หลวงพ่อเทพโมฬี วัดเทพโมฬี จ.กำแพงเพชร

เมืองกำแพงเพชร เป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีความสำคัญทางด้านการเมือง การสงคราม และด้านพระพุทธศาสนา หลักฐานที่ปรากฏให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ของพุทธศาสนาสมัยเก่า คือ ซากปรักหักพัง อุโบสถ วิหารต่างๆ ของวัด ที่มีอยู่รายล้อมเมืองกำแพงเพชร

 

"หลวงพ่อเทพโมฬี" (หลวงพ่อโม้) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูน สะท้อนความรุ่งโรจน์ของเมืองกำแพงเพชรโบราณ ชาวเมืองเรียกว่า "หลวงพ่อโม้"

องค์พระพุทธรูป มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ สร้างครอบองค์เดิมไว้ภายใน เมื่อพุทธศักราช 2519 เดิมสันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น

หลวงพ่อเทพโมฬี ประดิษฐานอยู่ ณ วัดเทพโมฬี จ.กำแพงเพชร เป็นวัดที่มีขนาดเล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ นอกเขตเมืองชากังราว อยู่ทิศใต้ของคูเมืองเก่า ด้านหน้าทิศตะวันออก ติดกับถนนราชดำเนิน ด้านหลังทิศตะวันตกติดกับบ้านพักอัยการจังหวัด และโรงพยาบาลแพทยบัณฑิต ทิศเหนืออยู่ใกล้กับสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

วัดเทพโมฬี ชาวกำแพงเพชร เรียกว่า วัดหลวงพ่อโม้ เป็นวัดทิ้งร้างนอกเขตคูเมืองเดิมด้านทิศใต้เป็นเวลานานนับร้อยปี ซากปรักหักพังเป็นศิลาแดง เฉพาะองค์พระเทพโมฬี เป็นพระประธานในอุโบสถ มาแต่เดิมได้ชำรุดแตกหัก เหลือแต่พระปฤษฎางค์ และพระเศียร ส่วนพระกรหลุดร่วงหายไป มีต้นไม้และเถาวัลย์ ขึ้นรกคลุมจนแทบมองไม่เห็นองค์พระพุทธรูป แถมยังมี งู แมงป่อง มากมาย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้

ต่อมาใน พ.ศ.2519 นายกาจ รักษ์มณี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรในสมัยนั้น มีความคิดที่จะบูรณะพุทธสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนกราบไหว้ เพื่อจะได้เป็นสาธารณสถานให้ชาวกำแพงเพชรได้กราบไหว้บูชา

ท่านจึงปรึกษาหารือกับ นายจำรูญ อรรถธรรมสุนทร อัยการจังหวัดกำแพงเพชร อัยการจำรูญเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง ชาวบ้านนับถือกันมาก อยู่หลังบ้านพักอัยการจังหวัด มีนามว่า หลวงพ่อโม้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านนิยมกราบไหว้บูชา บนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ

ผู้ว่าราชการจังหวัด และอัยการจังหวัด จึงตกลงที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัดเทพโมฬีแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นสถานที่บูชากราบไหว้ของชาวกำแพงเพชร และชาวจังหวัดใกล้เคียงสืบไปภายหน้า

โดยชักชวนข้าราชการ พ่อค้า และชาวกำแพงเพชร ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อเทพโมฬี และ หลวงพ่อแป้งข้าวหมาก ขึ้นมาใหม่ โดยสร้างครอบองค์เดิมไว้

ทางจังหวัดกำแพงเพชร ได้ไปอาราธนา หลวงพ่อโง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการปั้น และทำพิธีทางศาสตร์เวทในด้านนี้ มาเป็นผู้ปั้น พร้อมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อเทพโมฬี

หลวงพ่อโง่น ได้เป็นประธานควบคู่กับการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาปั้นหลวงพ่อเทพโมฬี พร้อมทั้งปรับปรุงบริเวณโดยรอบแล้วเสร็จใน พ.ศ.2520 ในระหว่างนั้น หลวงพ่อภา หรือพระครูวิธานวชิรศาสน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จ (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) นำพระภิกษุมาช่วยร่วมบูรณปฏิสังขรณ์โดยตลอด

เหตุที่ชาวเมืองกำแพงเพชร เรียกว่า "หลวงพ่อโม้" จนติดปาก เพราะมีเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดในเรื่องที่ดีก็มักจะประสบความสำเร็จทุกรายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบนขอให้ฝนไม่ตกในช่วงเวลา จัดงานต่างๆ ในจังหวัด

ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เสมือนหนึ่ง "โม้" นี่เอง จึงเรียกกันติดปากเรื่อยมาว่า "หลวงพ่อโม้"

ปัจจุบัน วัดเทพโมฬี เป็นพุทธสถานสาธารณะ อยู่ในความดูแลของวัดเสด็จ และบรรจุให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร ในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้บูชา เพื่อขอพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา สำหรับเครื่องแก้บน นอกจากดอกไม้ธูปเทียนแล้วก็มีขนมจีนกับแป้งข้าวหมาก

ใครที่มีโอกาสเดินทางผ่านไปยังจังหวัดกำแพงเพชร ควรจะแวะไปสักการบูชาขอพรต่อองค์หลวงพ่อเทพโมฬี ที่วัดเทพโมฬี ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว

ที่มา:
ข่าวสด

แสดงความคิดเห็น