พระคลั่ง- พระวิชัย ฐิตสีโล เกิดคลุ้ม คลั่งใช้มีดจ้วงแทงท้องตัวเองจนไส้ทะลัก ก่อนไล่แทงชาวบ้านจนเสียชีวิต 2 ศพกลางสี่แยกบางขุนนนท์ กทม. ก่อนตำรวจจะจับพระวิชัยส่ง ร.พ. ผ่าตัดช่วยชีวิตไว้ได้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.
พระคลั่งกลางกรุง ควงมีดวิ่งไล่แทงชาวบ้านดับสยองคาสี่แยก 2 ศพ ตายไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เผยเป็นพระจากสุรินทร์ ก่อนเกิดเหตุแม่ค้าพบนอนเลือดท่วมตัวอยู่บนทางเท้ากลางสี่แยกบางขุนนนท์ ในสภาพถูกแทงไส้ทะลัก มือกำมีดพกไว้แน่น พอได้ยินชาวบ้านปรึกษากันจะแจ้งตร.ตกใจลุกพรวดพราดทำตาขวางใส่ กลุ่มไทยมุงถึงแตกกระเจิงวิ่งหนีคนละทิศละทาง ก่อนจับเหยื่อรายแรกกำลังจะข้ามถนน ล็อกคอจ้วงแทงไม่ยั้งทรุดฮวบตายคาที่ แล้วปรี่เข้าใส่เหยื่ออีกรายจอดจยย.ติดไฟแดงเสียชีวิตอีกศพ ตร.ชาร์จจับวุ่น เผยป่วยเป็นโรคประ สาท คาดอาการกำเริบแทงตัวเองแล้วไล่ฆ่าชาวบ้าน
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 4 พ.ค.ร.ต.อ.พรชัย ศรีมูล ร้อยเวร สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเกิดเหตุพระภิกษุคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่แทงชาวบ้าน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนบริเวณสี่แยกบางขุนนนท์ ฝั่งมุ่งหน้าเข้าสน.บางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม.จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วพร้อมด้วยพ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ ผกก.สน. บางขุนนนท์ แพทย์ ร.พ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบศพนายสุนทร หอมพวงภู่ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 7 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีเขียว มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่บริเวณหน้าอก หน้าท้อง ท้ายทอย แผ่นหลัง และที่ลำคอรวม 20 แผล นอกจากนี้พบจีวร ใบสุทธิ สมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกสิกรไทย มีเงินฝาก 15,000 บาท ใบรายชื่อลูกหนี้อีก 10 ราย เงินปัจจัยที่ญาติโยมใส่ให้จำนวนหนึ่ง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีชมพู หมาย เลขทะเบียน บษม-364 กทม.พลิกคว่ำอยู่กลางถนนอีก 1 คัน และมีดพับยาวประมาณ 4 นิ้ว 1 เล่ม
ส่วนผู้บาดเจ็บอาการสาหัสอีก 2 ราย ถูกนำส่งที่ร.พ.ศิริราชไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อนายสมาน อินนุ อายุ 37 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ อยู่บ้านเลขที่ 6 แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่ลำคอและหน้าท้องรวม 2 แห่ง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายเป็นพระภิกษุที่เป็นผู้ก่อเหตุชื่อพระวิชัย ฐิตสีโล อายุ 37 ปี พระลูกวัดศรีศรัทธาวารี ต.ไพรขลา อ.ชุมพล บุรี จ.สุรินทร์ มีบาดแผลใช้มีดกรีดที่หน้าท้องจนไส้ทะลักออกมาด้านนอก เป็นที่สยดสยองแก่ผู้พบเห็น
สอบสวนนางนัฐนันท์ ศรีสุทธิ อายุ 50 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย อยู่บ้านเลขที่ 2/31 ถ.บางขุน นนท์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 06.00 น.ขณะกำลังตั้งโต๊ะขายของได้ยินชาวบ้านเดินมาบอกให้ช่วยไปดูพระภิกษุเป็นลมหมดสติ อยู่บนฟุตปาธหัวมุมถนนบางขุนนนท์ ตนจึงรีบเดินไปตรวจสอบก็พบพระวิชัยนอนหงายมีเลือดท่วมตัวลำไส้ออกมาอยู่ข้างนอกนอน หมดสติอยู่ โดยในมือข้างซ้ายถือมีดพับปลายแหลมยาวประมาณ 4 นิ้วอยู่ด้วย จึงบอกให้ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาล เนื่อง จากยังไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อพระวิชัยได้ยินเสียงตะโกนว่า ชาวบ้านจะแจ้งตำรวจจึงรีบลุกพรวดขึ้นพร้อมทำตาขวางใส่ ทำให้ตนและชาวบ้านตกใจ จนต้องรีบวิ่งหนี เป็นจังหวะเดียว กันกับที่นายสุนทรผู้ตายกำลังเดินสวนมา และกำลังจะข้ามถนนตรงทางม้าลายพอดี พระวิชัยที่มีอาการกำลังคลุ้มคลั่งวิ่งตรงปรี่เข้าไปล็อกคอนายสุนทร แล้วใช้มีดกระหน่ำแทงไม่ยั้งจนนายสุนทรทรุดฮวบลงกับพื้นแล้วเสียชีวิตทันที
"เหตุการณ์ยังไม่ยุติลงเท่านั้น พระวิชัยยังคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิมวิ่งถือมีดตรงปรี่เข้าไปจ้วงแทงเข้าที่ท้องและลำคอของนายสมาน ซึ่งกำลังจอดรถคร่อมจักรยานยนต์ติดไฟแดงที่ดูเหตุการณ์อยู่ จนรถล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะนำส่งร.พ.ศิริราช จากนั้นพระวิชัยยังคงคลุ้ม คลั่งเดินกำมีดเล่มเดียวกันโวยวายใส่ชาวบ้านไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จนผ่านไปประมาณ 10 นาที พระวิชัยเริ่มอ่อนแรงในขณะที่บาดแผลบริเวณหน้าท้อง ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวน่าจะทำร้ายตัวเองมาก่อนหน้านี้ เริ่มมีลำไส้ทะลักออกมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าชาร์จจับกุมตัวนำส่งร.พ.ศิริราช อย่างทุลักทุเล" แม่ค้าพวงมาลัย กล่าว
ด้านร.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนชาวบ้านละแวกดังกล่าวเบื้องต้น ไม่มีใครเคยเห็นพระวิชัยมาก่อน จากการตรวจสอบทราบเพียงว่า พระวิชัยเป็นพระลูกวัดศรัทธาวารี ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ แต่เดินทางไปพำนักอยู่ที่วัดสระบัวซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ส่วนเรื่องที่เจ้าตัวเดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ และมาเพื่อทำธุระใดนั้นไม่มีใครทราบ ตอนนี้สามารถติดต่อญาติของพระวิชัยได้แล้ว และทางญาติให้ข้อมูลมาว่าพระวิชัยไม่เคยมีอาการป่วยทางประสาท แต่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคลมชัก และยังไม่ทราบว่าเคยเสพยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งตนได้ประสานไปยังทีมแพทย์ของร.พ.ศิริราช ให้เจาะเลือดเพื่อหาสารเสพติด จากนี้คงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนตนจึงจะเดินทางไปสอบปากคำต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวพระวิชัยส่งร.พ.ศิริราช นั้น พระวิชัยยังคงคลุ้มคลั่งคล้ายคนเมายาเสพติด ทีมแพทย์กว่า 10 คน ต้องล็อกตัวและวางยาสลบ ก่อนนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือจนขณะนี้พ้นขีดอันตรายต่อไป
วันเดียวกัน นายเชิดพงษ์ ทับแก้ว กำนันต. ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า พระวิชัยเป็นบุตรนายจันทร์ นางบุญจันทร์ ลามณี ลูกบ้านต.ไพรขลา บวชที่วัดศรัทธาวารี และย้ายไปอยู่วัดคอกหมู ย่านมหานาค กทม. ตั้งแต่ปี 2537 ปกติมีอาการทางประสาท และมีอาการลมบ้าหมู ต้องกินยาเป็นประจำเพื่อป้องกันอาการกำเริบ เมื่อ 2 เดือนก่อน กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้าน มีชาวบ้านเห็นใช้โทรศัพท์สาธารณะแล้วบ่นพึมพำอะไรบางอย่างโดยไม่มีใครรู้เรื่อง กระทั่งกลับไปก่อเหตุดังกล่าวในกทม.
พระคลั่ง- พระวิชัย ฐิตสีโล เกิดคลุ้ม คลั่งใช้มีดจ้วงแทงท้องตัวเองจนไส้ทะลัก ก่อนไล่แทงชาวบ้านจนเสียชีวิต 2 ศพกลางสี่แยกบางขุนนนท์ กทม. ก่อนตำรวจจะจับพระวิชัยส่ง ร.พ. ผ่าตัดช่วยชีวิตไว้ได้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.
พระคลั่งกลางกรุง ควงมีดวิ่งไล่แทงชาวบ้านดับสยองคาสี่แยก 2 ศพ ตายไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เผยเป็นพระจากสุรินทร์ ก่อนเกิดเหตุแม่ค้าพบนอนเลือดท่วมตัวอยู่บนทางเท้ากลางสี่แยกบางขุนนนท์ ในสภาพถูกแทงไส้ทะลัก มือกำมีดพกไว้แน่น พอได้ยินชาวบ้านปรึกษากันจะแจ้งตร.ตกใจลุกพรวดพราดทำตาขวางใส่ กลุ่มไทยมุงถึงแตกกระเจิงวิ่งหนีคนละทิศละทาง ก่อนจับเหยื่อรายแรกกำลังจะข้ามถนน ล็อกคอจ้วงแทงไม่ยั้งทรุดฮวบตายคาที่ แล้วปรี่เข้าใส่เหยื่ออีกรายจอดจยย.ติดไฟแดงเสียชีวิตอีกศพ ตร.ชาร์จจับวุ่น เผยป่วยเป็นโรคประ สาท คาดอาการกำเริบแทงตัวเองแล้วไล่ฆ่าชาวบ้าน
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 4 พ.ค.ร.ต.อ.พรชัย ศรีมูล ร้อยเวร สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเกิดเหตุพระภิกษุคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่แทงชาวบ้าน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนบริเวณสี่แยกบางขุนนนท์ ฝั่งมุ่งหน้าเข้าสน.บางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม.จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วพร้อมด้วยพ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ ผกก.สน. บางขุนนนท์ แพทย์ ร.พ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบศพนายสุนทร หอมพวงภู่ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 7 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีเขียว มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่บริเวณหน้าอก หน้าท้อง ท้ายทอย แผ่นหลัง และที่ลำคอรวม 20 แผล นอกจากนี้พบจีวร ใบสุทธิ สมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกสิกรไทย มีเงินฝาก 15,000 บาท ใบรายชื่อลูกหนี้อีก 10 ราย เงินปัจจัยที่ญาติโยมใส่ให้จำนวนหนึ่ง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีชมพู หมาย เลขทะเบียน บษม-364 กทม.พลิกคว่ำอยู่กลางถนนอีก 1 คัน และมีดพับยาวประมาณ 4 นิ้ว 1 เล่ม
ส่วนผู้บาดเจ็บอาการสาหัสอีก 2 ราย ถูกนำส่งที่ร.พ.ศิริราชไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อนายสมาน อินนุ อายุ 37 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ อยู่บ้านเลขที่ 6 แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่ลำคอและหน้าท้องรวม 2 แห่ง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายเป็นพระภิกษุที่เป็นผู้ก่อเหตุชื่อพระวิชัย ฐิตสีโล อายุ 37 ปี พระลูกวัดศรีศรัทธาวารี ต.ไพรขลา อ.ชุมพล บุรี จ.สุรินทร์ มีบาดแผลใช้มีดกรีดที่หน้าท้องจนไส้ทะลักออกมาด้านนอก เป็นที่สยดสยองแก่ผู้พบเห็น
สอบสวนนางนัฐนันท์ ศรีสุทธิ อายุ 50 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย อยู่บ้านเลขที่ 2/31 ถ.บางขุน นนท์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 06.00 น.ขณะกำลังตั้งโต๊ะขายของได้ยินชาวบ้านเดินมาบอกให้ช่วยไปดูพระภิกษุเป็นลมหมดสติ อยู่บนฟุตปาธหัวมุมถนนบางขุนนนท์ ตนจึงรีบเดินไปตรวจสอบก็พบพระวิชัยนอนหงายมีเลือดท่วมตัวลำไส้ออกมาอยู่ข้างนอกนอน หมดสติอยู่ โดยในมือข้างซ้ายถือมีดพับปลายแหลมยาวประมาณ 4 นิ้วอยู่ด้วย จึงบอกให้ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาล เนื่อง จากยังไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อพระวิชัยได้ยินเสียงตะโกนว่า ชาวบ้านจะแจ้งตำรวจจึงรีบลุกพรวดขึ้นพร้อมทำตาขวางใส่ ทำให้ตนและชาวบ้านตกใจ จนต้องรีบวิ่งหนี เป็นจังหวะเดียว กันกับที่นายสุนทรผู้ตายกำลังเดินสวนมา และกำลังจะข้ามถนนตรงทางม้าลายพอดี พระวิชัยที่มีอาการกำลังคลุ้มคลั่งวิ่งตรงปรี่เข้าไปล็อกคอนายสุนทร แล้วใช้มีดกระหน่ำแทงไม่ยั้งจนนายสุนทรทรุดฮวบลงกับพื้นแล้วเสียชีวิตทันที
"เหตุการณ์ยังไม่ยุติลงเท่านั้น พระวิชัยยังคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิมวิ่งถือมีดตรงปรี่เข้าไปจ้วงแทงเข้าที่ท้องและลำคอของนายสมาน ซึ่งกำลังจอดรถคร่อมจักรยานยนต์ติดไฟแดงที่ดูเหตุการณ์อยู่ จนรถล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะนำส่งร.พ.ศิริราช จากนั้นพระวิชัยยังคงคลุ้ม คลั่งเดินกำมีดเล่มเดียวกันโวยวายใส่ชาวบ้านไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จนผ่านไปประมาณ 10 นาที พระวิชัยเริ่มอ่อนแรงในขณะที่บาดแผลบริเวณหน้าท้อง ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวน่าจะทำร้ายตัวเองมาก่อนหน้านี้ เริ่มมีลำไส้ทะลักออกมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าชาร์จจับกุมตัวนำส่งร.พ.ศิริราช อย่างทุลักทุเล" แม่ค้าพวงมาลัย กล่าว
ด้านร.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนชาวบ้านละแวกดังกล่าวเบื้องต้น ไม่มีใครเคยเห็นพระวิชัยมาก่อน จากการตรวจสอบทราบเพียงว่า พระวิชัยเป็นพระลูกวัดศรัทธาวารี ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ แต่เดินทางไปพำนักอยู่ที่วัดสระบัวซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ส่วนเรื่องที่เจ้าตัวเดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ และมาเพื่อทำธุระใดนั้นไม่มีใครทราบ ตอนนี้สามารถติดต่อญาติของพระวิชัยได้แล้ว และทางญาติให้ข้อมูลมาว่าพระวิชัยไม่เคยมีอาการป่วยทางประสาท แต่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคลมชัก และยังไม่ทราบว่าเคยเสพยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งตนได้ประสานไปยังทีมแพทย์ของร.พ.ศิริราช ให้เจาะเลือดเพื่อหาสารเสพติด จากนี้คงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนตนจึงจะเดินทางไปสอบปากคำต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวพระวิชัยส่งร.พ.ศิริราช นั้น พระวิชัยยังคงคลุ้มคลั่งคล้ายคนเมายาเสพติด ทีมแพทย์กว่า 10 คน ต้องล็อกตัวและวางยาสลบ ก่อนนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือจนขณะนี้พ้นขีดอันตรายต่อไป
วันเดียวกัน นายเชิดพงษ์ ทับแก้ว กำนันต. ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า พระวิชัยเป็นบุตรนายจันทร์ นางบุญจันทร์ ลามณี ลูกบ้านต.ไพรขลา บวชที่วัดศรัทธาวารี และย้ายไปอยู่วัดคอกหมู ย่านมหานาค กทม. ตั้งแต่ปี 2537 ปกติมีอาการทางประสาท และมีอาการลมบ้าหมู ต้องกินยาเป็นประจำเพื่อป้องกันอาการกำเริบ เมื่อ 2 เดือนก่อน กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้าน มีชาวบ้านเห็นใช้โทรศัพท์สาธารณะแล้วบ่นพึมพำอะไรบางอย่างโดยไม่มีใครรู้เรื่อง กระทั่งกลับไปก่อเหตุดังกล่าวในกทม.
อยากให้ทางพระผู้ใหญ่หรือรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีมาตรการการเข้ามาบวชของฆราวาส มีการคัดกรองตรวจสอบให้มากกว่านี้
จะเกิดปัญหาบ่อยๆมากที่สุด และอีกอย่าง พ่อแม่ที่ชอบบังคับลูกหลานให้บวชโดยที่เขาไม่มีความพร้อมที่จะบวชไม่มีสัทธาที่จะบวช ก็อย่าบังคับอีกเลย
พระสงฆ์ก่อคดีขึ้นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าพระพุทธศาสนามีเวรมีกรรมอันใดหนักหนา ถึงได้เกิดเรื่องราวอยู่เป็นประจำ จะให้คิดปลงว่าเป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลกก็ใช่อยู่ จะไม่ดีกว่าหรือ? ที่จะหามาตรการป้องกันมิให้เกิดเรื่องราวขึ้นในแวดวงพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นก็ตามเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรที่จะหามาตรการป้องกันผู้ที่จะเข้ามาเป็นสาวกหรือทายาททางศาสนามิให้ก่อเหตุ ก่อเรื่องราวต่างๆ อันเป็นเหตุทำให้ศาสนาเสื่อมเสียและขาดความศรัทธาจากผู้ที่เขานับถือ จึงอยากวิงวอนให้ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายรัฐบาลได้ให้ความใส่ใจ สนใจที่จะติดตามและหาหนทางมาตรการที่จะปกป้องและป้องปรามเรื่องราวต่างๆมิให้เกิดขึ้น หรือหามาตรการจัดการกับเรื่อวราวที่เกิดขึ้น ขอขอบคุณ
แสดงความคิดเห็น