Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการ มส. มรณภาพ
By ขุนพลน้อย
ตั้งเมื่อ 01/03/2008 - 18:17

 

มรณภาพด้วยอาการสงบ ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบเบาหวาน และปอดอักเสบ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด ละกระแสโลหิตจนมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 07.50 น. พิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 100 วัน ที่ศาลา 13 (ศาลาท่านผู้หญิงตุ่น) วัดมกุฏกษัตริยาราม

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 51 พระพรหมมุนี รักษาการเจ้าอาวาส วัดมกุฏกษัตริยาราม กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบเบาหวาน และปอดอักเสบ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด ละกระแสโลหิตจนมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 07.50 น.รวมสิริอายุ 81 ปี พรรษาที่ 61 ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านได้เข้ารับการรักษาโรคไตตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.50 และมรณภาพในที่สุด ส่วนพิธีการจัดงานสวดพระอภิธรรมนั้น ทางวัดได้ขอพระราชทานน้ำหลวงสรงศพในวันที่ 4 ม.ค. เวลา 17.00 น.และจะมี พิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 100 วัน ที่ศาลา 13 (ศาลาท่านผู้หญิงตุ่น) วัดมกุฏกษัตริยาราม

พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดี มมร. กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้สร้างผลงานให้กับคณะสงฆ์อย่างมากมายโดยเฉพาะด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ ท่านได้สร้าง โรงเรียนมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ขึ้นที่วัดชูจิตธรรมาราม เพื่อให้พระเณร เข้ามาศึกษา โดยขณะนี้มีผู้ที่เข้าเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวรวมกว่า 800 คนแล้ว ขณะเดียวกันสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ยังถือเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ชุดแรกที่ทางคณะสงฆ์อนุญาตให้เดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ และท่านยังถือเป็น สมเด็จพระราชาคณะรูปแรก และรูปเดียวในขณะนี้ ที่เรียนจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก โดยจบสาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย

"สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จบปริญญาเอกตอนอายุ 60 ปี และท่านจะบอกกับลูกศิษย์โดยตลอดว่า การที่ท่านไม่ยอมหยุดเรียน เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีอายุมากแค่ไหนก็ยังเรียนได้ " พระเทพปริยัติวิมล กล่าว

สำหรับประวัติของสมเด็จพุทธชินวงศ์ มีนามเดิมว่า ประจวบ เนียมหอม เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2469 ที่หมู่บ้านโรงจีน ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัด ราชบุรี บิดา ชื่อคง มารดา ชื่อ ท้อน เนียมหอม เป็นบุตรคนโตจาก 6 คน เมื่อตอนเป็นเด็กมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงเข้าเรียนช้า โดยเข้าเรียนเมื่ออายุ 10 ปี ที่โรงเรียนเฉลียววิทยา พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อายุ 12 ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรประจวบ เนียมหอม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2480 ที่วัดเหนือบางแพ ต.บางแพ.อ.บางแพ จ.ราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน) วัดสัตตนารถปริวัตร อ.เมือง เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูนาถ สุมโน เจ้าอาวาสวัดวัดเหนือบางแพ เป็นพระศีลจารย์

เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว สามเณรประจวบได้ศึกษาต่อในระดับชั้นป. 3 ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม ที่วัดเหนือบางแพควบคู่กันไปด้วย และเมื่อจบชั้นป.4 อายุ 14 ปี ก็สอบนักธรรมตรีได้ จากนั้นในปี 2483 ได้เข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานคร(กทม.)โดยพระครูวิบูลธรรมคุต ได้ฝากให้สามเณรประจวบมาอยู่กับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายีมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพเวที ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยได้ปรนนิบัติรับใช้พระเถระชั้นผู้ใหญ่และได้เรียนนักธรรมโท บาลีไปด้วย จนกระทั่งอายุ 21 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถวัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2489 โดยมีพระสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายีมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระธรรมปาโมกข์ เป็นพระอุปัชฌายะ พระธรรมกิจจานุการี(ผัน กิจฺจการี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระเทพกิตติเมธี (หิ้น คนฺธาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยได้รับฉายาว่า "กนฺตาจาโร"

ต่อจากนั้น ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมได้นักธรรมเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค ซึ่งในปี 2490 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช(จวน) โดยได้เข้าเรียนในสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ในปี 2491 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาศาสนศาสตรบัณฑิต ( ศ.บ.) ในปี 2499 และได้ไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท และปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในปี 2514 โดยในปี 2517 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม

ในระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียนนั้น ได้ประกอบคุณงามความดีจนได้รับพระราชทานแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยตลอด โดยในปี 2505 รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระกิตติสารมุนี, ปี 2515 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกวี, ปี 2517 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นเทพที่ พระเทพโมลี, ปี 2528 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นธรรมที่ พระธรรมธัชมุนี, ปี 2535 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.), ปี 2536 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏที่ พระธรรมปัญญาจารย์ และในปี 2543 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีนามว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นผู้ให้การสนับสนุนในเรื่องการศึกษาของคณะสงฆ์มาโดยตลอด อาทิ การสนับสนุนให้ส่งเสริมการศึกษาที่วัดชูจิตธรรมาราม ในมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย(มมร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (สำนักเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม) อุปถัมภ์โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม สังกัดกทม.,อุปถัมภ์โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.),เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมบาลี และแผนกสามัญศึกษา "มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย" ในปี 2516 ที่ ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมมร.ซึงเป็นตำแหน่งสูงสุดทางด้านการศึกษาในที่สุด

ที่มา:
คมชัดลึก [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/369

Links:
[1] http://www.komchadluek.net/