แนวโน้มภาพภิกษุสันดานกา อาจได้ข้อยุติในสัปดาห์หน้า หลังม.ศิลปากร เรียกคณะกรรมการตัดสิน ภาพ หารือด่วน รองฯ ญาณวิทย์ เผยมีแนวโน้มไม่นำภาพจัดแสดงต่อสาธารณชน ชี้ภาพเจ้าปัญหาเคยให้พระชั้นผู้ใหญ่ดูแล้วก็เห็นด้วยกับศิลปินที่ต้องการสะท้อนความจริงในสังคมปัจจุบัน ส่วนประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ ระบุ ไม่กังวลถ้าจะถูกฟ้อง ถ้าจะยุติภาพก็ไม่ว่าอะไร แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย แจงขั้นตอนตัดสินภาพถูกกำหนดไว้ถูกต้อง มีหลักเกณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว
จากกรณี พระมหาโชว์ ทัสนีโย พร้อมกลุ่มองค์กรชาวพุทธ เดินทางมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยื่นหนังสือต่อ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กดดันให้มหาวิทยาลัยศิลปากร ยกเลิกการแสดงภาพเขียนภิกษุสันดานกา และภาพหมา-นุษย์ ที่แสดงอยู่ในงานศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 พร้อมทั้งขู่จะฟ้องร้องคณะกรรมการตัดสินภาพดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง รักษาราชการแทนรองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยจะเชิญคณะกรรมการทั้ง 18 คนมาร่วมประชุมหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับการนำเสนอภาพภิกษุสันดานกาต่อสาธารณชน ซึ่งตนคิดว่า มีแนวโน้มไม่นำภาพชุดดังกล่าวไปจัดแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งในม.ศิลปากรด้วย อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการโดยภาพรวมทั้งหมดก่อน
ผศ.ญาณวิทย์ เผยต่อว่า ทั้งนี้จะเร่งจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมความคิดเห็นของพระเถระชั้นผู้ใหญ่และปราชญ์ให้แล้วเสร็จประมาณวันที่ 9 ต.ค.นี้ เพื่อจะนำไปมอบให้แก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รวมถึง คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพิจารณาด้วย ในเรื่องนี้ขอยืนยันว่าคณะกรรมการตัดสิน หรือแม้แต่ศิลปินไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พระพุทธศาสนาแต่อย่างใด เพียงแต่อยากที่จะสะท้อนมุมมองอีกด้านหนึ่งของสังคม อีกทั้งได้นำภาพภิกษุสันดานกาไปสอบถามความคิดเห็นจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความเห็นด้วยกับศิลปิน
ศ.เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกและตัดสินฯ กล่าวว่า การจะยุติการจัดแสดงภาพภิกษุสันดานกา และภาพหมา-นุษย์ นั้น คงต้องรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการทั้งหมดก่อน รวมทั้งต้องรับฟังความคิดเห็นของ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วยว่า จะเห็นควรอย่างไร แต่โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่า เพื่อให้เกิดความสงบขึ้นในสังคม ถ้าจะมีการยุติการนำเสนอภาพชุดดังกล่าว ตนก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง จะเป็นการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลของคนที่สนใจหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ส่วนจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับตนนั้น ก็เป็นสิทธิที่ทำได้และก็ไม่กังวลอยู่แล้ว
"ผมในฐานะที่เป็นประธานอยากจะบอกว่า การคัดเลือกภาพมีกฎกติกาชัดเจน คือ ไม่กระทบต่อสังคม ไม่ลามกอนาจาร ขัดต่อศีลธรรมอันดี ซึ่งภาพดังกล่าวคณะกรรมการได้เห็นว่าเป็นภาพที่ชี้ให้เห็นความเป็นจริงของสังคมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่อาศัยผ้าเหลืองซุก ตัวกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น เสพยาเสพติด ข่มขืนผู้หญิง การทำเสน่ห์ เป็นต้น ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า พระเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ดังนั้นการสะท้อนสิ่งไม่ดีที่เข้ามาแฝงตัวในพระพุทธศาสนา ผมคิดว่าศิลปินนั้น หวังดีต่อพระพุทธศาสนามากกว่าการลบหลู่ และจะขอถามว่า เรื่องของคนไม่ดีที่มาอาศัยผ้าเหลืองประพฤติชั่วมีอยู่จริงในสังคมหรือไม่? ศ.เกียรติคุณ ประหยัด กล่าว
นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย พิจารณาถึงข้อความผิดของ นายอนุพงษ์ จันทร ศิลปิน รวมไปถึงคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 เพราะถือว่ามีความผิดเข้าข่ายมาตราที่ 206 ของประมวลกฎหมายอาญา ที่ระบุว่า ผู้ใดดูหมิ่นทำลายพระพุทธศาสนา จะต้องระวางโทษ จำคุก 1-7 ปี และปรับ 2,000-14,000 บาท
นายสุเมธัส ศิวัตรา วุฒิอาสา ธนาคารสมอง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ทางองค์กรได้มอบหมายให้ตนมาดูแนวทางด้านกฎหมาย เพื่อหาทางดำเนินการเกี่ยวกับผู้วาดภาพภิกษุสันดานกา และคณะกรรมการตัดสินภาพ เพราะเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 ซึ่งในส่วนการดำเนินการฟ้องร้องศาลอาญาในวันที่ 9 ต.ค.นั้น ทางนาย สันติพงษ์ นิมิตร ทนายความอิสระจะเป็นผู้ทำสำนวนยื่นฟ้องต่อศาล ร่วมกับนายอนุรักษ์ รุ้งแจ้ง อดีตพนักงานฝ่ายต่างประเทศ ธนาคารกสิกรไทย
นายถวัลย์ ดัชนีย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 44 กล่าวว่า ตนเป็นคณะกรรมการตัดสินภาพของนายอนุพงษ์ มานานกว่า 8 ปี แล้ว ซึ่งผลงานภาพของนาย อนุพงษ์ ได้สื่อถึงปรัชญาของพระพุทธศาสนา สำหรับรูปภิกษุสันดานกา เป็นการแสดงออกทางความคิด ให้เห็นบาดแผลในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้หากทางองค์กรทางพระพุทธศาสนาจะฟ้อง ตนยินดีรับคำฟ้อง และจะไปขึ้นศาล นอกจากนี้เห็นว่า การที่พระมหาโชว์ได้พูดในวันที่ไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงศึกษาธิการ เป็นคำพูดที่ต่ำช้ากว่าความเป็นพระ เพราะพระต้องอยู่ในสมณะ มีหิริโอตตัปปะ และไม่มีทิฐิ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์ ตนคิดว่าพระกลุ่มนี้โดนจี้จุดจึงร้อนตัวเกินไปหรือเป็นพวกวิกลจริต อยากดัง จึงต้องทำตัวเป็นข่าว อยากถามว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องหรือแก้ปัญหาพระที่ออกมาแก้ผ้า มั่วสีกา หรือใช้มีด กรีดร่างกาย หลอกลวงประชาชน.
Links:
[1] http://www.dailynews.co.th/