกลางเป็นยาเสพติด หม้อต้มใบกระท่อม และเงินสด หลายรายการ แยกเป็นพื้นที่สภ.บาเจาะ ควบคุมตัวนายชัยณรงค์ นิลี อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 7 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ เป็นผู้ต้องตามหมายจับที่ ฉฉ.260/2551 ลงวันที่ 29 เม.ย. ข้อหาก่อเหตุความไม่สงบ โดยเจ้าหน้าที่คาดเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุลอบยิงด.ต.อุสมาน สาและ ผบ.หมู่ป.สภ.บาเจาะ และส.ต.ต.ซัมรี ดาโว๊ะ เสียชีวิต 2 นาย ขณะที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งนายกอบจ.นราธิวาส ที่ 17 ตั้งอยู่มัสยิดบ้านแคและ หมู่ 7 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้แล้ว 2 คน คือนายอาแซ มะโร๊ะ และนายบัคราน แลนิ

จับคนให้ที่พักพิงแก๊งถอดนอต

ในพื้นที่สภ.สุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบได้ 2 คน คือ นายปาดือลี ดือราแม อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 109/2 ถนนทรายทอง 1 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และนายมุฮ์ยี มาลากะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140/2 หมู่ 6 ต.ปาเสมัส ในพื้นที่อ.ยี่งอ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเจ๊ะหะ หะสะรี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 1 ต.ตะปอเยาะ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยให้ที่พักแก่กลุ่มก่อความไม่สงบที่ก่อเหตุถอดนอตยึดเสาไฟฟ้าแรงสูงที่บ้านตะโล๊ะมีญอ หมู่ 1 ต.ตะปอเยาะ ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม 2 ต้นก่อให้กระแสไฟฟ้าดับทั้งเมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา

ในพื้นที่สภ.แว้ง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีร่วมกันต้มยาเสพติดประเภทใบกระท่อมได้พร้อมของกลาง 2 คน คือนายมือดี ลิแจ อายุ 20 ปี และนายแวอัสรี อูเซ็ง อายุ 20 ปี

ในพื้นที่ สภ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่คุมตัวนายนูรีซัม เจาะเลาะ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 81/2 หมู่ 12 ต.บูกิต ได้พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 7 เม็ด ในพื้นที่สภ.ตันหยง อ.เมือง นราธิวาส เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายรุสมัน อาลี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 7 ต.กะลุวอ ได้พร้อมของกลางยาบ้า 130 เม็ด และเงินสด 1,700 บาท โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำทั้งหมดไปสอบสวนพร้อมดำเนินคดีต่อไป

ตากใบค้นรถเจอบุหรี่เถื่อน

เมื่อเวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ประมาณ 200 นาย นำโดยพ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส พ.ท.พงษ์สิทธิ์ ขจรกิตติภูมิ ผบ.ฉก. นราธิวาส 36 ร.ต.ท.ศิริพงษ์ อ่อนละมูล ร้อยเวรสอบสวน เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายที่ต.โฆษิต ตามแผนปฏิบัติการกวาดล้างของบก.ภ.จว.นราธิวาส สามารถจับกุม บุคคลต้องสงสัยตามพ.ร.ก.ความมั่นคง ที่บ้านเลขที่ 149 หมู่ 3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส คือนายมะยากี เจ๊ะมะ อายุ 32 ปี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นได้ตั้งจุดสกัด 3 จุด เพื่อป้องกันการหลบหนีของบุคคลต้องสงสัย ปรากฏว่าที่ถนนหน้ามัสยิดบ้านต้นไทร หมู่ 5 ต.โฆษิต มีรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กข-8905 ปัตตานี แล่นผ่านมาเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถ ตรวจค้นภายในรถพบว่าบริเวณที่วางเท้าด้านหลังคนขับ มีบุหรี่หนีภาษีจากประเทศอินโดนีเซียซุกซ่อนอยู่ 100 ห่อ รวมราคาบุหรี่พร้อมค่าปรับประมาณ 3 แสนบาท ด้านหลังท้ายรถยังพบมีน้ำมันเบนซินบรรจุในแกลลอนขนาด 30 ลิตร จำนวน 6 แกลลอน จับกุมคนขับรถคือนายอาหามะ อาแซ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 4 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบกุมตัวนายมะยากี เจ๊ะมะ บุคคลต้องสงสัย และนายอาหามะ อาแซ พร้อมของกลางมาดำเนินคดีที่สภ.ตากใบ

ผบ.ทบ.ย้ำใกล้ชิดประชาชน

เวลา 17.50 น.วันเดียวกัน ที่สนามบินดอนเมือง พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์หลังร่วมเดินทางกลับพร้อมนายกฯ ว่า นายกรัฐมนตรีต้องการไปประเมินการทํางานการแก้ไขภาคใต้ จากการประเมินที่ดําเนินการอยู่ในขณะนี้เราประเมินว่าหนทางที่แก้ปัญหากันอยู่นั้นน่าจะเป็นหนทางใน การแก้ไขปัญหาได้ ทุกอย่างมีทิศทางแก้ไขที่ดีขึ้น ส่วนปัญหาการย้ายถิ่นของชาวพุทธเราพยายามดูแล ให้ชาวพุทธได้อยู่ร่วมอย่างสันติ แม้อาจจะมีข่าวคราวปัญหาอะไรขึ้นบ้างแต่ขณะนี้ก็ทุเลาเบาบางลง

เมื่อถามว่าในส่วนของมวลชนให้ความร่วมมือมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะด้านการข่าว พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เรื่องของมวลชน และเรื่องการข่าวเป็นสิ่งที่เราประเมินไว้ว่ามีมาตรการดีขึ้น ร่วมทั้งความร่วมมือของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับทางการดี รวมทั้งเรื่องของการข่าว การให้ความร่วมมือในมาตรการต่างๆ ก็น่าจะดีขึ้นถือเป็นทิศทางที่ดี

"สิ่งที่สําคัญอยู่ที่ประชาชนที่จะต้องช่วยกันทุกฝ่าย เราไม่มีสิทธิที่จะทิ้งประชาชน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเอาประชาชนไว้ ขณะนี้ก็ได้เน้นย้ำกับข้าราชการทุกฝ่ายโดยเฉพาะทหารที่ลงไปใกล้ชิดกับประชาชนว่า ต้องเร่งให้ความเข้าใจและความคิดที่ถูกต้อง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย และยากพอสมควร" ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงเครือข่ายของฝ่ายกลุ่มก่อความไม่สงบว่า โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าจะน้อยลง ซึ่งจากการประเมินประชาชนซึ่งเป็นคนใต้มีเปอร์เซ็นต์ดีเป็นส่วนมาก เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ยังเปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีทํากับข้าวเลี้ยงขณะที่ไปด้วย รวมทั้งทหารในพื้นที่ ซึ่งสําหรับตนที่ไปด้วยนายกฯผัดกะเพราไก่เลี้ยง ส่วนทหารได้แกงเขียวหวาน ผัดคะน้า และต้มฟัก

ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/945

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/