ขณะที่ภาคการเมืองยังคงวุ่นวาย บรรดานักการเมืองยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้มากเท่าใดนัก ทางภาคสังคม ประชาชน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเอง ก็กำลังเดือดร้อนจาก “ภัยโจร” ที่ยุคนี้ “ชุมราวกับยุง” และที่สำคัญก็อย่างที่ทราบ ๆ กันคือ...มัน “ปล้น-ขโมยทุกอย่างที่ขวางหน้า-ที่ขายได้”
ล่าสุด “มันลามเข้าวัด” มากขึ้นเรื่อย ๆ .....
“ของวัด” ถูกตุ๋น-ถูกโกงไปเป็นจำนวนมาก !!
“เมื่อหลังวันออกพรรษาที่ผ่านมามีคนมาติดต่อยืมพรม หม้อ จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้ว ชุดรับแขกเบญจรงค์ มูลค่าราว 7-8 หมื่นบาท แต่งกายชุดข้าราชการทหารมา ถือหนังสือราชการมาขอยืม ทางวัดก็ให้ยืมไป แต่เมื่อถึงเวลาที่แจ้งไว้ว่าจะนำมาคืนก็ไม่มา ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ก็ปรากฏว่าไม่มีเบอร์นี้” ...เป็นคำบอกเล่าของ พระมหาสุวิทย์ จันทาโภ วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พระมหาสุวิทย์บอกอีกว่า... ตอนหลังมาได้ข่าวว่าก่อนหน้าที่ทางวัดจะโดนนั้นวัดอื่นในแถบเดียวกันก็โดน เหมือนหัน อย่างวัดโพธิญาณ วัดคูหาสวรรค์ วัดเขื่อนขันธุ์ วัดบึงกระดาน จะเว้นช่วงราว 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน จากนั้นก็หายไป ซึ่งพระก็ทำได้เต็มที่เพียงแค่ไปแจ้งความเอาไว้ และพยายามป้องกันกันมากขึ้น โดยได้มีการประชุมคณะสงฆ์ของจังหวัด ซึ่งก็มีมติออกมาว่าถ้าเป็นคนไม่รู้จักก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ยืมของวัด
“ต้องยอมเสียศรัทธาดีกว่าเสียของ เพราะข้าวของต่าง ๆ ของวัดก็เป็นของญาติโยมที่มีจิตศรัทธาบริจาคให้วัดมาใช้สำหรับงานบุญ เพื่อส่วนรวม มิใช่เพื่อให้บางคนนำไปใช้ในร้านขายอาหาร หรือหลอกเอาไปขาย ซึ่งบางรายนั้นยังหลอกว่าจะนิมนต์พระพ่วงไปด้วย” ...พระมหาสุวิทย์กล่าว
และยังบอกด้วยว่า... สิ่งของที่ขบวนการพวกนี้ต้องการจากวัดมากก็คือ “พรมแดง” ม้วนยาว ๆ โดยนำไปตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ แล้วไปขายตามวัดชานเมือง ขายตามตลาดนัดในราคาไม่แพง ซึ่งผู้ซื้อก็ไม่รู้ว่าของนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และนอกจากพรมแดงแล้ว “ตั่ง” ที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ราคาชุดละประมาณ 3.7 หมื่นบาท หรือแม้กระทั่ง “โลงศพตู้เย็น” ขบวนการพวกนี้ก็ต้องการมาก รวมถึง “ระฆังทองเหลือง” ด้วย
“คนพวกนี้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี นรก-สวรรค์ เพียงแค่ขายได้เงินก็เอา ซึ่งวัดเองก็สงสารคุณโยมทั้งหลายที่มีใจศรัทธาบริจาคมาให้ คิดว่าน่าจะให้พวกร้านขายของเก่าช่วยกันสอดส่องด้วย ไม่ใช่เพียงแค่รับซื้ออย่างเดียว คิดว่าสงสารวัดด้วย” ...พระวัดนางพญา จ.พิษณุโลก กล่าว
ด้านพระผู้ใหญ่ที่ วัดน้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี ก็บอกว่า... รูปแบบการเข้ามาต้มตุ๋นยืมของวัดแล้วไม่คืนนั้น ก็เช่นจะมานิมนต์พระไปงานที่นั่นที่นี่ แล้วยืมของใช้ในวัดไปด้วยแทบทุกอย่าง อาทิ จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้ว เหยือกน้ำ เตาแก๊ส กระทะ หม้อใบใหญ่ ๆ ฯลฯ ซึ่งคนพวกนี้จะเลือกแต่ของดี ๆ และจำนวนมาก ๆ พระเองก็รู้ไม่ทัน หลงเชื่อ รับกิจนิมนต์ และให้ยืมของไป แต่พอถึงวันนัดก็เบี้ยวไม่มารับพระไปตามที่นิมนต์ ของก็ไม่ได้คืน
เรื่องนี้วัดในแถบ อ.เมือง จ.ชลบุรี เคยโดนกันแทบทั้งนั้น ซึ่งพอทางวัดน้อยรับรู้มาก็พยายามป้องกัน เช่นจะนิมนต์พระไปงานจะต้องรู้จักกับเจ้าอาวาสหรือพระในวัด รวมถึงการยืมของวัดด้วย และของวัดทุกชิ้นก็จะปั๊มชื่อวัดเพื่อให้คนรู้ว่าเป็นของวัด และใครที่มายืมของก็จะจดเลขทะเบียนรถที่มาขนของไว้เป็นหลักฐานด้วย
“เข้าใจว่าเวลาคนพวกนี้ออกทำงานจะเป็นช่วงเวลาไล่ ๆ กัน และหลาย ๆ วัดจะโดนหลอกติด ๆ กันไป ซึ่งจากนั้นก็จะหายไปเลย ไปเจออีกทีก็ที่อื่น ซึ่งไม่รู้เป็นแก๊งเดียวกันหรือไม่” ...พระผู้ใหญ่วัดน้อย จ.ชลบุรี กล่าว และยังบอกคล้ายกับวัดที่พิษณุโลกว่า... ของมีค่าที่แก๊งพวกนี้ต้องการมากก็คือพรมแดงแบบยาว ๆ ซึ่งมีราคาสูง ที่ทางวัดต้องใช้ในศาสนกิจบ่อยครั้ง ล่าสุดจึงมีกฎห้ามยืมพรมแดงออกไป
พระปลัดธนกฤษณ์ กิตติปุญโญ วัดเสมียนนารี กรุงเทพฯ เผยว่า... ในอดีตทางวัดก็เคยถูกหลอกยืมของไปมาก หลายครั้ง คิดมูลค่าก็หลายหมื่นบาท จนต้องออกกฎว่าหากใครจะยืมของต้องทิ้งบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการไว้ เพื่อป้องกันปัญหา อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ในกรุงเทพฯ ตอนนี้คิดว่าดีขึ้นมาก เพราะปัจจุบันคนนิยมมาจัดงานที่วัด เพราะมีศาลาเยอะ งานแต่งงานก็มีจัด ซึ่งใช้ของวัด พองานเสร็จก็คืนของเลย จึงไม่มีปัญหา
ไปดูที่วัดใหญ่ในกรุงเทพฯอย่าง วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทาง พระมหาสมเกียรติ ปัญญาสิริ เลขานุการแผนกทัศนศึกษา บอกว่า... ที่วัดนี้ก็เคยถูกหลอกยืมของแล้วไม่คืน เช่น “ตำรายาวัดโพธิ์” ซึ่งทางวัดคัดลอกจากจารึกแล้วพิมพ์เป็นหนังสือ คิดว่าคงเป็นพวกค้าของเก่าเอาไปขายต่อ
และอย่าว่าแต่ “เศียรพระพุทธรูป” เก่า ๆ จะเคยถูกตัด “รูปปั้นตุ๊กตาจีน” จะเคยถูกขโมย พระมหาสมเกียรติบอกว่า... ฝาท่อระบายน้ำในวัดก็ถูกขโมยเช่นเดียวกับฝาท่อระบายน้ำสาธารณะ บางครั้งฝาตู้ที่ครอบตู้ไฟซึ่งเป็นอะลูมิเนียมอย่างดีก็ถูกขโมยงัดไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีเหมือนกัน
“มีมิจฉาชีพหากินกับพระกับวัดหลายรูปแบบ มันน่าช้ำใจมาก เพราะเพียงแค่เรื่องจิตใต้สำนึกก็ไม่น่าจะทำแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องบาปกรรม ศีลธรรม ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้ง” ...พระวัดโพธิ์ระบุ
ยุคนี้สมัยนี้ “โจรกระจอกขโมยดะ” อาละวาดทั่ว
จะราชการ ธุรกิจ ชาวบ้าน เดือดร้อนกันไปหมด
กับพระ-กับวัด...มันก็ไม่เว้น !! เอาไงกันดี ??.
Links:
[1] http://www.dailynews.co.th/