Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
เปิดขอบฟ้าคุณธรรม-จริยธรรม เวทียกระดับคุณภาพของผู้เรียน
By เก้า
ตั้งเมื่อ 04/22/2008 - 17:55

ปัจจุบันทุกภาคส่วนยังคงสร้างกระแสการขับเคลื่อนคุณธรรม-จริยธรรม ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปี 2551 รัฐบาลจะไม่ประกาศการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เป็นวาระแห่งชาติ แต่ศูนย์พัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เป็นหน่วยงานหนึ่งที่พยายามปลุกกระแสเรื่องการปลูกฝังและผลักดันให้สังคมไทยเป็นสังคมอยู่ดีมีสุข ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา ลงนามความร่วมมือในการจัดทำโครงการ "เปิดขอบฟ้าคุณธรรม จริยธรรม"

รศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะรองประธานกรรมการอำนวยการโครงการ เปิดขอบฟ้าคุณธรรมจริยธรรม กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า คุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขณะนี้บ้านเรามีปัญหาในการปฏิบัติ ทั้งในชีวิตประจำวัน ระบบการศึกษา ตลอดจนระบบการทำงาน จึงยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง ดังนั้นโครงการนี้คณะครุศาสตร์ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา ที่รวมพลังขับเคลื่อนคุณธรรมจริยธรรมในภาคปฏิบัติในสังคมมากยิ่งขึ้น โดยคณะครุศาสตร์คัดเลือกผลงานวิจัยหรือการปฏิบัติที่เข้าข่ายดีเยี่ยม (Best Practis) หรือกรณีตัวอย่างต่างๆ จากงานวิจัยที่นำเสนอเข้ามายังโครงการเปิดขอบฟ้าคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งตนเชื่อว่ามีการปฏิบัติหรือการขับเคลื่อนคุณธรรมจริยธรรมที่ดีนั้นมีอยู่มากในสังคม โครงการนี้จึงถือเป็นการให้กำลังใจคนทำดี เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดการแลกเปลี่ยนรู้ว่าสิ่งดีๆ หรือการทำความดีทำอย่างไรและเห็นผลอย่างไร โดยไม่ใช่การกระทำแบบเดิมๆ สำหรับผลงานวิจัยด้านคุณธรรมจริยธรรมที่เรามีอยู่ขณะนี้ มีทั้งผลงานจากนิสิตและคณาจารย์ในคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เอง และขณะเดียวกันเราได้จับมือกับคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศทำการวิจัย เพื่อยกระดับคุณภาพ และคุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียน โดยรับการสนับสนุนจากสภาวิจัยแห่งชาติ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค.2551 นี้

"จากการสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมในสังคมปัจจุบัน การกระตุ้นต่อมจริยธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องคงไม่สามารถวัดผลได้ในครั้งเดียว เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนทัศนคติยอมรับว่าการทำดี ทำยากกว่าการทำสิ่งไม่ดี ซึ่งไม่จริงเสมอไป จึงต้องพัฒนาความคิดของคนให้ต่อสู้กับกระแสสิ่งไม่ดีที่แวดล้อมอยู่ได้หรือไม่ โดยเน้นการพัฒนาและกระตุ้นให้มีภูมิต้านทาน และหาแนวทางที่จะทำให้คนไทยมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดไม่ดีให้เป็นความดีงามและถูกต้อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขสิ่งไม่ดีด้วย โดยคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ มีการบ่มเพาะส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นครูให้กับนิสิตเน้นคุณธรรม 9 ประการ ได้แก่ จิตวิญญาณความเป็นครู ความใฝ่รู้ วิจารณญาณความเป็นผู้นำ จิตสำนึกต่อสังคม ความกล้าหาญทางจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และวุฒิภาวะทางอารมณ์และจิตสำนึกที่ดีงาม หากนิสิตที่จบไปเป็นครูก็จะมีแนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำงานที่เข้มแข็งด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งผมหวังให้เยาวชนและผู้มีบทบาทหน้าที่ในสังคมนำงานวิจัยไปคิดต่อยอดด้วย โดยการกระตุ้นให้เกิดขบวนการต่อยอดส่งเสริมพลังแผ่นดินด้านคุณธรรมจริยธรรม ให้งอกงามเข้มแข็ง อย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักเปรียบเสมือนไฟไหม้ฟาง ทั้งนี้ต้องอาศัยการทำกิจกรรมปลุกกระแสให้เรื่องนี้อยู่ในความนิยมของคนในสังคมให้มากที่สุด ซึ่งจะก่อให้เกิดความอยู่ดีมีสุข แบบยั่งยืนเกิดขึ้นในสังคมไทย" รศ.ดร.พฤทธิ์ กล่าว

ดร.วาณี อรรจน์สาธิต รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า หลังจากลงนามความร่วมมือแล้ว มศว จะนำโครงการเปิดขอบฟ้าคุณธรรมจริยธรรมของศูนย์คุณธรรมไปเสนอในที่ประชุมคณะกรรมบริหารของมหาวิทยาลัย เพื่อคัดสรรงานวิจัยจากนิสิตและคณาจารย์ ตลอดจนโครงการที่เกี่ยวข้องมานำเสนอ ซึ่งขณะนี้ มศว จัดทำโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ของนิสิต ภายใต้แนวคิด 8 ประการได้แก่ คิดเป็นทำเป็น หนักเอาเบาสู้ รู้กาลเทศะ เปี่ยมจิตสำนึกสาธารณะ มีทักษะสื่อสาร อ่อนน้อมถ่อมตน งามด้วยบุคลิก และพร้อมด้วยศาสตร์และศิลป์ ซึ่งจัดทำโครงการเป็นแผนปฏิบัติงานระยะยาว 4 ปี นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2551-2554 โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นิสิตที่เข้าศึกษาในชั้นปีที่ 1 ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติโครงการนี้อย่างจริงจังและเร่งด่วนไปตลอดจนกระทั่งจบการศึกษาในชั้นปีที่ 4 โดยจะเน้นกาลเทศะ บุคลิกภาพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน

"เรามองว่าหากนิสิตไม่สามารถปฏิบัติตนภายใต้กฎระเบียบเล็กน้อยของมหาวิทยาลัยได้ เช่น ระเบียบการแต่งกาย การใช้วาจาสุภาพ และมีจิตสำนึกต่อสาธารณะ เมื่อจบไปแล้วจะใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างไร ด้านบทบาทของครูผู้สอน จะมุ่งเน้นการสอนด้านคุณธรรมจริยธรรมสอดแทรกเข้าไปในชั้นเรียนและรายวิชาที่เกี่ยวข้อง เพราะเรียนเก่งอย่างเดียวไม่สามารถอยู่ในสังคมหรือช่วยเหลือสังคมได้ และจะทำการสรุปข้อมูลทั้งหมด เมื่อนิสิตจบการศึกษาออกไป เพื่อนำมาประเมินว่า นิสิตมีพัฒนาการด้านคุณธรรมมากน้อยแค่ไหน และเป็นไปในทิศทางใด" รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิต มศว กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า โครงการเปิดขอบฟ้าคุณธรรมจริยธรรมเป็นโครงการที่ดี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสังคมให้เกิดกระแสรณรงค์ด้านคุณธรรมจริยธรรมเพิ่มมากขึ้น สำหรับขั้นตอนต่อไปตนจะรับหน้าที่ไปเลือกเฟ้นหาผลงานวิจัยที่คณาจารย์และนิสิตจากคณะต่างๆ จัดทำขึ้น โดยจะดูที่เนื้อหาของงานวิจัยนั้นๆ ว่าเรื่องใดที่เข้าค่ายการรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและมีการใช้เครื่องมืออะไร ความเหมาะสมที่จะนำเสนอในโครงการฯหรือไม่

"สำหรับมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นได้มีการบรรจุหลักการเรียนการสอนที่ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในหมู่นักศึกษา เช่น ระดับปริญญาตรีจะต้องเรียนวิชาบังคับ "ความรู้คู่คุณธรรม" RU 100/ระดับปริญญาโท เรียนวิชา RU 600 เป็นหลักสูตรระยะสั้น 20 ชั่วโมง เน้นด้านคุณธรรมความเสียสละเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม ส่วนนักศึกษาระดับปริญญาเอก จะต้องเรียนวิชา RU 900 ซึ่งเน้นการอบรมคุณธรรมเชิงปฏิบัติการ เมื่อจบหลักสูตรจะมีการประเมิน และตัดเกรด มี 2 ระดับได้แก่ S คือผ่าน และ U สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการประเมิน แม้วิชาดังกล่าวจะไม่มีการนับเป็นหน่วยกิตรวม แต่ถ้านิสิตนักศึกษาสอบไม่ผ่านก็ถือว่าไม่จบการศึกษา" ผศ.ดร.สิริพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้การผนึกกำลังของมหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษาจะเป็นการปัดฝุ่นงานวิจัยคุณภาพที่ถูกเก็บไว้บนหิ้งให้ออกมาตีแผ่ข้อเท็จจริงและองค์ความรู้ต่างๆ นำไปสู่การก่อร่างสร้างสังคมคุณธรรมต่อไป

ผู้เขียน:
เวทีวิพากษ์ กุมารี วัชชวงษ์
ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/857

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/