ขานรับมติมส.ห้ามดื่มสุราในวัด ชี้คุมยากต้องเร่งประชาสัมพันธ์
มหาเถรสมาคมมีมติห้ามดื่มเหล้าในวัดทั่วประเทศตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน10,000 บาท ปชส.วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ขอความชัดเจนห้ามจำหน่าย เครือข่ายองค์กรงดเหล้าชี้คุมยากเร่งประชาสัมพันธ์
ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่าจากการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ได้มีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าขณะนี้ได้มีการประกาศใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ. 2551 แล้วและมีบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับวัด ศาสนสถาน ซึ่งกำหนดให้วัด ศาสนสถานเป็นเขตห้ามดื่ม และซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามมาตรา 27 และ31 ของพ.ร.บ.ดังกล่าวแต่ปรากฏว่าตั้งแต่ประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวมาพระสงฆ์ และประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบว่าพ.ร.บ.ดังกล่าว มีผลบังคับใช้แล้วทำให้ยังพบว่ามีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในวัด ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจึงขอให้ พศ. นำเสนอมส. เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขต่อไปซึ่ง มส. ได้มีมติให้พศ. ทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อให้ไปแจ้งต่อวัดในเขตปกครองของตนเองเพื่อให้ทราบ และปฏิบัติตามพ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรฯกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรา 27 (1) ของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระบุว่า วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาเป็นสถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่มาตราที่ 31(1) ระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา สำหรับโทษนั้นในมาตรา 39 ระบุว่าผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนมาตรา 27 หรือมาตรา28
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่มาตรา 42 ระบุว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันหากพบว่าพระสงฆ์เป็นผู้ที่กระทำผิดเสียเองจะถือว่ามีโทษ 2 เด้งคือ นอกจากจะถูกสึก เพราะทำผิดพระธรรมวินัยแล้ว ยังจะต้องออกไปรับโทษตามที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
**** รวมห้ามขายเหล้าในวัด
ปชส.วัดพระธาตุดอยสุเทพฯขอความชัดเจนห้ามขาย
นายวัลลภ นามวงศ์พรหม ประชาสัมพันธ์ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า อยากให้ มส.และพศ.ให้คำนิยามและตีโจทย์ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวให้ชัดเจนว่าการห้ามจำหน่ายแฮลกอฮอล์ในวัด ศาสนสถานนั้น ห้ามเฉพาะในเขตวัดหรือรวมถึงข้างกำแพงวัดด้วย
เนื่องจากที่ผ่านมาในวัดไม่มีการนำเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์มาจำหน่ายอยู่แล้ว ยกเว้นหากวัดมีการจัดงานบุญ งานประเพณีต่างๆ มักมีการนำเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์มาจำหน่ายแต่ไม่ได้เข้ามาขายในวัดจะขายด้านนอกติดกำแพงวัดแทน วัดพยายามอลุ่มอะล่วยและผ่อนให้โดยตลอด แม้พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้มานานแล้ว แต่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่มักอ้างว่าไม่ทราบ หรืออ้างว่านำเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์มาขายเฉพาะช่วงที่วัดมีการจัดงานเท่านั้น
เครือข่ายองค์กรงดเหล้าชี้คุมยาก
นายนิรุท อุทธา ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2551 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในช่วงดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้ความชัดเจนเพื่อนำมาสู่การบังคับใช้นั้นยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก อีกทั้งการผลักดันกฎหมายเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องมีระยะเวลาในการทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องนี้ เนื่องจากประชาชนยังไม่เข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้มากนัก ทำให้ตามงานมหรสพ งานบุญที่จัดขึ้นในวัดยังมีพบเห็นการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีการดื่มภายในวัดอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้วัดหลายแห่งในภาคอีสาน อาทิ จ.นครราชสีมา สุรินทร์ และขอนแก่น ได้กำหนดให้วัดเป็นเขตปลอดเหล้า ซึ่งทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าก็จะใช้ "วัด" เป็นแหล่งนำร่องที่จะให้เป็นสถานที่งดดื่มและจำหน่ายเหล้า เนื่องจากวัดเป็นเขตพื้นที่ที่สังคมไม่ค่อยปฏิเสธนักหากมีการรณรงค์หรือขอความร่วมมือ
"เราจะใช้วัดเป็นเกณฑ์เรื่องเขตปลอดเหล้า และจะเชื่อมโยง ขยายผลไปสู่งานเทศกาลหรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วิสาขบูชา วันเข้าพรรษา โดยในปีนี้ได้กำหนดให้วันเข้าพรรษา เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก"
นายนิรุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ การบังคับใช้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยจังหวัดเองจะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ก่อนนำไปสู่มาตรการเอาผิดตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานกับ สสจ.และทางจังหวัด อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจกับประชาชนต้องค่อยเป็นค่อยไป การบังคับใช้อยู่เป็นในลักษณะขอความร่วมมือ ซึ่งหากหมู่บ้าน/ชุมชนใดทำได้ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องการสูญเสียต่อร่างกายและทรัพย์สิน
ด้านนายสุวนิช ศิลาอ่อน ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเทศบาลได้ประชุมและทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมกันนี้ยังได้นำป้ายไปติดไว้ตาที่สาธารณะ โรงเรียน และวัดที่มีอยู่ในเขตเทศบาลประมาณ 20 แห่ง ห้ามมิให้การดื่มเหล้า อย่างไรก็ตามยังไม่พบว่ามีการจับกุมนักดื่มหรือผู้จำหน่ายเหล้าแต่อย่างใด มีเพียงแต่การตักเตือนและแนะนำ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเริ่มต้น ซึ่งการจะบังคับใช้ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
เจ้าอาวาสวัดอ่างทองขานรับสุดๆๆ
นายดิเรก วงษ์โทน รองนายกเทศบาลตำบลศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่าจะกระทำเพราะสถานที่ทางศาสนาเป็นสถานที่ที่น่าจะปลอดอบายมุข แต่ทุกครั้งที่ผ่านมามักจะใช้สถานที่วัดเป็นแหล่งรวบรวมอบายมุขทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นงาน บวช งานศพ แม่กระทั่งงานประเพณีสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็มักจะมีการจัดฉลองดื่มเหล้ากัน แต่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกมานั้นน่าจะทำให้ศาสนาหรือสถานที่ทางศาสนาเป็นศาสนามากขึ้น
สำหรับทางเทศบาลนั้นตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสาร พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังกล่าว หากได้รับแล้วก็จะเร่งประชาสัมพันธ์ไปตามหมู่บ้านให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม
ด้านพระครูสถิตวรธรรม เจ้าคณะตำบลบางแก้ว เจ้าอาวาสวัดนก ต.โพสะ จ.อ่างทอง กล่าวว่า อาตมาเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่มีมติดังกล่าวออกมาซึ่งเป็นตัวที่จะให้ผู้ที่คิดจะเข้ามาดื่มเหล้าภายในวัดนั้น หยุดคิดก่อนที่จะทำ ซึ่งโดยปกติแล้วทางวัดก็ห้ามอยู่แล้วว่าที่ทางศาสนาควรละเว้นจากอบายมุข แต่ก็ห้ามยากเพราะคนไทยมักจะฉลองกันด้วยสุรา ไม่ว่าจะจัดงานประเพณีต่างๆภายในวัดก็จะนำสุรามาดื่มกัน
"หากอาตมาได้รับหนังสือจาก มหาเถรสมาคม แล้วก็คงจะเรียกคณะกรรมการวัดเข้ามาเพื่อจะประกาศห้ามอย่างเด็ดขาด นอกจากนั้นอาตมายังจะควบคุมไปยังวัดต่างๆในส่วนที่อาตมารับผิดชอบอยู่ให้เคร่งครัดกับ มติมหาเถรสมาคม" เจ้าคณะตำบลบางแก้ว กล่าว
ส่วนนายจำเนียร ชาวบ้านต.จำปาหล่อ กล่าวว่า ปกติประชาชนจะเข้าไปจัดงานประเพณีต่างๆภายในวัด โดยเฉพาะงานบวช ซึ่งจะเชิญแขกมาเป็นจำนวนมากเพราะสถานที่วัดกว้างขวางและในการจัดงาน ก็จะเลี้ยงสุราเป็นประเพณีอยู่แล้วหากมีกฎระเบียบนี้ออกมาก็จำเป็นต้องทำตาม
Links:
[1] http://www.komchadluek.net/