จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเรียกสั้นๆ ว่า "อยุธยา" ตั้งอยู่ในภาคกลาง สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.1893 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง มีกษัตริย์ปกครอง 33 พระองค์ เป็นเมืองหลวงของไทยที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย 417 ปี มีคำขวัญประจำจังหวัดคือ "ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา"
พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่เป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่คือ "แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา" ไหลมาบรรจบกันในลักษณะล้อมรอบผืนแผ่นดินส่วนใหญ่ของตัวเมืองไว้ ตัวจังหวัดจึงเป็นเกาะที่มีบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่ง แม่น้ำ
สถานที่ท่องเที่ยวของพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานได้แก่ วัดและพระราชวังต่างๆ สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของจังหวัดในขณะนี้คือ กิจกรรมไหว้พระ 9 วัด เพื่อความเป็นสิริมงคลได้แก่ วัดพนัญเชิง นมัสการ พระพุทธไตรรัตนนายก, วัดใหญ่ชัยมงคล นมัสการพระพุทธชัยมงคล, วัดสมณโกฏฐาราม บูชาบูรพกษัตริย์, วัดสุวรรณดารารามวรวิหาร นมัสการหลวงพ่อทอง, วัดกษัตราธิราชวรวิหาร นมัสการหลวงปู่เทียม, วัดเชิงท่า ไหว้พระเจ้าตากสินมหาราช, วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร นมัสการพระพุทธนิมิตรพิชิตมาร, วิหารพระมงคลบพิตร นมัสการหลวงพ่อมงคลบพิตร และวัดท่าการ้อง นมัสการหลวงพ่อยิ้ม
กล่าวสำหรับ "วัดท่าการ้อง" ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของค่ายวัดท่าการ้อง หนึ่งในหลายๆ ค่ายที่ได้สู้รบกับพม่า เพื่อปกป้องบ้านเมืองในสมัยกรุงศรีอยุธยา ร่องรอยหลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นวัดเก่า และความสำคัญในอดีตยังมีปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
เช่น พระอุโบสถที่ปัจจุบันได้รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์ เจดีย์รายที่มีอยู่รายรอบ ที่สำคัญนั่นก็คือ "พระพุทธรัตนมงคล หรือหลวงพ่อยิ้ม" พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถคู่มากับวัดแห่งนี้ ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วไปให้ความเคารพเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าวัดแห่งนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางมัสยิดถึง 5 มัสยิด โดยมีบ้านเรือนที่เป็นพุทธศาสนิกชนอยู่ประมาณ 8-10 หลังคาเรือนเท่านั้น แต่ด้วยวิสัยทัศน์เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน "พระครูปลัดประยูร สุทธิปุญฺโญ" ที่ได้พัฒนาวัดจนกระทั่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัด เป็นหนึ่งในหลายๆ วัดที่อยู่ในโครงการทัวร์ทำบุญไหว้พระ 9 วัดของจังหวัด
แนวความคิดในการพัฒนาวัดที่ได้รวมเอาร่องรอยหลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็น อดีต ผสมผสานเข้ากับความเป็นปัจจุบัน ที่มีการพัฒนาภูมิทัศน์ จัดสวนจัดดอกไม้ให้มีความสวยงาม โดยเน้นในเรื่องความสะอาดร่มรื่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การให้บริการน้ำดื่ม ผ้าเย็นฟรี ห้องน้ำ-ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ สิ่งเหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และนิยมเดินทางมาเที่ยวบ่อยครั้ง ดั่งสโลแกนของวัดที่ว่า "มาแล้ว ต้องมาอีก"
"พระครูปลัดประยูร สุทธิปุญฺโญ" เจ้าอาวาสท่านได้พูดถึงแนวคิดนี้ว่า "การที่คนเรานั้นจะเข้าวัดก็ต่อเมื่อมีความทุกข์ หรือว่าความไม่สบายใจ แต่ปัจจุบันก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ บางคนคิดว่ามาวัดเพียงแค่มาทำบุญ ทำกุศล สังฆทาน ไหว้พระแล้วก็กลับ แต่ปัจจุบันนี้เราต้องเปลี่ยนแนวความคิดว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้น คนที่มาวัดจะต้องได้รับทั้งความสุขกาย สบายใจ มีที่พักผ่อน และการบริการต่างๆ เหมือนกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น คือการให้บริการ การดูแล เหมือนวัดเป็นที่ท่องเที่ยว แต่เราท่องเที่ยวในทางธรรมะและได้บุญกุศลกลับไป"
ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.2551 ขอเชิญนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนทั่วไป เที่ยวงานประจำปีและกราบขอพรจากพระพุทธรัตนมงคล หรือหลวงพ่อยิ้ม และกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ได้ที่วัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา
สอบถามรายละเอียด โทร.08-1991-1645, 0-3532-3088
Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/