คราวก่อนพูดถึงหลวงพ่อ ชยสาโร (หลวงพ่อช้อน ศิษย์หลวงพ่อ) ผู้พูดไทยได้ก่อนเกิด! คราวนี้ขอพูดถึงหลวงพ่อ มิตซูโอะ บ้าง แน่นอน ชื่อนี้มิใช่ มิตซูโอะ ในเรื่อง โดราเอม่อน ของเด็กๆ แต่เป็นหลวงพ่อ มิตซูโอะ คเวสโก แห่งวัดป่าสุนันทวนาราม บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
หลวงพ่อมีประวัติเป็นมาอย่างไร เอาไว้เล่าวันหลัง วันนี้ขอนำนิทานสอนการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อมาเล่าให้ฟังก่อนสัก 2-3 เรื่อง
เรื่องที่หนึ่ง ยักษ์ขยัน สมัยโบราณ วันหนึ่ง บุรุษหนึ่งทำงานในสวน ขุดดินไปเรื่อยๆ จอบกระทบของแข็ง เกิดเสียงดังขึ้น บุรุษผู้นั้นเอะใจ จึงค่อยๆ ขุดดิน อย่างระมัดระวัง
ตะเกียงเก่าๆ อันหนึ่ง ปรากฏแก่สายตา เอาผ้าเช็ดๆ ทำความสะอาด
ยักษ์ตัวใหญ่โผล่ขึ้นมากลางอากาศ แล้วตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ และขอบคุณที่ทำให้เขาเป็นอิสระ ปวารณาตัวว่าจะรับใช้บุรุษนั้นตลอดไป
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องมีงานให้เขาทำตลอด "เพราะผมจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ถ้าไม่มีงานทำ ว่างจากงาน ผมจะกินท่านเป็นอาหาร"
บุรุษนั้นพิจารณาแล้วเห็นว่า น่าจะดีหากมีใครสักคนคอยรับใช้เรา ยักษ์ย้ำอีกว่า "ต้องให้มีงานทำตลอดนะ ผมว่างเมื่อไรหมายถึงวันตายของท่าน"
บุรุษนั้นคิดแล้วคิดอีกว่า ไม่น่ามีปัญหา มั่นใจว่าสั่งงานให้ทำตลอดได้ มายากอะไร จึงตกลงกัน
ตั้งแต่วันนั้น บุรุษกับยักษ์ตัวใหญ่ก็กลายเป็นคู่ชีวิตกัน จวบจนทุกวันนี้
ยักษ์ถามว่า ให้ทำอะไรก่อน
บุรุษนั้นอยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ สักหลังหนึ่งมานานหลายปี เลยสั่งว่า "สร้างบ้านหลังใหญ่"
ยักษ์รับคำสั่งแล้วก็เนรมิตบ้านใหญ่ขึ้นมาในเวลาพริบตาเดียว
อ้าว สร้างบ้านใหญ่ๆ คิดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี
ยักษ์ตัวใหญ่ถามว่า "จะให้ทำอะไรต่อครับนาย"
"อื้อ ขอสระน้ำใหญ่หลังบ้าน"
ยักษ์ตัวใหญ่ก็เนรมิตสระน้ำในทันที
"ให้มีถนนใหญ่เข้าบ้าน แล้วสองข้างทางมีป่าใหญ่ร่มเย็น"
ยักษ์ตัวใหญ่ก็เนรมิตถนน สร้างป่า ขึ้นทันที ตั้งแต่วันนั้น บุรุษผู้นั้นคอยคิดแต่จะสั่งงานตลอดทั้งวันทั้งคืน ยืน เดิน นั่ง นอน อยู่ในห้องน้ำ และแม้ว่ากำลังนอน ต้องสั่งงานตลอดว่า อยากได้ อยากมี อยากเป็น อย่างนี้ อย่างนั้น
จนในที่สุด เสมือนว่าเป็นทาส ของยักษ์แล้ว
เป็นทุกข์จริงๆ
วันหนึ่งฉุกคิดได้ สั่งว่า "ตั้งเสาต้นหนึ่งสูงๆ หน่อย"
แล้วยักษ์ตัวใหญ่ค่อยๆ ปีนขึ้นจนถึงยอด ยักษ์ตัวใหญ่ตะโกนถามว่า "ให้ทำอะไรต่อ"
สั่งไปว่า "ค่อยๆ ลง ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆ ลงอยู่อย่างนั้น"
ตั้งแต่วันนั้น บุรุษผู้นั้นก็มีเวลาพักผ่อนสมอง
สงบ สบาย สบายใจ มีความสุข
ยักษ์ตัวใหญ่ คือ ความคิด
เสาสูงๆ หมายถึง ลมหาใจ
ลมหายใจเข้ายาว ลมหายใจออกยาว ให้มีสติสัมปชัญญะ ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
ลมหายใจออกยาว ลมหายใจเข้ายาว ให้ติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน
เมื่อจิตใจสงบปราศจากนิวรณ์แล้ว เราก็สามารถรู้แจ้ง เห็นจริง ตามเป็นจริงได้
ผมอ่านนิทานของหลวงพ่อมิตซูโอะไป ใจตุ้มๆ ต้อมๆ นึกว่าจะเหมือนยักษ์ใหญ่เวอร์ชั่นที่ผมได้ยินมา พอจบลงตรงให้ยักษ์ปีเสาขึ้นลง อันเป็นอุบายฝึกสติกำหนดลมหายใจเข้าออก ก็โล่งใจไป
จะไม่ให้โล่งใจอย่างไรเล่าครับ ยักษ์ใหญ่ตามเวอร์ชั่นที่ผมรับฟังมา บุรุษนั้นจนปัญญาไม่รู้จะสั่งยักษ์ทำอะไร กำลังจะถูกยักษ์จับกิน จึงวิ่งขึ้นบนเรือน ยักษ์ก็ตาม แกสะดุดล้มลง สายตาเหลือบไปเห็นขนเส้นหนึ่ง หยิบขึ้นมาพลางยิ้มกล่าวว่า
"เอ็งไม่ต้องรีบร้อน ถึงขั้นจะกินข้า ข้ายังมีงานชิ้นสำคัญให้เอ็งทำต่อ เอ้า เอาขนนี้ไปรีดให้มัตรงแหนวเลยนะ" ว่าแล้วก็หัวร่อกั๊กๆ ยื่นเส้นขนให้ยักษ์
ยักษ์นั่งรีดขนที่ว่านี้อยู่ใต้ชานบ้าน จนเหงื่อไหลใคลย้อย ยิ่งรีดก็ยิ่งงอ ไม่เห็นมันตรงสักนิด ขณะบุรุษนั้นยืนมองอยู่บนชานบ้านด้วยความสบายใจ ยักษ์เอามือปาดเหงื่อ แหงนหน้าขึ้นไป บังเอิญเห็นเส้นขนอีกจำนวนมากขณะที่บุรุษนั้นเผลอ
ทันใดนั้นยักษ์ขยันตัวนั้นก็เผ่นแนบ ไม่เอาแล้วโว้ย เส้นเดียวยังรีดครึ่งค่อนวันยังไม่ตรงสักนิด แล้วนี่ยังเหลืออีกพะเรอเกวียน (ฮา)
เรื่องที่สอง ดูลิงป่าเล่นกัน นึกมโนภาพ เรากำลังนั่งอยู่ในป่า มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มีลิงป่าหลายตัว กระโดดไปมาระหว่างกิ่งไม้ถึงกิ่งไม้ สนุกสนานตามประสาสัตว์ป่า
เราก็นั่งพิงโคนไม้นิ่งอยู่ ดูลิงป่าด้วยความสบายอารมณ์ ระวัง อย่าเป็นลิงเสียเอง
เมื่อจิตใจไม่สงบมากๆ ก็ให้ปฏิบัติถูกต้องกับความไม่สงบ บางครั้งจิตใจของเราไม่ต้องการความสงบ ฟุ้งซ่านมากๆ ยิ่งพยายามหยุดคิด ทำใจให้สงบ ก็ยิ่งรำคาญมากขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนั้น ตั้งหลักใหม่ ไม่ต้องตั้งใจจะหยุดคิดให้สงบ ศึกษาความไม่สงบ
เสียใจเพราะจิตไม่สงบ ก็ผิด ดีใจเพราะจิตสงบ ก็ผิดเหมือนกัน
เราต้องไม่ยินดียินร้าย ด้วยใจเป็นกลางๆ สงบๆ สบายๆ
เรา ความรู้สึกตัวก็มีอยู่ รู้อยู่ว่าไม่สงบ
หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สบายๆ
รู้ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า
พร้อมกับรู้อยู่ว่าใจไม่สงบ
แต่พยายามรู้เฉยๆ รู้อยู่เฉยๆ
ไม่สงบ ไม่เป็นไร อย่ายินดี อย่ายินร้าย อย่ายึดมั่นถือมั่น
สิ่งที่เราพยายามคือ ระลึกรู้ลมหายใจ รู้เฉยๆ ด้วยใจดี ใจเมตตา
เอาระบบดูเล่น ดูลิงป่า หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
หน้าที่คือการเจริญสติ ไม่ต้องทำอะไรกับจิตไม่สงบ
วางเฉยกับความไม่สงบ
สติเกิดเมื่อไร ความสงบก็หายไปเอง
แสดงความคิดเห็น