เนื่องในโอกาสแห่งวันวิสาขะจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เขียนให้คิดปรารถนาจะเชื้อเชิญให้ท่านผู้อ่านร่วมกันคิดและพิจารณาว่าจะทำ อย่างไรเพื่อให้ชีวิตของเรา สังคมไทยและสังคมโลกของมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ดำเนินไปด้วยความร่มเย็นและ เป็นสุข
วิสาขบูชาคือคำเรียกแบบสั้นๆ ที่มาจากคำเต็มว่า วิสาขปุณณมีปูชา (ภาษาบาลี) หรือ วิศาขปูรณมีปูชา (ภาษาสันสกฤต) คำแปลคือ การบูชาในวันเพ็ญเดือนหก เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพ้องกันอย่างน่าอัศจรรย์ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ความอัศจรรย์นี้เองถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญประการหนึ่งของความเป็น อัจฉริยบุรุษแห่งพระพุทธองค์
การเปลี่ยนแปลงไฟล์แนบจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าคุณจะบันทึกเนื้อหาอันนี้ ข้อมูลไฟล์แรกที่แสดงจะถูกรวมใน RSS ด้วย
แนบไฟล์ใหม่:
ตั้งค่าความคิดเห็น
ผู้เขียนเคยไปกราบนมัสการพระธรรมปิฏก หรือที่หลายท่านอาจจะคุ้นเคยในชื่อท่านเจ้าคุณประยุตโต ท่านเมตตาเล่าความสำคัญของวันวิสาขบูชาให้ผู้เขียนและคณะฟังว่า "วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดทางพุทธศาสนาเพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีมาแต่ โบราณกาล อีกทั้งสากลประเทศที่นับถือพุทธศาสนายังให้การยอมรับอย่างกว้างขวาง วงการพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศพยายามชักชวนให้ชาวพุทธทั่วโลกร่วมกันจัด งานวันวิสาขบูชาให้พร้อมเพรียงในวันเดียวกันคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และให้ชื่อว่าเป็นวัน The Buddha Day"
สาระสำคัญที่สุดของวันวิสาขะอยู่ที่เป็นอนุสติเตือนใจมนุษย์โดยเฉพาะผู้ที่ เป็นพุทธมามกะให้ระลึกถึงหลักแห่งธรรมะและน้อมกายและใจปฏิบัติบูชาพระพุทธ องค์ด้วยการปฏิบัติธรรม เพราะจะยังให้เกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่นานัปการกับตัวผู้ปฏิบัติและสังคมโลก และยังเป็นเครื่องสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้มั่นคงยืนยาวสืบไป
ชาวพุทธได้ข้อคิดอะไรจากวันวิสาขะ
ท่านเคยเห็นปริศนาธรรมเรื่องประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธองค์ ที่เกิดขึ้นตรงกันในวันเพ็ญเดือนหก บ้างหรือไม่
ปริศนาธรรมแห่งประสูติกาลเจ้าชายสิทธัตถะ
มนุษย์ทุกคนล้วนถือกำเนิดเริ่มต้นชีวิตไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญของชีวิตคือเมื่อเริ่มต้นชีวิตแล้วทำไมแต่ละคนจึงแตกต่างกัน เช่น บางคนกระทำแต่กรรมดี บางคนก็ลุ่มหลงมัวเมาในอบายทั้งปวง
มนุษย์สามารถเป็นสัตว์ประเสริฐได้เพราะการฝึกฝนและหมั่นอบรมจิตใจของตนเอง ตลอดเวลา บำเพ็ญตนด้วยความดีความงามโดยมิว่างเว้น ปรับปรุงตนเองสม่ำเสมอ ความเพียรพยายามฝึกฝนบ่มเพาะตนเองจะทำให้บุคคลบรรลุความเป็นมนุษย์ที่สุด ประเสริฐ ดังเช่น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกลายเป็นพระบรมศาสดาที่แม้แต่ปวงเทพเทวาและ เหล่ามนุษย์ต่างถวายความบูชา
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนและแจ่มแจ้งที่สุดที่มนุษย์ทั้งหลายควรระลึกไว้ ตลอดเวลาเพราะจะทำให้เราทุกคนมีกำลังใจอุสาหะเพียรพยายามบำเพ็ญความดีทั้ง ปวงเพื่อให้ก้าวเข้าสู่สภาวะมนุษย์ผู้ประเสริฐ
ปริศนาธรรมแห่งการตรัสรู้
การตรัสรู้คือ เครื่องย้ำเตือนสติให้ชาวพุทธทุกคนระลึกตลอดเวลาว่านี่คือผลลัพธ์ที่สำคัญ ยิ่งของความเพียรพยายามด้วยสติปัญญาของเจ้าชายสิทธัตถะ ความเพียรอย่างยิ่งยวดก่อนที่จะทรงบรรลุเป็นพระอนุตรสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น บ่งบอกให้เห็นว่า แท้จริงแล้วการที่มนุษย์จะบรรลุในสิ่งที่มุ่งมาดปรารถนาสูงสุดจะต้องไม่ ปล่อยตัวปล่อยใจให้ลุ่มหลงในสิ่งปรนเปรอความสุขส่วนตน
การบรรลุความดีงามในขั้นสูงสุดหรือการตรัสรู้ในธรรม คือสิ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนมชีพที่สมบูรณ์เต็มเปี่ยม และสามารถแผ่ขยายความสมบูรณ์ที่เต็มเปี่ยมนั้นไปยังสรรพชีวิตและนำประโยชน์ สุขมาสู่มนุษย์ชาติและเหล่าสรรพสัตว์
พระพุทธเจ้าทรงให้ธรรมะกับโลก ทรงชี้นำให้เห็นถึงความดีงามที่สมบูรณ์แบบ และยังทรงแพร่ขยายกระจายความดีงามออกไปในวงกว้างด้วยคำสอนที่เปรียบเสมือน แสงสว่างนำทางแห่งชีวิต ธรรมะนำประโยชน์สุขและความร่วมเย็นไปสู่ผู้ปฏิบัติและสากลจักรวาล
ปริศนาธรรมแห่งการตรัสรู้บ่งชี้ว่า การบรรลุความดีงามอันประเสริฐสูงสุดนั้นไม่สามารถเกิดได้โดยง่าย ดังเช่นที่ก่อนเจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้ก็ต้องทรงบำเพ็ญเพียรพยายามใช้สติ ปัญญาแสวงหาค้นคว้าและทดลองด้วยความมานะอุตสาหะอย่างยาวนานถึง 6 ปี
ครั้นเมื่อตรัสรู้แล้วก็ทรงเผยแผ่ธรรมะให้แพร่กระจายไปถึงมวลมนุษย์ ทรงต้องเสียสละ และต้องเผชิญกับความลำบากยากเข็ญนานัปการ ต้องทรงบุกป่าฝ่าดงเสี่ยงภยันตรายสารพัดเพราะทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของ เพื่อนมนุษย์
เมื่อเห็นแจ้งดังนี้แล้ว เราชาวพุทธและชาวโลกทุกคนก็ควรจะยึดมั่นในหลักของความอดทน เพียรพยายาม ประกอบกับต้องยอมเสียสละโดยไม่ย่อท้อ เพื่อให้เราก้าวเข้าสู่สภาวะแห่งมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์และเปี่ยมสุข
ปริศนาธรรมแห่งปรินิพพาน
ปรินิพพานเป็นอนุสติเตือนใจให้ระลึกอยู่ตลอดเวลาว่ามนุษย์ทุกคนหลีกหนีไม่ พ้นวาระสุดท้ายของชีวิต พระพุทธเจ้าก็ทรงมีฐานะเป็นมนุษย์ ดังนั้นเมื่อถึงคราวสิ้นสุดก็ดับสิ้นไปตามกาลเวลา
แม้พระชนมชีพของพระองค์จะดับสิ้นไปแล้ว แต่หลักธรรมคำสอนของพระองค์ยังคงไว้บนโลกใบนี้ ธรรมะที่พระพุทธองค์ประทานไว้นั้นเป็นหลักแห่งความจริง เป็นความดีงามอันอมตะ ไม่คลาดเคลื่อน ไม่แตกดับ ไม่สูญสลาย ไม่มีวันตาย
ธรรมะยังคงส่องสว่างนำทางชีวิตได้ตราบนิรันดร์ ธรรมะคือเครื่องส่องทางแห่งปัญญาเพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นและยังให้เกิด ประโยชน์สุขสูงสุดแก่มวลมนุษย์
ปรินิพพานคือ เครื่องบ่งบอกว่าพระพุทธองค์ทรงยุติพุทธกิจ เหตุที่ทรงยุติเพราะทรงเห็นว่ามีอมตธรรมที่จะช่วยอำนวยอมตประโยชน์บังเกิด ขึ้นแล้ว นั้นคือทรงเห็นว่ามีคณะสงฆ์และพุทธบริษัททำหน้าที่สืบต่อและรักษาดวงประทีป แห่งธรรมบังเกิดบนโลกแล้ว
ปรินิพพานคือ การดับสนิทเมื่อกิจสำเร็จแล้ว การดำเนินให้ถึงอมตธรรมและบรรลุอมตประโยชน์จึงเป็นหน้าที่สำคัญของมนุษย์ทุกคน
หากจะถามว่าอะไรสำคัญที่สุดในเหตุการณ์ทั้งสามนี้ ก็จะขออนุญาตยกเอาคำสอนของท่านเจ้าคุณปยุตโตมาเป็นเครื่องเฉลย คือ ตรัสรู้ ท่านให้เหตุผลว่าตรัสรู้เป็นความสำคัญสุดยอด เพราะมนุษย์ทุกคนต่างต้องเกิดและตายด้วยกันทั้งนั้น
ความเป็นพระพุทธเจ้าบังเกิดได้ด้วยการตรัสรู้และทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่มวล มนุษยชาติและสรรพสัตว์ ซึ่งเรียกว่าพุทธกิจ และด้วยพุทธกิจนี้เองที่เป็นฐานรองรับความสำคัญและความอัศจรรย์ทั้งปวงของ พระพุทธองค์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งเทพเทวาและเหล่ามนุษย์ถวายความเคารพบูชาพระ พุทธองค์
บททิ้งท้ายเพื่อเตือนใจให้ฉุกคิด
การประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะคือ การประสูติของพระพุทธเจ้า คือการประกาศอิสรภาพของมนุษยชาติ การประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะมีสัญลักษณ์อยู่ที่การทรงประกาศการเกิดขึ้น ของพระพุทธเจ้า ด้วยพระดำรัสที่เรียกว่า อาสภิวาจา (วาจาอาจหาญ) ที่แปลจากภาษาบาลีได้ความว่า เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นพี่ใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลก
หลักการนี้สะท้อนให้เห็นการปฏิวัติความเชื่อของมนุษย์ว่ามนุษย์สามารถฝึกฝน ตนให้มีความดีและมีปัญญาญาณจะเปลี่ยนเป็นสัตว์ที่ประเสริฐสูงสุดได้ หรือพูดให้เข้าใจโดยง่ายคือ นี่คือหลักของมนุษยนิยมที่เชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองได้โดย ไม่จำเป็นต้องอ้อนวอนขอจากเทพเจ้าองค์ใด
การตรัสรู้คือ การปรากฏแห่งธรรม เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงรู้ เข้าใจและเห็นความจริงของธรรมชาติ แล้วปฏิบัติกิจทั้งหลายให้ถูกต้องตามหลักธรรม ฝึกและพัฒนาตนให้มีปัญญาญาณจนตรัสรู้เข้าถึงธรรม พระองค์จึงทรงเป็นพุทธะผู้ประเสริฐสูงสุด
ธรรมะคือ ความจริงของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสูงสุด หาใช่เกิดจากอำนาจดลบันดาลจากเทพเจ้าองค์ใด เพราะเทพทั้งปวงยังอยู่ใต้อำนาจแห่งธรรม เมื่อมนุษย์เข้าถึงธรรมะก็จะเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง อิสระที่จะเป็น อยู่และกระทำการใดๆ โดยประสานธรรมะเข้ากับปัญญา
ปรินิพพาน การเตือนจิตให้สำนึกในวิถีแห่งความไม่ประมาท ธรรมะชี้ให้เห็นความจริงข้อสำคัญประการหนึ่งคือ ความไม่เที่ยงแท้ ไม่คงทน เพราะทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย แต่ธรรมะคือ ความจริงที่คงอยู่เพราะเป็นเครื่องกำกับชีวิตมนุษย์ โดยย้ำให้เห็นว่าชีวิตนั้นต้องสิ้นสุดลงด้วยความตาย
ดังนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าใกล้จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน พระองค์จึงประทานปัจฉิมวาจา เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งการปรินิพพาน ดังจะแปลจากภาษาบาลีได้ความว่า สิ่งทั้งหลายที่เกิดจากปัจจัยปรุงประกอบขึ้น ล้วนมีอันต้องเสื่อมสลายไป เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
ในโอกาสแห่งวันเพ็ญวิสาขะปีนี้ ผู้เขียนขอเตือนใจให้ท่านระลึกว่า เมื่อท่านบูชาพระพุทธเจ้า ก็คือ การเตือนใจของเราให้ระลึกถึงธรรมะที่พระองค์ทรงสั่งสอน เราจะต้องเพียรพยายามปฏิบัติบำเพ็ญด้วยปัญญา เมื่อทุกท่านช่วยกันดำรงรักษาธรรมะไว้ได้ ธรรมะจะคุ้มครองรักษาสังคมให้มีสันติสุขอย่างยั่งยืน ธรรมสวัสดี
(หมายเหตุ บทความนี้ได้เค้าโครงความคิดมาจากการสนทนาธรรมกับท่านเจ้าคุณปยุตโตและจาก บทความพิเศษของท่านพระเดชพระคุณ เรื่องวันวิสาขบูชา ตีพิมพ์ในหนังสือสาวิกาฉบับที่ 62 ปีที่ 7 และจากการสนทนากับแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน)
Links:
[1] http://www.naewna.com/