Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
พระพม่าชุมนุมอีกครั้งในย่างกุ้ง ช่วยโยมล้างถนนหลังพายุถล่ม
By นนทรี
ตั้งเมื่อ 05/07/2008 - 16:17

พระพม่าได้ออกมาช่วยชาวย่างกุ้งทำความสะอาดท้องถนนหลังพายุไซโคลนนาร์กีสถล่ม ขณะที่มีรายงานการพบเห็นทหารหรือตำรวจน้อยมาก ส่วนความช่วยเหลือจากนานาชาติเริ่มทะยอยถึงพม่าแล้ว ท่ามกลางอุปสรรคที่เกิดจากรัฐบาลพม่าเอง พม่าในไทยจี้รัฐบาลทหารเร่งช่วยเพื่อนร่วมชาติ

(7พ.ค.) พระพม่าหลายร้อยรูปออกมาปรากฏตัวตามท้องถนนต่างๆของนครย่างกุ้งอีกครั้งในวันนี้เพื่อช่วยประชาชน ทำความสะอาดท้องถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่หักโค่นลงมา และสิ่งปฏิกูลอื่นๆ ที่เกิดจากพายุไซโคลนนาร์กีส นับเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่งของพระสงฆ์ในกรุงย่างกุ้ง นับจากเมื่อเดือนกันยายน ที่พระสงฆ์เป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ก่อนจะถูกกองกำลังความมั่นคงปราบปราม แบบนองเลือด พระสมภารรูปหนึ่งเปิดเผยว่า วัดต่างๆในนครย่างกุ้งได้รับความเสียหายจากพายุเช่นกัน แต่ยังไม่มีปัญหาเรื่องอาหาร เพราะแม้ชาวบ้านจะลำบาก แต่ก็ยังใส่บาตร

สตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง ผู้พำนักอยู่ทางตะวันตกของกรุงย่างกุ้ง ให้สัมภาษณ์โดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เพราะกลัวภัยจากกองทัพพม่าว่า ปัจจุบันชาวบ้านต้องพึ่งให้พระช่วยเคลียร์ถนน เพราะชาวบ้านคาดหวังว่าทหารจะมาช่วย แต่รอเท่าไร ทหารก็ไม่มา ขณะที่หลังเกิดพายุ พระพม่าได้ออกมาช่วยชาวบ้านทำความสะอาดถนนและขนย้ายซากต้นไม้ใหญ่ที่ถอนรากถอนโคน เพราะแรงพายุ และโค่นลงทับรถยนต์กับอาคาร ตามทางเดินเต็มไปด้วยเศษซากหลังคาที่หลุดจากบ้านเรือน กับสายไฟฟ้าที่ขาดตกลงมา ขณะที่มีรายงานว่าพบเห็นทหารหรือตำรวจเข้าร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยน้อยมาก

ชายพม่าคนหนึ่งซึ่งกำลังท่องเที่ยวอยู่กับครอบครัวในนครย่างกุ้ง ตอนพายุเข้าถล่ม บอกว่า ไม่เห็นทหารเลยแม้สักนาย มีแต่ตำรวจในยานยนต์หุ้มเกราะ เมื่อบ่ายวันเสาร์ พวกเขาเห็นรถตู้จำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เอาแต่ยืนสูบบุหรี่ และมีข่าวด้วยว่า มีพื้นที่แห่งหรือสองแห่ง ที่ทหารนำเลื่อยขนาดใหญ่ไปช่วยตัดต้นไม้ที่โค่นลงมา แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านต้องออกไปตัดต้นไม้เพื่อขนไปทิ้งด้วยตนเอง

ความช่วยเหลือเริ่มทะยอยถึงพม่าแล้ว

ขณะที่โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ ได้เริ่มทะยอยนำอาหารและถุงยังชีพเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส ในบริเวณลุ่มแม่น้ำอิระวดีแล้วในวันนี้ แต่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ ที่คาดว่ามีอีกหลายล้านคนที่ยังไร้ที่อยู่อาศัย ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังจมอยู่ใต้น้ำ และถูกตัดขาดจากโลกภายนอกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 แล้ว

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 2 หมื่น 2 พัน 5 ร้อยราย และสูญหายอีกกว่า 4 หมื่น1 พัน คน เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยบอกว่าตอนนี้ศพจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้รับการเก็บกวาดเริ่มส่งเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณแล้ว

รัฐบาลพม่าระบุด้วยว่าตอนนี้มีประชาชนกว่า 1 แสนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเร่งด่วน ท่ามกลางความวิตกว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก หากไม่ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว

แต่ความพยายามของนานาชาติในการส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับอุปสรรค จากการที่รัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ยูเอ็นระบุว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลทหารพม่ายังไม่ยอมตอบรับคำขอวีซ่าให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ที่กำลังรออยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อนำสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้สำนักงานใหญ่ของยูเอ็นที่นิวยอร์กยังไม่สามารถรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ในพม่าได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพม่า

พม่าในไทยจี้รัฐบาลทหารเร่งช่วยเพื่อนร่วมชาติ

นายโก้แย คนงานแพปลาที่ท่าเทียบเรือ องค์การสะพานปลาระนอง หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง เปิดเผยว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นขึ้นในประเทศพม่า จนทำให้ชาวพม่าเสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น ชาวพม่าในไทยต่างรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ทางการพม่าช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนโดยเร็ว เพราะเชื่อว่ายังมีผู้ประสบภัย ที่ต้องการความช่วยเหลือจากทางการ

นางมายุ แม่ค้าที่มารับซื้อผลไม้จากระนอง เพื่อนำไปขายยังเกาะสอง ประเทศพม่า กล่าวว่า

มีญาติอยู่ที่กรุงย่างกุ้ง แต่ยังติดต่อไม่ได้ ไม่ทราบชะตากรรมเลยว่าเป็นอย่างไรบ้าง "ฟังข่าวจากวิทยุ และดูจากโทรทัศน์ของไทยรู้สึกเป็นห่วงญาติพี่น้องที่อยู่กรุงย่างกุ้งเป็นอย่างมาก " นางมายุ กล่าว

ที่จ.ระนอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพายุไซโคลนพัดถล่มกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปจากกรุงย่างกุ้งที่ส่งไปขายยังจังหวัดเกาะสองขาดแคลน เนื่องจากสินค้าได้รับความเสียหายจากพายุและเรือบรรทุกสินค้าต้องชะลอการส่งสินค้า ทำให้มีการปรับราคาสินค้าที่นำเข้าจากพม่าขึ้นประมาณ 10-15 % นั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ใช้ในครัวเรือนและของใช้ส่วนตัวของชาวพม่า ที่ไปขายแรงงานอยู่ในจังหวัดระนองและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อคนไทยแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ได้ใช้สินค้าเหล่านี้อยู่แล้ว สำหรับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากจังหวัดระนอง ไปยัง จ.เกาะสอง ประเทศพม่า ยังคงส่งออกในปริมาณตามปกติ ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด

นายอ่าวมิ้น คนขับเรือหางยาวที่มารับปูนซีเมนต์จากฝั่งจังระนอง กล่าวว่า เจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่จังหวัดเกาะสอง ให้มารับปูซีเมนต์ที่จังหวัดระนอง เพื่อเตรียมส่งไปยังกรุงย่างกุ้งและใกล้เคียง โดยต้องรอให้เรือสินค้าจากย่างกุ้งมาส่งของที่เกาะสองก่อน แต่ขณะนี้เรือยังไม่สามารถออกมาได้เพราะยังมีคลื่นลมแรง

ซึ้งความช่วยเหลือจากไทย

นายเซิน อายุ 50 ปี พ่อค้าชาวพม่าฝั่งพญาตองซู ประเทศพม่า ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับด่านพระเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศพม่าไม่เคยพบกับเหตุภัยพิบัติ กระทั่งมีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ "ญาติพี่น้องที่อยู่ในเมืองย่างกุ้งได้รับความเดือดร้อน หลังคาบ้านโดนพายุพัดเปิด ต้องไปอาศัยวัดอยู่ชั่วคราว พอได้รู้ข่าวทางทีวีก็ไม่สบายใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ เพราะอยู่ไกลมาก รถยนต์ก็ไม่สามารถเดินทางเข้าไปถึงได้ นอกจากจะนั่งเครื่องบินไปเท่านั้น ขอบคุณคนไทยที่ส่งความช่วยเหลือไปให้ชาวพม่าที่ได้รับความเดือดร้อน ผิดกับอีกหลายๆประเทศที่เคยมาเอาผลประโยชน์จากพม่า แต่พอเราเดือดร้อนยังไม่เคยเห็นความช่วยเหลือเข้ามาเหมือนประเทศไทย

แรงงานสมุทรสาครติดตามสถานการณ์ทุกระยะ

นายอู สัญชาติพม่า อายุ 30 ปี คนงานอาชีพแปรรูปอาหาร อยู่ที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า มีบ้านเกิดอยู่ที่ย่านกุ้ง หลังเกิดเหตุการณ์ได้ติดต่อสมาชิกในครอบครัว ทั้งพ่อ - แม่ -และน้อง รวม 3 คน แต่สัญญาณโทรศัพท์มือถือคล้ายถูกตัดไป เป็นห่วงชะตากรรมและจะพยายามหาทางเดินทางกลับบ้านโดยเร็วที่สุด

"ผมกำลังติดต่อกับเพื่อนซึ่งเป็นนายหน้าส่งเงิน ทราบว่าการเดินทางเข้า- ออกพม่าในระยะนี้มีปัญหามาก ผมเองกังวลมากๆนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว" นายอู กล่าว

นายชาย เชื้อสายพม่า สัญชาติมอญ เปิดเผยว่า เป็นชาวหงสาวดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเห็นโศกนาฏกรรมครั้งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้ส่วนตัวไม่มีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่ก็อด

เป็นห่วงเพื่อนร่วมชาติไม่ได้ "ที่ทำได้ตอนนี้ก็คือติดตามข่าวทางทีวี และเช็คความเคลื่อนไหวผ่านญาติโดยตลอดแม้ติดต่อกันยังไม่ได้เพราะมือถือโดนตัดสัญญาณก็ตาม แต่ก็พยายาที่จะติดต่อ " นายชาย กล่าว

นายแสงทอง เชิดชิด อายุ 40 ปี เจ้าของสถานประกอบการแปรรูปอาหารแห่งหนึ่งในสมุทรสาคร กล่าวว่า จากภัยธรรมชาติรุนแรงดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการเดินทางกลับไปพม่าได้ เพราะเข้าใจถึงความห่วงใยที่มีต่อครอบครัว และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ที่มา:
คมชัดลึก [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/917

Links:
[1] http://www.komchadluek.net/