มติจากที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาโลกปี 2548 ที่ไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลก
นับเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่ชาวพุทธทั่วโลกเฝ้าดูการพัฒนาของพุทธมณฑล แต่จนถึงวันนี้ เหมือนทิศทางในการพัฒนาพุทธมณฑลเพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก กลับยังไม่มีความชัดเจน ที่สำคัญ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล ซึ่งนับว่าเป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนงานพุทธมณฑล ก็ยังไม่มีตัวจริง มีแต่ผู้รักษาการแทนเท่านั้น
และสิ่งที่น่าวิตกที่สุดขณะนี้ คือ ชาวพุทธประเทศต่างๆ เริ่มรอไม่ไหว และหันมาพัฒนาประเทศตัวเองบ้าง เพื่อหวังเป็นศูนย์กลางที่เก็บข้อมูลของพระพุทธศาสนา
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ เล่าว่า เจตนาของมติที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติเมื่อปี 2548 คือ ต้องการให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางของข้อมูลของพระพุทธศาสนาจากทั่วโลก ซึ่งชาติต่างๆเตรียมระบบข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจากทั่วโลกพร้อมแล้ว เหลือเพียงรอดูแผนแม่บทในการพัฒนาพุทธมณฑลของไทย เพื่อที่จะดูว่าจะเข้ามาให้การสนับสนุนในเรื่องใดได้บ้าง โดยเบื้องต้นจะมีการเข้ามาช่วยพัฒนาห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งจะมีการรวบรวมพระไตรปิฎกจากทั่วโลกเข้ามาไว้ที่พุทธมณฑล
"ยอมรับว่าการดำเนินการของพุทธมณฑลยังช้าอยู่ และในการร่วมประชุมชาวพุทธระดับนานาชาติแต่ละครั้ง จะถูกสอบถามความคืบหน้าในการพัฒนาพุทธมณฑลโดยตลอด เพราะอย่างประเทศศรีลังกาก็รอดูต้นแบบของพุทธมณฑล เพื่อไปพัฒนาสร้างพุทธมณฑลในศรีลังกา จะถามมาตลอดว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนก็เตรียมที่จะสร้างพุทธมณฑลเช่นกัน ส่วนประเทศญี่ปุ่นก็มีการลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมสร้างศูนย์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเช่นกัน หากประเทศไทยยังดำเนินการช้าอยู่ก็เป็นไปได้ว่า ต่อไปศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก จะเปลี่ยนจากไทยเป็นประเทศอื่น" พระธรรมโกศาจารย์กล่าว
ขณะที่มหาเถรสมาคมเองก็มองเห็นปัญหาในความล่าช้าของการพัฒนาพุทธมณฑล โดยล่าสุดได้มีมติให้มีการปรับปรุงคณะกรรมการพัฒนาพุทธมณฑลในส่วนของพระสงฆ์ ซึ่ง พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติมีมติให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา โลก ตั้งแต่ปี 2548 นั้น จนถึงขณะนี้กลับพบว่ายังไม่มีการดำเนินการพัฒนาพุทธมณฑลเท่าที่ควร ประกอบกับคณะกรรมการพุทธมณฑลในส่วนพระสงฆ์นั้นมีหลายรูปที่ได้มรณภาพไป ที่ประชุมมหาเถรฯจึงมีมติให้ปรับปรุงคณะกรรมการพัฒนาพุทธมณฑล ซึ่งขณะนี้ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการเสร็จแล้ว และจะสามารถนำรายชื่อคณะกรรมการพัฒนาพุทธมณฑลชุดใหม่ เสนอที่ประชุมมหาเถรฯได้ในวันที่ 11 ส.ค.นี้
"คณะสงฆ์เห็นว่าต้องเริ่มดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะหลังจากที่ประชุมชาวพุทธโลกมีมติดังกล่าวออกมาจนถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่เห็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม" โฆษกมหาเถรฯกล่าว
หันมาทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ก็นับว่ามีการส่งสัญญาณที่ดี หลังจากปล่อยมา 3 ปี โดยในเร็วๆนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะลงนามความร่วมมือกับอีก 6 องค์กรทางพระพุทธศาสนา คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานใหญ่องค์การพุทธศาสนิกชนสัมพันธ์แห่งโลก
เป้าหมายหนึ่งของการลงนามครั้งนี้อยู่ที่การพัฒนาพุทธมณฑล ให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกอย่างแท้จริง
ทีมข่าวศาสนา มองว่า นับเป็นจุดเริ่มที่ดีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะร่วมมือกับองค์กรทางพระพุทธศาสนาอีก 6 องค์กร ขณะที่มหาเถรสมาคมเองก็เริ่มขยับ เพื่อเริ่มพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นรูปเป็นร่าง สมกับได้รับความไว้วางใจให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกอย่างจริงจังเสียที
เพราะ เราเชื่อว่าการที่หลายชาติเริ่มขยับ และพัฒนาศูนย์กลางพระพุทธศาสนาขึ้นในประเทศตัวเองนั้น ไม่น่าจะเป็นเพราะต้องการแย่งชิงความเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกจากประเทศ ไทย แต่อาจต้องการที่จะมีแหล่งเป็นศูนย์กลาง ในการจะรวบรวมข้อมูลด้านพระพุทธศาสนาจากทั่วโลก เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว ยังเหมือนกับเรานิ่งเฉย จึงต้องพัฒนาศูนย์ของตัวเองขึ้นมา
เราจึงหวังที่จะเห็นการพัฒนาพุทธมณฑลอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ภายหลังการลงนามความร่วมมือ
ของสำนักงานพระพุทธศาสนากับ 6 องค์กรพุทธ และแผนแม่บทการพัฒนาพุทธมณฑลผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
เพราะการเริ่มต้นแม้จะช้า ก็ยังดีกว่าไม่มีการเริ่มต้น
แต่หากมีแผนในการพัฒนาที่ชัดเจนแล้ว ทุกอย่างยังอืดเหมือนเดิม จนทำให้หลายประเทศเลิกรอศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของไทย และหันไปพัฒนาศูนย์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพระพุทธศาสนาจากทั่วโลกเองแล้ว
ถึงวันนั้นประเทศไทยและพุทธศาสนิกชนไทย คงได้ "ขายหน้า" ชาวพุทธทั่วโลก!!!
Links:
[1] http://www.thairath.co.th/