Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
เผยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ไม่มี 'ทรัพย์สิน'
By นายเว็บ
ตั้งเมื่อ 10/14/2007 - 12:54

วันที่สองของพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ที่ ศาลาขจรประศาสน์ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวัน ยังคงมีประชาชนเดินทางมากราบเคารพศพหลวงพ่อปัญญาอย่างไม่ขาดสาย ขณะเดียวกัน ทางวัดชลประทานฯ ก็ได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับการเผยแผ่ธรรมของหลวงพ่อ ไว้ให้ผู้มาเคารพศพได้ชมกันที่ศาลา 6 ตรงข้ามศาลาขจรประศาสน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนเข้าชมนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นในเวลา 14.00 น. พระครูปลัดสุวัฒนมงคลวรกุล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเที่ยงทางคณะสงฆ์และกรรมการวัด ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงพ่อปัญญาที่กุฏิ พบเพียงบัญชีเงินฝากชื่อของวัดหลายบัญชี แต่ไม่มีบัญชีเงินฝากของหลวงพ่อ และไม่มีทรัพย์สินอื่นใด ซึ่งรวบรวมทำบัญชีไว้เพื่อเปิดเผย ให้ประชาชนทราบในภายหลัง ส่วนการจัดการทรัพย์สินเหล่านี้จะได้ปรึกษากับกรรมการวัด และญาติโยมที่อุปถัมภ์ เพื่อจัดการป้องกันไม่ให้มีการนำเงินไปใช้ในทางไม่ถูกไม่ควร 

นอกจากนี้ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ กล่าวถึงพิธีสวดพระอภิธรรมด้วยว่า การสวดพระอภิธรรมศพหลวงพ่อ ซึ่งเดิมมีกำหนดตั้งสวด 7 คืนแล้วเก็บศพไว้ 100 วัน ทางกรรมการวัดและผู้หลักผู้ใหญ่ได้ตกลงเปลี่ยนกำหนดงานเป็นสวดพระอภิธรรมจนครบ 100 วัน โดยวันที่ 12-18 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 7 คืน จากนั้นจะให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเสนอความประสงค์เป็นเจ้าภาพได้กับทางวัด ซึ่งมีผู้แจ้งความประสงค์เป็นเจ้าภาพจนถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้แล้ว

ต่อมาเวลา 17.00 น. พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ ผกก.สภ.อ.ปากเกร็ด ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สายตรวจ และฝ่ายสืบสวน 30 นาย อำนวยการจราจรบริเวณทางเข้า-ออกวัด และจัดเจ้าหน้าที่ อปพร. เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลนครปากเกร็ด รวม 50 นาย ดูแลความเรียบร้อยบริเวณวัด เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก และป้องกันแก๊งมิจฉาชีพฉวยโอกาสล้วงกระเป๋าผู้มาร่วมงาน ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา ผบก.ภ.จ.นนทบุรี สั่งการให้ตำรวจสอดส่องพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่บริเวณวัดไม่ให้ขายโก่งราคา ไม่เช่นนั้นจะจับกุมดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนมาว่าบรรดาผู้ค้าลอตเตอรี่บริเวณวัด ฉวยโอกาสโก่งราคาลอตเตอรี่ที่มีเลขท้าย 96, 97 ซึ่งเป็นเลขอายุหลวงพ่อ กับเลข 401 ซึ่งเป็นเลขห้องที่นำสรีระสังขารหลวงพ่อมาเก็บไว้ที่ รพ.ชลประทาน

กระทั่งเวลา 18.00 น. นายวิเชียร พุฒิวิญญู รอง ผวจ.นนทบุรี และนายอำนวย สุวรรณคีรี และคณะ เดินทางมาร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ ซึ่งเริ่มขึ้นในเวลา 19.00 น. โดยมีพุทธศาสนิกชนอยู่ร่วมงานราว 600 คน อย่างไรก็ดี ในช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากพระเทพปริยัติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ ว่า เพื่อความเป็นระเบียบและความสะดวกในการมาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพหลวงพ่อปัญญา ทางวัดได้กำหนดเวลาเปิดปิดศาลาขจรประศาสน์ไว้คือ จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 09.00-20.30 น. เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 06.00-20.30 น. นอกจากนี้ ในเวลา 17.00-18.00 น. ของทุกวัน จะปิดศาลาเพื่อทำความสะอาด และจัดเตรียมสถานที่ จึงขอความร่วมมือกับผู้ที่จะมากราบเคารพศพหลวงพ่อปัญญาด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาการเปรียญวัดอินทราวาส ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวพัทลุง ประมาณ 1,000 คน ได้ร่วมแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณ ถวายสักการะอาลัยแด่หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เช่นกัน เนื่องจากหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนจังหวัดพัทลุง ได้สร้างคุณประโยชน์ ให้กับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทั้งการเผยแผ่หลักธรรมของศาสนา การสอนให้พุทธศาสนิกชนเป็นคนดี โดยการคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี และไปในสถานที่ดี สอนให้คนไม่หลงเชื่อในสิ่งที่งมงายและอบายมุขต่างๆ นอกจากนี้   ยังได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลพัทลุง ได้จัดหาทุนจัดสร้างตึกสงฆ์อาพาธ จัดทอดผ้าป่าเพื่อหาทุนจัดซื้อเครื่องฟอกไต และด้านอื่นๆ อีกมากมาย 

ส่วนที่สวนโมกขพลาราม หรือวัดธารน้ำไหล อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าคุณภาวนาโพธิคุณ หรือท่านอาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาส พร้อมพระในสวนโมกขพลาราม ได้นำรูปถ่ายคู่ของท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุ ในระหว่างที่หารือเรื่องหลักธรรมะที่สวนโมกข์เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว มาตั้งวางที่บนม้าหินอ่อน ด้านหน้ากุฏิ ที่วางรูปเหมือนท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเป็นจุดที่ท่านพุทธทาสภิกขุชอบออกมานั่งสอนธรรมะให้กับลูกศิษย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพ โดยมีพุทธศาสนิกชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ในส่วนของการปฏิบัติธรรมและคำสอนของท่านพุทธทาส ยังมีประชาชน และนักเรียน นักศึกษาไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน  

พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย อดีตพระอุปัฏฐาก (พระที่ดูแลใกล้ชิด) ท่านพุทธทาสภิกขุ สมัยที่ท่านพุทธ-ทาส ยังมีชีวิตอยู่ กล่าวว่า หลังท่านปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์มรณภาพ ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.นั้น ทางเจ้าอาวาส พร้อมพระภิกษุในสวนโมกข์ ได้เดินทางไปเคารพศพแล้ว และเดินทางไปสวดพระอภิธรรมร่วมเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในคืนวันที่ 13 ต.ค. 

พระอาจารย์สิงห์ทองกล่าวอีกว่า สำหรับความสัมพันธ์ของท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุนั้น มีแนวทางในการเผยแผ่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ไม่ให้ยึดติดวัตถุ โดยในอดีตได้บวชและจำพรรษาอยู่ด้วยกัน โดยท่านพุทธทาสภิกขุบวชเป็นพระ ขณะที่ท่านปัญญานันทภิกขุยังเป็นสามเณร และต่อมามีแนวทางเผยแผ่ธรรมะแนวทางเดียวกัน จึงเรียกได้ว่าเป็น “สหายธรรม” ซึ่งมีทั้งหมด 3 องค์ ประกอบด้วยท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านปัญญานันทภิกขุ และพระอาจารย์บุญชวน หรือท่านเจ้าคุณประกาศิต พระราชญาณกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร โดยมีการสัญญาสัจจะว่าจะนับถือกันเป็นพี่น้อง ปฏิบัติธรรมตามรอยพระพุทธเจ้า ไม่ยึดติดกับวัตถุ และแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยกัน โดยมีท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นพี่ใหญ่ ท่านปัญญานันทภิกขุ เป็นน้องรอง และพระอาจารย์บุญชวนหรือท่านเจ้าคุณประกาศิต พระราชญาณกวี เป็นน้องสุดท้อง ซึ่งปรากฏว่า  พระอาจารย์บุญชวนมรณภาพคนแรก หลังจากนั้นท่านพุทธทาสภิกขุเป็นองค์ที่สอง และท่านปัญญานันทภิกขุมรณภาพเป็นองค์สุดท้าย 

พระอาจารย์สิงห์ทองกล่าวด้วยว่า การมรณภาพของท่านปัญญานันทภิกขุครั้งนี้ เป็นกฎธรรมชาติ ห้ามไม่ได้ ในส่วนของการสืบสานทางศาสนายังต้องดำเนินต่อไป กิจกรรมที่สวนโมกข์ยังมีตลอดคือ การเผยแผ่ศาสนาและยึดหลักเหมือนเดิม เป็นการสืบสานต่อจากท่านพุทธ-ทาสภิกขุและท่านปัญญานันทภิกขุ โดยสภาพปัจจุบันนี้ วัตถุท่วมหัวใจคน ต้องใช้หลักธรรมะในการเยียวยา ในส่วนของธรรมะก็ต้องมีผู้สืบทอดต่อเหมือนกัน แม้ว่าทั้งท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุดับไปแล้วทั้ง 2 องค์ แต่ยังไม่ได้ขาดเสาหลักทางศาสนา ยังมีผู้สืบทอด โดยเฉพาะที่สวนโมกขพลารามแห่งนี้ ยังสืบสานต่อไป คำสอนของท่านพุทธทาสและท่านปัญญานันทภิกขุยังมีอยู่ ยังไม่ตาย  

ส่วนการที่รัฐบาลจะนำเสนอชื่อท่านปัญญานันท-ภิกขุสู่ยูเนสโก เหมือนกับท่านพุทธทาสภิกขุนั้น พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคนที่จะทำ เพราะทั้ง 2 ท่านมีแนวทางเผยแผ่ธรรมะเหมือนกัน

ที่มา:
ไทยรัฐ [1]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/235

Links:
[1] http://www.thairath.co.th/