Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
By เก้า
ตั้งเมื่อ 04/19/2008 - 15:25

"พระพุทธชินราช" ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารใหญ่ ด้านทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นด้านหน้าวัด ผินพระพักตร์ไปทางแม่น้ำ เป็นพระพุทธรูปที่มีส่วนสัดสมตามแบบประติมากรรม มีลักษณะงดงามมากองค์หนึ่งในประเทศไทย

ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตรัสยกย่องสรรเสริญพระพุทธชินราช ว่า "งามหาพระพุทธรูปองค์ใดเปรียบมิได้ เป็นพระพุทธปฏิมากรดีล้ำเลิศ ประกอบไปด้วยพุทธลักษณะอันประเสริฐ มีสิริอันเทพยดาหากอภิบาลรักษา ย่อมเป็นที่สักการบูชานับถือแต่โบราณ"

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว มีส่วนสูงตั้งแต่หน้าตักถึงพระเกศ 7 ศอก พระพักตร์ทรงรูปไข่ หรือเรียกว่า รูปหน้านาง ที่แสกพระพักตร์มีเครื่องหมายศูลประดับด้วยเพชร แสดงให้เห็นเป็นอุณาโลม

การสร้างใช้วิธีหล่อเป็นท่อนๆ ด้วยทองสัมฤทธิ์ตลอดทั้งองค์ นิ้วพระพักตร์และพระบาทเสมอกัน แต่แรกสร้างนั้นยังไม่ได้ปิดทอง คงขัดเกลี้ยงแบบทองสัมฤทธิ์เท่านั้น

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างพระพุทธชินราชในปีใด แต่มีการสันนิษฐานโดยอ้างอิงตามพงศาวดาร คาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกับ พระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)

จากนั้นจึงมีการลงรักปิดทององค์พระเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2174 สมเด็จพระเอกาทศรถ โปรดให้นำทองเครื่องราชูปโภคไปแผ่เป็นทองแผ่นแล้วนำมาปิดพระพุทธชินราชด้วย พระหัตถ์ของพระองค์เองจนแล้วเสร็จ

ต่อมา ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ ได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์และลงรักปิดทององค์พระพุทธชินราชอีกครั้ง พระพุทธชินราช จึงงดงามยิ่งดังที่เห็นในปัจจุบัน

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปที่มีเรือนแก้ว หรือที่เรียกว่า พระรัศมี แกะสลักด้วยไม้สักลงรักปิดทอง มีลวดลายเป็นรูปนาค วงขนานไปตามทรงขององค์พระ ขึ้นไปบรรจบกันที่เหนือพระเกศ มีลักษณะเป็นลายรักร้อยและลายทองสร้อยสลับกัน มีสายสังวาล ทำด้วยทองเนื้อนพเก้า หรือทองสีดอกบวบ คือ ตรานพรัตน์ราชวราภรณ์ ประดับด้วยบุศย์น้ำเพชร ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงสร้างถวายเป็นพุทธบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ถวายตรานพรัตน์แด่พระพุทธชินราช เมื่อคราวเสด็จภาคเหนือ ในปี พ.ศ.2501 ซึ่งยังไม่เคยมีพระพุทธรูปองค์ใดได้รับเครื่องราชสักการะสูงส่งถึงเพียงนี้ และมีรูปยักษ์ทั้งซ้ายขวา คือ ท้าวเวสสุวรรณ และ ท้าวอาฬวกยักษ์ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์

พระพุทธรูปนี้ แสดงออกซึ่งความสงบเย็น ความมีสติปัญญา ความเมตตาอันหาที่เปรียบไม่ได้ ถือเป็นความอัศจรรย์ที่คนไทยเมื่อประมาณพันปีล่วงมาแล้ว มีความสามารถอย่างสูงส่ง ที่สามารถนำเอาพุทธจริยาทั้งสามประการ คือ พระมหากรุณาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ ซึ่งเป็นนามธรรมมาถ่ายทอดเป็นรูปลักษณะของมนุษย์ที่ปั้น หล่อ ให้มองเห็นในความรู้สึกส่วนลึกของผู้ที่ได้ประสบพบเห็นได้เช่นที่ปรากฏใน พุทธลักษณะของพุทธชินราชนี้

พระพุทธชินราช นอกจากเป็นพระปฏิมากร ที่มีลักษณะงดงามอย่างยอดเยี่ยมแล้ว ยังเป็นพระพุทธรูปที่ทรงมีพระปาฏิหาริย์เป็นอัศจรรย์อีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งหลายๆ คนได้เคยเล่าสืบต่อกันมา ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ก็มี เช่นเมื่อคราวเมืองพิษณุโลกถูกเผาในรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ตอนอื่นๆ ไฟไหม้หมด แต่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งเป็นที่สถิตของพระพุทธชินราช หาได้ไหม้ไฟไม่

ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่นิยมกราบไหว้ขอพรให้ประสบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต ประสบความสำเร็จในทุกกิจการงาน รวมถึงการสักการะวัตถุมงคลที่มีพระพุทธชินราชเป็นองค์ประกอบหลัก

สำหรับคาถากราบไหว้มีอยู่ว่า "นะ ชาลีติ ปะสิทธิลาภา ปะสันนะจิตตา สะทา โหติ ปิยัง มะมะ สัพเพ ชะนา พะหู ชะนา สัพเพ ทิสา สะมาคะตา กาละโภชะนา วิกาละโภชะนา อาคัจฉันติ ปิยัง มะมะ"

เนื่องจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดหลวง แต่เดิมวัดนี้มีงานฉลองกันตามโอกาส หลังจากในการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมา หรือเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จมานมัสการพระพุทธชินราช จึงจะโปรดให้มีการฉลองสมโภช 3 วันบ้าง 5 วันบ้าง 7 วันบ้างแล้วแต่ความเหมาะสม

ปัจจุบันนี้ ทางวัดได้จัดงานประจำปีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2477 กำหนดเอาวันพระกลางเดือน 3 เป็นต้นไป มีการฉลองใหญ่ถึง 7 วัน 7 คืน กลายเป็นงานประจำปีของทางวัด จัดขึ้นในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้นมัสการกราบไหว้พระพุทธชินราช หรือหลวงพ่อใหญ่ได้อย่างทั่วถึง

ผู้เขียน:
คอลัมน์ ไหว้พระประธาน
ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/841

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/