เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีภาพพระสงฆ์ยืนกอดกับผู้ชายที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง และภาพขณะเล่นน้ำตก ว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หากได้รับการประสานก็จะตรวจสอบเท็จจริงอย่างละเอียด เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเกิดขึ้นที่ไหน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้ภาพลักษณ์ของสงฆ์ต้องเสื่อมเสีย กรณีมีข่าวพระสงฆ์ในทางเสื่อมเสียต่อเนื่องนั้น ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าพระจะมีพฤติกรรมเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตาม จะไม่นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันที่ 30 เมษายน แต่จะหารือกันนอกรอบก่อน เพื่อหาหลักฐานให้แน่ชัดก่อน เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วค่อยนำเสนอ มส.
พระครูสังฆพินัย (ประสาร จนฺทสาโร) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นพระวัดไหน ทำไมทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทุกฝ่ายควรให้สำคัญกับปัญหานี้มากกว่านี้ รวมทั้งคณะสงฆ์ต้องเร่งหาข้อสรุป และตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ประชาชนมองว่าปกป้องกันเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่พยายามแก้มาโดยตลอด แต่ยังเกิดอยู่ อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าพระที่มีพฤติกรรมเหมาะสมและสมควรแก่การเคารพ พร้อมที่จะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนานั้นมีมากกว่าพระที่ชอบทำลายชื่อเสียง จึงไม่อยากให้เหมารวมว่าปัจจุบันวงการสงฆ์เสื่อม
"ทั้งนี้ ตามพระธรรมวินัย ผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศไม่สามารถบวชได้ แต่บางครั้งการตรวจสอบคุณสมบัติก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะบางคนบวชแล้วจึงค่อยแสดงพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศออกมา ดังนั้น การแก้ปัญหาควรให้ความสำคัญใน 2 ส่วนคือ
- 1.พระอุปัชฌาย์ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะบวชอย่างเข้มงวดโดยยึดพระธรรมวินัยเป็นหลัก
- 2.เจ้าคณะผู้ปกครอง จะต้องช่วยกันดูและกวดขันวินัยของพระสงฆ์ในปกครองมากกว่านี้"
Links:
[1] http://www.matichon.co.th/matichon/