1. การอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา
2. การตั้งคณะกรรมการอุปถัมภ์ฯ
3. การกำหนดที่มาของเงินกองทุนอุปถัมภ์ฯ
4. เรื่องแม่ชี ซึ่งจะมีการรับรองและส่งเสริมอย่างไร และรูปแบบการปกครองที่เหมาะสม
5. อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งพระสงฆ์กังวลมากว่าจะให้อำนาจกับพนักงานเจ้าหน้าที่มากเกินไป
6. เรื่องบทลงโทษ จะมีทั้งโทษจำ โทษปรับ ซึ่งจะต้องกำหนดให้ชัด ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาสรุป และทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน เพื่อเสนอ ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุม พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้นำบทวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ. อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ... แจกแก่ผู้เข้าประชุม โดยเอกสารระบุว่าข้อความในร่างดังกล่าว มีเนื้อหาที่แคบเกินไป ควรเพิ่มข้อความให้ครอบคลุมองค์ประกอบของศาสนาพุทธทั้งหมด คณะกรรมการอุปถัมภ์ควรมีพระภิกษุผู้แทนจากมหาเถรสมาคมเป็นที่ปรึกษา หรือประธาน ทั้งมีพระสงฆ์ ร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้เกิดการคานอำนาจ ส่วนประธานคณะกรรมการบริหาร กองทุนอุปถัมภ์ฯไม่ควรให้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นประธานเพียงลำพัง ควรมีพระสงฆ์จากมหาเถรสมาคมร่วมเป็นประธานที่ปรึกษา และควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีอายุเพียงพอจนกว่าจะมีการทำประชาพิจารณ์เสร็จ
ด้านนายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรชาวพุทธได้ยื่นหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เพราะนายสมัครก็เคยพูดเกี่ยวกับการบรรจุศาสนาพุทธให้ เป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญไว้หลายครั้ง ทั้งนี้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่สภาฯรับร่างรัฐธรรมนูญ ทุกหน่วยงานสามารถเสนอข้อเสนอผ่านกรรมาธิการได้.
Links:
[1] http://www.thairath.co.th/