Published on phrathai.net (http://www.phrathai.net)
ร่าง พรบ.กองทุนซะกาต
By นายเว็บ
ตั้งเมื่อ 09/16/2007 - 00:23

บันทึกหลักการและเหตุผล
ประกอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต พ.ศ. ....

หลักการ
ให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต

เหตุผล

โดยที่การจ่ายซะกาตเป็นหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินถึงจำนวนตามที่ศาสนากำหนดและครบรอบปี ในอันที่จะต้องจ่ายแก่บุคคลที่มีสิทธิได้รับ แต่เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา ทั้งผู้ที่มีหน้าที่จ่ายและผู้ที่มีสิทธิรับซะกาตไม่อาจทราบข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบจึงทำให้การจ่ายซะกาตไม่อาจไปถึงผู้ที่มีสิทธิรับซะกาตได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง และถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีบางองค์กรหรือบางชุมชนจัดตั้งกองทุนซะกาตขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ทว่ายังมีรูปแบบขององค์กรและการบริหารจัดการ ตลอดจนการดำเนินงานที่มีความแตกต่างกัน ไม่มีความเป็นเอกภาพ จึงทำให้บางองค์กรอาจมีการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งไม่มีระบบการตรวจสอบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้มีกฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาตขี้น เพื่อจัดให้มีกองทุนซะกาตในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมและเปิดโอกาสให้องค์กรหรือชุมชนต่างๆ สามารถจัดตั้งกองทุนซะกาตในองค์กรและชุมชนเหล่านั้นโดยมีรูปแบบและองค์ประกอบของคณะผู้บริหารที่เหมือนกัน มีการบริหารจัดการและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้มีหน้าที่จ่ายซะกาต รวมทั้งทำให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นซะกาตได้ถูกแจกจ่ายไปเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่คนยากจน คนขัดสนและบุคคลผู้มีสิทธิได้รับตามศาสนบัญญัติได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง อันจะเป็นผลทำให้สังคมมุสลิมโดยรวมมีการพัฒนาและสามารถยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น มีความสามัคคี จุนเจือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งยังจะส่งผลทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นอีกด้วย

ร่าง
พระราชบัญญัติ
ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
พ.ศ. ....
.....................................................................
....................................................................
....................................................................

.......................................................
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
.......................................................

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต พ.ศ. ….”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“ซะกาต” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินจำนวนหนึ่งที่ศาสนาอิสลามได้บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์สินนั้นมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับซะกาตตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติศาสนาอิสลามได้กำหนดไว้
“กองทุนซะกาต” หมายความว่า กองทรัพย์สินที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมบรรดาซะกาตจากผู้ที่มีหน้าที่จ่ายเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่บุคคลผู้มีสิทธิได้รับตามบัญญัติศาสนาอิสลาม และให้ความหมายรวมถึงบรรดาทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้เป็นทานหรือเพื่อสาธารณกุศลด้วย
“ผู้มีสิทธิได้รับซะกาต” หมายความว่า บุคคลแปดประเภทซึ่งศาสนาอิสลามได้บัญญัติให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับซะกาต ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๑๔(๔)
“บัญญัติศาสนาอิสลาม” หมายความว่า หลักการศาสนาอิสลามตามที่บัญญัติในคัมภีร์ อัลกุรอาน และพระวจนะหรือพระจริยวัตรหรือการยอมรับ(ซุนนะห์)ของท่านศาสดามูฮำหมัด รวมทั้ง มติของปวงปราชญ์มุสลิม (อิจมาอฺ) และหลักการอนุมาน (กิยาส)
“คนอาดิ้ล” หมายความว่า ผู้ซึ่งศรัทธายึดมั่นและปฏิบัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด มีความเที่ยงธรรม และไม่มีพฤติกรรมที่เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของตนเองหรือมีลักษณะที่ไม่เหมาะสมอื่น
“คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด” หมายความว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม
“มัสยิด” หมายความว่า มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม
“สัปปุรุษ” หมายความว่า สัปปุรุษประจำมัสยิดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
“กองทุนซะกาต” หมายความว่า กองทุนซะกาตที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
เป้าหมายและหลักการ
________________


มาตรา ๕ การดำเนินการและการจัดการซะกาตต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับหลักการตามคำสอนของศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะให้บังเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิได้รับซะกาตอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ในอันที่จะสามารถดำรงชีพได้ตามฐานานุรูปของบุคคลนั้น

มาตรา ๖ การจัดเก็บซะกาตหรือทรัพย์สินที่ได้มีการจ่ายหรือบริจาคตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องดำเนินการบนพื้นฐานของความสมัครใจของผู้มีหน้าที่จ่ายซะกาตหรือผู้บริจาคอย่างแท้จริง ทั้งนี้โดยจะต้องไม่มีการบังคับในรูปแบบใด ทั้งทางตรงและทางอ้อม
การแจกจ่ายซะกาตต้องมุ่งหมายเพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนบุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีขีดความสามารถที่จะประกอบอาชีพที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง

มาตรา ๗ บรรดาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของผู้จ่ายซะกาต ผู้บริจาคทาน และผู้มีสิทธิได้รับซะกาต ที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือเป็นความลับและไม่อาจเปิดเผยได้เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นก่อน

มาตรา ๘ ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัตินี้ที่จะนำมาปรับใช้กับกรณีได้หรือเป็นกรณีที่จำต้องตีความเพื่ออุดช่องว่างของบทกฏหมายใด โดยหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซะกาตหรือศาสนาอิสลาม ให้นำบัญญัติศาสนาอิสลามมาใช้บังคับหรือใช้ตีความในกรณีนั้น แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานหรือเรื่องอื่น ให้นำความตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๒
การส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
_______________


มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือผู้แทน เป็นประธาน อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือผู้แทน อธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายสองคน ด้านการบริหารการเงินสองคน ด้านพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสองคน และด้านศาสนาอิสลามจำนวนสองคน เป็นกรรมการ โดยมีเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง ให้รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง


มาตรา ๑๐ ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๙ ต้องเป็นคนอาดิ้ลรวมทั้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(๓) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี
(๔) เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกศาสนา
(๕) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข
(๖) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านนั้นๆเป็นอย่างดี ซึ่งอย่างน้อยต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในด้านนั้นโดยตรง และต้องมีประสบการณ์การทำงานในด้านดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ ปี

มาตรา ๑๑ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบตามวาระแล้ว ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้ทำการแต่งตั้ง ให้ผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่เสร็จ

มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว ผู้ทรงคุณวุฒิอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐

มาตรา ๑๓ ในการประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน
มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและกำกับดูแลการดำเนินการและการจัดการกองทุนซะกาต รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและแผนงานในการส่งเสริม การให้ความช่วยเหลือทางด้านการบริหารจัดการและทางด้านการเงินแก่กองทุนซะกาต
(๒) กำหนดมาตรการในการตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนซะกาต และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตทั้งหมด
(๓) พิจารณาอนุมัติให้จดทะเบียนจัดตั้งกองทุนซะกาต
(๔ ) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายศาสนาเพื่อพิจารณากำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับ ซะกาต ทรัพย์สินที่ต้องออกซะกาต และวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเกี่ยวกับบัญญัติศาสนาอิสลาม
(๕) ประกาศกำหนดเกี่ยวกับประเภทและจำนวน(นิสอบ)ของทรัพย์สินที่ต้องออกซะกาตในแต่ละประเภท คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับซะกาต เพื่อให้สาธารณชนทราบและให้กองทุนซะกาต ถือปฏิบัติตาม
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่และผู้บริหารกองทุนซะกาต รวมทั้งค่าใช้จ่ายภายในสำนักงานกองทุนซะกาต
(๗) กำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
(๘) ควบคุมดูแลการบริหารงานและการใช้จ่ายเงินของสำนักงานและกองทุน รวมทั้งพิจารณาอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการเงินของสำนักงาน
(๙) ออกระเบียบว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการ
(๑๐) ออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง เกี่ยวกับการคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัย และการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์ การอุทธรณ์ การลงโทษพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนการกำหนดเงินเดือน ค่าจ้าง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของพนักงานและลูกจ้าง
(๑๑) ออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน และการปฏิบัติหน้าที่แทนรวมทั้งการมอบอำนาจของเลขาธิการหรือรองเลขาธิการ
(๑๒) พิจารณางบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินของสำนักงาน
(๑๓) แต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ และรองเลขาธิการ
(๑๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนซะกาตและการเพิกถอนการจดทะเบียนกองทุนซะกาต
(๑๕) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดการกองทุน โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๑๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ

ในการนี้ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจเรียกบุคคลใดๆมาให้ถ้อยคำหรือแจ้งให้บุคคลใดๆส่งเอกสารหรือวัตถุที่จำเป็นแก่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งคณะกรรมการอาจมอบหมายให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดดำเนินการตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานของกองทุนซะกาตและประสานงานเกี่ยวกับการแจกจ่ายซะกาตในจังหวัดนั้นๆได้

มาตรา ๑๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการแทนคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร


มาตรา ๑๖ ให้จัดตั้งกองทุนหนึ่งเรียกว่า “ กองทุนส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต” ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินตามมาตรา ๑๗ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน การส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจการของกองทุนซะกาต โดยมีสำนักงานเป็นผู้บริหารหรือจัดการกองทุนและมีคณะกรรมการเป็นผู้ควบคุมดูแลกองทุน


มาตรา ๑๗ เงินและทรัพย์สินของกองทุนประกอบด้วย
(๑) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้
(๒) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ
(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบหรืออุทิศให้
(๔) ผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินตาม(๑) (๒) และ (๓)
ในกรณีที่กองทุนได้รับเงินซะกาตหรือเงินบริจาคจากต่างประเทศ ให้นำความในบทบัญญัติมาตรา ๔๕(๖)มาใช้บังคับโดยอนุโลม


มาตรา ๑๘ คณะกรรมการอาจมีมติให้นำเงินกองทุนไปจัดหาผลประโยชน์ได้ตามที่เห็นสมควร โดยต้องไม่ขัดกับบัญญัติศาสนาอิสลาม


มาตรา ๑๙ รายได้หรือผลประโยชน์จากการดำเนินงานหรือการจัดหาผลประโยชน์ให้นำเข้าสมทบกองทุนทั้งหมดโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง

มาตรา ๒๐ ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้กระทำการแทนกองทุน ทั้งนี้โดยจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ

มาตรา ๒๑ การบัญชีของกองทุน ให้จัดทำบัญชีตามหลักสากล โดยให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน โดยให้รายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

มาตรา ๒๒ ให้เลขาธิการจัดทำ งบการเงิน และบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี และให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน แล้วรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ

หมวด ๓
สำนักงานส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
___________________


มาตรา ๒๓ ให้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต เรียกโดยย่อว่า “สสกซ.” มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีวัตถุประสงดังต่อไปนี้
(1)ส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือทางด้านการบริหารจัดการ และทางด้านการเงินแก่กองทุนซะกาต
(2)บริหารและจัดการกองทุนให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ
(3) ตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนซะกาต และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะผู้บริหารกองทุนซะกาต
(4)พิจารณารับคำขอจัดตั้งกองทุนซะกาต
(5)โฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อให้มุสลิมได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของ ซะกาต หน้าที่ในการจ่ายซะกาต หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายซะกาต รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ผู้จ่ายซะกาตจะพึงได้รับตามพระราชบัญญัตินี้
(6)รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ
(7)ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่มีกฏหมายกำหนด หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ในการดำเนินงานตาม (๓) (๔) ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา


มาตรา ๒๔ ให้สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฏหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฏหมายอื่น
กิจการของสำนักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฏหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฏหมายว่าด้วยประกันสังคม และกฏหมายว่าด้วยเงินทดแทน


มาตรา ๒๕ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสำนักงาน


มาตรา ๒๖ ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่กระทำการต่างๆภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพยสิทธิต่างๆ
(2) ก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมใดๆทั้งในและนอกราชอาณาจักร
(3) ลงทุนหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสำนักงาน
(4) จัดให้มีทุนเพื่อการศึกษา การค้นคว้า และการวิจัยเพื่อพัฒนา ตลอดจนการฝึกอบรมเกี่ยวกับซะกาต
(5) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน


มาตรา ๒๗ รายได้ของสำนักงานมีดังต่อไปนี้
(1) เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม
(2) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
(3) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชนหรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
(4) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุน ร่วมทุน หรือการใช้ทรัพย์สินของสำนักงาน
(5) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศหรือบริจาคให้
รายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฏหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฏหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ในกรณีที่รายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของสำนักงาน และสำนักงานไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่สำนักงานเท่าจำนวนที่จำเป็น

มาตรา ๒๘ ทรัพย์สินของสำนักงานไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับสำนักงานในเรื่องทรัพย์สินของสำนักงานมิได้

มาตรา ๒๙ ให้สำนักงานจัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และทำรายงานแสดงผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ พร้อมทั้งให้ส่งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วให้กระทรวงการคลังทราบด้วย
ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานแล้วรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อรัฐมนตรี
ให้สำนักงานโฆษณารายงานประจำปีที่สิ้นไป โดยแสดงงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว

มาตรา ๓๐ สำนักงานต้องวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีที่เหมาะสมแก่กิจการแยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการรับและจ่ายเงินทรัพย์สินและหนี้สินที่แสดงกิจการที่เป็นอยู่ตามความจริงและตามที่ควรตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของข้อความนั้นๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ

มาตรา ๓๑ ให้สำนักงานจัดทำรายงานประจำปี โดยแสดงงบการเงินและผลการดำเนินงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาเสนอต่อรัฐมนตรี

หมวด ๔
เลขาธิการ
__________

มาตรา ๓๒ ให้สำนักงานมีเลขาธิการหนึ่งคน และรองเลขาธิการหนึ่งคน
ให้คณะกรรมการเป็นผู้คัดเลือก แต่งตั้ง และถอดถอน เลขาธิการและรองเลขาธิการ ทั้งนี้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๓๓ บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการและรองเลขาธิการ นอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แล้ว จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับซะกาตหรือกองทุนซะกาตเป็นอย่างดี และต้องมีประสบการณ์ในด้านการบริหารงานหรือการบริหารองค์กรมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

มาตรา ๓๔ การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการกำหนดเงื่อนไขในการทดลองปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานในหน้าที่เลขาธิการและรองเลขาธิการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามสัญญาจ้างที่คณะกรรมการกำหนด โดยให้มีกำหนดระยะเวลาการจ้างคราวละไม่เกินสี่ปี
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างตามวรรคหนึ่งแล้ว คณะกรรมการอาจมีมติให้ความเห็นชอบให้ทำสัญญาจ้างเลขาธิการและรองเลขาธิการปฏิบัติงานต่อไปอีกก็ได้
ให้เลขาธิการและรองเลขาธิการได้รับเงินค่าจ้าง ค่าตอบแทน และเงินอื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๓๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามสัญญาจ้าง เลขาธิการและรองเลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๓
(๔) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างระหว่างคณะกรรมการกับเลขาธิการหรือรองเลขาธิการ
(๕) คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
มติของคณะกรรมการให้เลขาธิการหรือรองเลขาธิการออกจากตำแหน่งตาม (๕) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมเลขาธิการในกรณีลงมติให้เลขาธิการออกจากตำแหน่ง


มาตรา ๓๖ เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย ประกาศ และมติของคณะกรรมการและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงาน โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย ประกาศ หรือมติที่คณะกรรมการกำหนด
(๓) เสนอและรายงานต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานและกองทุน
เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสำนักงานและกองทุน

มาตรา ๓๗ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน แต่เลขาธิการจะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลใดทำนิติกรรมหรือดำเนินการแทนก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๓๘ เมื่อตำแหน่งเลขาธิการว่างลง หรือเลขาธิการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราวให้รองเลขาธิการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน และในกรณีที่ไม่มีผู้ใดปฏิบัติหน้าที่แทน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน และให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ

หมวด ๕
การจัดตั้งกองทุนซะกาต
___________________

มาตรา ๓๙ ให้จัดตั้งกองทุนซะกาตประจำจังหวัดขึ้นในจังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทุกจังหวัดที่มีความพร้อม โดยให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อคณะกรรมการภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ๔๐ มัสยิด มูลนิธิ สมาคม องค์กรหรือชุมชนใด ที่ประสงค์จะจัดตั้งกองทุนซะกาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
กองทุนซะกาตที่ได้จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะให้เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๔๑ กองทุนซะกาตที่ได้จดทะเบียนแล้วให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคลในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ทั้งนี้โดย คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตอาจมอบหมายให้ผู้บริหารคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้

มาตรา ๔๒ กองทุนซะกาตที่จดทะเบียนแล้ว ให้ใช้ชื่อนำหน้าว่า “กองทุนซะกาต” และต่อด้วยชื่อที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน และลงท้ายด้วยข้อความว่า “ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ”

หมวด ๖
การบริหารและจัดการกองทุนซะกาต
____________________

มาตรา ๔๓ เมื่อได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนซะกาตขึ้นแล้ว ให้ดำเนินการเพื่อให้มีคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียน

มาตรา ๔๔ ให้กองทุนซะกาตมีคณะผู้บริหารกองทุนซะกาต ประกอบด้วยประธาน รองประธานหนึ่งคน และผู้บริหารอีกจำนวนสี่คนซึ่งคัดเลือกจากสัปปุรุษของมัสยิดหรือสมาชิกในชุมชน สมาคม มูลนิธิหรือองค์กรนั้น รวมทั้งผู้แทนฝ่ายผู้จ่ายซะกาต จำนวนสามคนซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่จ่ายซะกาตให้กับกองทุนนั้นเป็นจำนวนสูงสุดเรียงตามลำดับ ทั้งนี้โดยความสมัครใจของบุคคลนั้น
ในวาระเริ่มแรก เมื่อยังไม่มีผู้แทนฝ่ายผู้จ่ายซะกาต ให้คัดเลือกผู้แทนจากสัปปุรุษหรือ บุคคลในองค์กรนั้นแทน

มาตรา ๔๕ คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานและจัดการกองทุนโดยทั่วไป รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการกองทุนซะกาต
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับซะกาต ทั้งนี้ โดยต้องเป็นไปตามประกาศกำหนดของคณะกรรมการและบัญญัติศาสนาอิสลาม
(๓) วางระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินของกองทุนซะกาต
(๔) พิจารณาบุคคลในท้องที่นั้นเพื่อกำหนดเป็นผู้มีสิทธิได้รับซะกาตและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีหน้าที่จ่ายซะกาตและผู้มีสิทธิได้รับซะกาตในแต่ละปี เพื่อส่งให้คณะกรรมการและ ให้ติดประกาศ ณ ที่ทำการของกองทุนซะกาต ชุมชน องค์กร หรือสถานที่ที่จัดไว้สำหรับการปิดประกาศ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนการแจกจ่ายซะกาตอย่างน้อยหนึ่งเดือน
(๕) ให้บริการและคำแนะนำเกี่ยวกับการจ่ายซะกาตและคิดคำนวณจำนวนซะกาต
(๖) จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของกองทุนซะกาต โดยต้องทำการแยกเป็นบัญชี เงินซะกาต บัญชีเงินบริจาค และบัญชีสำนักงาน
(๗) จัดทำทะเบียนทรัพย์สิน ฐานะการเงินและทรัพย์สิน และรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
ทั้งนี้ โดยให้คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตติดประกาศเอกสารตาม(๖) และ(๗) ในสถานที่ตามที่ระบุไว้ใน (๔) พร้อมทั้งให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อรับทราบปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

มาตรา ๔๖ ผู้บริหารกองทุนซะกาตซึ่งมิใช่ผู้แทนฝ่ายผู้จ่ายซะกาตต้องเป็นคนอาดิ้ลและมีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่นั้น รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) เป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) บรรลุศาสนภาวะแล้ว
(๓) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี โดยอย่างน้อยจะต้องจบการศึกษาทางศาสนาอิสลามในระดับซะนะวีย์หรือฟัรดูอีนชั้นปีที่สี่
(๔) เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกศาสนา
(๕) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข
(๖) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ
ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิต ฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

มาตรา ๔๗ ให้คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสามปี เมื่อครบตามวาระแล้ว ให้ดำเนินการคัดเลือกคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้ทำการคัดเลือก ให้คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกผู้บริหารชุดใหม่เสร็จ
ผู้บริหารกองทุนซะกาตซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้วอาจได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารกองทุนซะกาตอีกครั้งหนึ่งได้ แต่ห้ามเกินสองวาระติดต่อกันเว้นแต่ผู้บริหารกองทุนซะกาตที่มาจากผู้แทนฝ่ายผู้จ่ายซะกาต

มาตรา ๔๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว ผู้บริหารกองทุนซะกาตอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖
(๔) สัปปุรุษประจำมัสยิดหรือคนในชุมชนหรือองค์กรที่จัดตั้งกองทุนซะกาตนั้นจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อขอให้พิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหรือพฤติกรรมของผู้บริหารกองทุนซะกาตคนใดคนหนึ่ง และเมื่อคณะกรรมการได้สอบสวนและพิจารณาแล้วเห็นว่าการให้ผู้บริหารกองทุนซะกาตผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งต่อไป อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่การดำเนินการของกองทุนซะกาต ให้คณะกรรมการมีมติให้ผู้บริหารกองทุนซะกาตผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งได้

มาตรา ๔๙ ในการประชุมของคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตต้องมีผู้บริหารกองทุนซะกาตมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้บริหารกองทุนซะกาตเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้นจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้บริหารกองทุนซะกาตที่มาประชุมเลือกคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน
มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ผู้บริหารกองทุนซะกาตคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๕๐ ในแต่ละปีให้คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตจัดให้มีการตรวจสอบบัญชีของกองทุนและให้รายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีต่อคณะกรรมการภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

มาตรา ๕๑ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการจัดการกองทุน ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และผู้บริหารกองทุนซะกาต ให้ใช้จ่ายจากเงินของกองทุนซะกาต และต้องดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๕๒ ให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนซะกาตแต่ละแห่งเพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และงานธุรการต่างๆ รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอก
ค่าใช้จ่ายของสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายจากเงินของกองทุน

มาตรา ๕๓ ในการแจกจ่ายซะกาตของกองทุนซะกาตให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับซะกาต ให้แจกจ่ายแก่บุคคลตามบัญชีรายชื่อที่ได้มีการประกาศให้สาธารณชนทราบล่วงหน้าเท่านั้น เว้นแต่บุคคลซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อนั้นจะไม่อยู่ในฐานะผู้มีสิทธิได้รับซะกาตภายหลังที่ได้มีการประกาศแล้ว

มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้แจกจ่ายซะกาตกับบุคคลซึ่งมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด มัสยิด หรือชุมชนนั้น เว้นแต่ในจังหวัด มัสยิดหรือชุมชนนั้นจะไม่มีผู้มีสิทธิได้รับซะกาตนั้นแล้ว หรือเป็นผู้เดินทางที่มีสิทธิได้รับซะกาตตามบัญญัติศาสนาอิสลาม

มาตรา ๕๕ ห้ามมิให้บุคคลใดเสนอชื่อต่อคณะผู้บริหารกองทุนซะกาตว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับซะกาตเกินกว่าหนึ่งกองทุนซะกาต

มาตรา ๕๖ ในกรณีที่กองทุนซะกาตจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือกรณีที่คณะผู้บริหารกองทุนซะกาตเป็นผู้กระทำความผิด ให้ถือว่าผู้บริหารกองทุนซะกาตทุกคนเป็นผู้กระทำความผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ร่วมในการลงมติในเรื่องนั้นหรือตนได้โต้แย้งคัดค้านความเห็นในเรื่องดังกล่าวหรือได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้นแล้ว

หมวด ๗
มาตรการส่งเสริมการบริจาค
______________________

มาตรา ๕๗ เงิน รายได้ และทรัพย์สินของกองทุนซะกาตให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอากรอื่นใด

มาตรา ๕๘ ให้ผู้ที่จ่ายซะกาตหรือบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนซะกาตที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนที่ได้จ่ายเป็นซะกาตหรือบริจาคทั้งหมด

มาตรา ๕๙ ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้จ่ายซะกาตและผู้บริจาคทานเป็นจำนวนสูงสุด ๑๐๐ อันดับแรก เพื่อประกาศเชิดชูเกียรติ พร้อมทั้งจัดพิธีมอบรางวัลแก่บุคคลดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้โดยจะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของบุคคลนั้น

หมวด ๘
บทกำหนดโทษ
___________

มาตรา ๖๐ กองทุนซะกาตใดไม่ปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการได้กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๖๑ ในกรณีที่กองทุนซะกาตกระทำความผิดตามมาตรา ๖๐ ให้ผู้บริหารกองทุนซะกาตหรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนั้น ต้องรับผิดและระวางโทษปรับแทนกองทุนซะกาตไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๖๒ บุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนหรือกองทุนซะกาต เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินของกองทุนหรือกองทุนซะกาตหรือทรัพย์สินที่กองทุนหรือกองทุนซะกาตได้มาจากการดำเนินการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๓ บุคคลใดซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหรือกองทุนซะกาต กระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่กองทุนหรือกองทุนซะกาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๔ บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของกองทุนหรือกองทุนซะกาต กระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังต่อไปนี้
(๑) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชี หรือเอกสารของกองทุนหรือกองทุนซะกาต
(๒) ลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี หรือเอกสารของกองทุนหรือกองทุนซะกาต หรือที่เกี่ยวกับกองทุนหรือกองทุนซะกาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๕ คณะกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือผู้บริหารกองทุนซะกาต ผู้ใดดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือกองทุนซะกาต และการดำเนินกิจการนั้นเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๖ ผู้ใดเปิดเผยความลับตามมาตรา ๗ และฝ่าฝืนมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

.......................................
นายกรัฐมนตรี

ดาวน์โหลด ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ฉบับแก้ไข 20 พค. 2550 [1]

ดาวน์โหลด ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต [2]

‹ สรุป วิเคราะห์ และวิจารณ์ ร่าง พรบ.กองทุนซะกาต [3] แผนช่วยเหลือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ › [4]

Source URL: http://www.phrathai.net/node/107

Links:
[1] http://www.muslimthaihealth.com/th/zakat_20-5-2550.doc
[2] http://www.muslimthaihealth.com/th/zakat.doc
[3] http://www.phrathai.net/node/108
[4] http://www.phrathai.net/node/73