Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
ทรัพย์สินของพระไกรสร ต้องให้’คณะสงฆ์'จัดการ
By เก้า
ตั้งเมื่อ 03/26/2008 - 18:09

คดีพระไกรสร มนุญโญ อายุ 51 ปี พระนักพัฒนาและนักเทศน์ชื่อดัง เจ้าสำนักสงฆ์ธรรมสถานสุทธิวงศ์อุดมสุข ตั้งอยู่บ้านทุ่งลุง หมู่ 2 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มรณภาพอย่างมีปริศนาภายในสำนักสงฆ์ ตำรวจยังไม่ สามารถสรุปคดีได้ว่าพระไกรสรมรณภาพเนื่องจากฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม ทำให้ประชาชนชาวภาคใต้พากันวิพากษ์วิจารณ์และเฝ้าติดตามเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องทรัพย์สินของพระไกรสรที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกศิษย์ในต่างประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ที่เดินทางมาถวายตัวเป็นศิษย์ ได้ร่วมบริจาคเพื่อให้พระไกรสรก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสงฆ์อาพาธและเพื่อสาธาร ณกุศล มอบหมายให้ลูกศิษย์ที่ไว้วางใจเป็นผู้ดำเนินการประสานงาน แต่หลังการมรณภาพเกิดความไม่ชอบมา พากล เมื่อตำรวจนำทรัพย์สินบางส่วนมาแบ่งให้ญาติและบุคคลอื่น มีการไปเปิดกุฏิยามวิกาล เงินของกลางในคดีบางส่วนหายไป กระทั่งกลุ่มลูกศิษย์ชาวต่างประเทศเข้าร้องเรียนต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศสิงคโปร์ และเดินทางเข้ามาร้องเรียนต่อผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทย ตามข่าวที่เสนอมาโดยลำดับนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาคนสพ.ไทยรัฐ รายงานมาเมื่อเช้าวันที่ 25 มี.ค.ว่า กลุ่มลูกศิษย์ชาวสิงคโปร์และมาเลเซียของพระไกรสรได้เข้าพบพระเทพวีราภรณ์ รักษาการเจ้าคณะภาค 18 ที่วัดโคกสมานคุณ พระอารามหลวง ถนนโชคสมาน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อีกครั้ง หลังเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเบื้องหลังต่างๆที่เกี่ยวกับการมรณภาพของพระไกรสรและ เรื่องทรัพย์สิน ซึ่งพระเทพวีราภรณ์กล่าวกับศิษย์ของพระไกรสรว่า การมรณภาพของพระไกรสรถือเป็นเรื่องใหญ่ ทางคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะการที่พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาว พุทธ มรณภาพอย่างมีเงื่อนงำและไม่ชอบมาพากล เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองสงฆ์ต้องดูแลและสร้างความกระจ่าง

รักษาการ เจ้าคณะภาค 18 เปิดเผยอีกว่า หลังการมรณภาพของพระไกรสร พระชั้นผู้ใหญ่ได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดโคกสมานคุณ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พระไกรสร ตลอดจนญาติโยมต่างๆจะได้สะดวกในการมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.พิทักษ์ พุทธวิโร สวญ.สภ.ทุ่งลุง เพื่อสอบถามเรื่องต่างๆและรวมถึงทรัพย์สิน แต่ พ.ต.ท.พิทักษ์ไม่ได้ ให้รายละเอียดใดๆ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข่าวทราบว่า ทางผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รอง ผบก.ภ. จ.สงขลา เข้าควบคุมดูแลคดี ซึ่งตนจะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึง ผบก.ภ.จ.สงขลา เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดี รวมทั้งรายละเอียดของทรัพย์สินต่างๆ เพราะคดีค่อนข้างเงียบและล่าช้า เหตุการณ์อย่างนี้และมาทำกับพระแบบนี้ หากจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายไม่ได้จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

พระ เทพวีราภรณ์กล่าวอีกว่า มีเรื่องที่น่าเสียใจอีกเรื่องก็คือการที่มีบุคคลบางกลุ่มปล่อยข่าวว่าเงิน สดจำนวน 3.8 แสนบาท ที่ตำรวจยึดมาจากกุฏิพระไกรสรนำมาใช้จัดงานศพ ส่วนที่เหลือจากการจัดงานศพ ได้นำถวายพระวัดโคกสมานคุณนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดทั้งสิ้น เงินที่ถวายพระ 3 หมื่นกว่าบาทในคราวจัดงานศพพระไกรสร เป็นเงินจากตู้บริจาคที่พระภิกษุและญาติโยมถวาย ไม่ใช่เงินก้อนดังกล่าว จึงอยากแจ้งให้ลูกศิษย์ได้รับทราบ และขอฝากผ่านสื่อมวลชนแจ้งถึงทุกฝ่ายทราบโดยทั่วกัน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้

“ข้อมูล ในตอนแรกที่ได้มา ทราบว่าพระไกรสรมีเงินสด 15 ล้านบาท ไปถามตำรวจเขาไม่บอก ก็ไม่เป็นไรสักวันความจริงจะปรากฏ จริงๆแล้วก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเท่าไหร่ในเรื่องเงินๆทองๆ แต่เพราะเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลเรื่องนี้ เราก็ต้องทำไปตามความประสงค์ของพระผู้มรณภาพ หนังสือที่ท่านเขียนไว้เป็นลายมือของท่าน การที่ท่านเขียนท่านอาจจะมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็ได้ ท่านเขียนบันทึกดังกล่าววันที่ 28 พฤศจิกายน พอวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 ท่านก็มรณภาพ แสดงว่าท่านอาจจะมีอะไรอยู่ในใจ อาจจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดตามหลักสงฆ์แล้ว ในเรื่องทรัพย์สมบัติเงินทองขณะที่ท่านอยู่ในสมณเพศ พระสงฆ์ ต้องเป็นผู้จัดการในเรื่องทรัพย์สินจึงจะถูกต้องและชอบธรรมมากที่สุด เพราะหลักการเป็นเช่นนั้น” พระเทพวีราภรณ์กล่าว

ที่มา:
ไทยรัฐ [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/739

Links:
[1] http://www.thairath.co.th/