นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการศาสนา จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้หารือเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีมติตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เสนอให้ยุบรวมงานด้านพระพุทธศาสนาของกรมการศาสนา (ศน.) มาอยู่ในการดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสร็จแล้ว และเตรียมที่จะนำข้อคิดเห็นเสนอต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ทางรัฐบาลใช้ประกอบการตัดสินใจ แต่คาดว่าคงต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะจนถึงขณะนี้แล้ว คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการยังไม่ได้เสนอมติดังกล่าวมายัง รศ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพุทธฯ เพื่อเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับบทสรุปของการประชุมคณะกรรมาธิการศาสนาฯ เห็นว่า งานด้านพระพุทธศาสนา ที่กรมการศาสนาดูแลอยู่ควรนำมาอยู่รวมกันที่สำนักพุทธฯ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียวกัน และควรที่จะมีการตั้งเป็นหน่วยงานในลักษณะเดียวกับทบวง เพื่อดูแลงานด้านพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการศาสนาฯ ยังเห็นว่า หากจะมีการรวมงานกัน และนำสำนักพุทธฯ ไปอยู่รวมกับกรมการศาสนา ภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เกรงว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะดูแลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ในเรื่องของการจัดการศึกษาสงฆ์ "ยืนยันว่ามติของ ก.พ.ร. ไม่ได้ต้องการยุบกรมการศาสนาอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจกัน กรมการศาสนาจะยังอยู่ เพียงแต่ทางก.พ.ร.เห็นว่างานในด้านพระพุทธศาสนาของกรมการศาสนา และสำนักพุทธฯ มีความซ้ำซ้อนกันอยู่ จึงคิดว่าควรที่จะนำมารวมไว้ที่เดียวกัน โดยให้ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาคนเดียวกัน โดยควรที่จะยกระดับหน่วยงานเป็นทบวงด้วย" นายนพรัตน์ กล่าว
Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/