อายัดพระแสบ-อ้างสังฆราชตุ๋นตั้งพระครู วัดบวรแฉ หนีคดีนาน เพิ่งถูกจับ แต่ง "พตต."

จอมตุ๋น- นายสามารถ แสงใส หรือพระมหาสามารถ ที่ก่อนหน้านี้โดนตร.ตากจับข้อหาแอบอ้างเป็นนายตำรวจราชสำนัก ล่าสุดมีภาพหลักฐานอีกคดี ปลอมลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดใน จ.นครปฐมขึ้นเป็นพระครู โดนอายัดตัวแล้ว

ผู้ช่วยเลขาฯสังฆราชเผยแจ้งความอายัดตัว พระแสบ มีคดีแอบอ้างเป็นพระจุลนายกปลัดซ้ายในสมเด็จพระสังฆราช ทั้งปลอมตราตั้งแต่งตั้งพระครูฐานาฯ ให้พระรูปอื่น โดยมีการปลอมลายพระหัตถ์พระสังฆราชด้วย แฉไล่ล่าตัวมานานแต่หนีไปได้ตลอด จนกระทั่งช่วงกลางเดือนเม.ย. ไปโดนจับที่อ.แม่สอด เพราะแต่งตัวเป็นนายตำรวจยศพ.ต.ต.ไปเบ่งขอรถนำขบวน ร้องกองปราบฯ อายัดตัวเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. พระครูโสภณศาสนกิจ ผู้ช่วยเลขานุการในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เปิดเผยว่า จากกรณีที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด ลงข่าวจับกุมพระมหาสามารถ พระวัดศรีสง่าประชาธรรม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด หรือนายสามารถ แสงใส อายุ 29 ปี ซึ่งแต่งกายเป็นนายตำรวจสำนักพระราชวัง ยศพ.ต.ต. และแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนสำนักพระราชวังให้มาตรวจสอบพื้นที่ จนถูกจับกุมในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อเร็วๆ นี้ ช่วยให้สามารถจับกุมคนร้ายที่ปลอมลายพระหัตถ์ สมเด็จพระสังฆราช และปลอมตราตั้ง ในการแต่งตั้งพระครูฐานานุกรม ทั่วประเทศได้

พระครูโสภณศาสนกิจ กล่าวว่า เมื่อกลางปี 46 ที่ผ่านมา รับมอบหมายจากสำนักสมเด็จพระสังฆราช ให้ตรวจสอบการตั้งเจ้าอาวาสวัดบัวหวั่น อ.บางเลน จ.นครปฐม ขึ้นเป็นพระครูฐานาฯ เนื่องจากมีการร้องเรียนว่าการแต่งตั้งดังกล่าวมีข้อน่าสงสัย เมื่อไปตรวจสอบพบว่า เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานาฯ จริง โดยมีพัดยศและตราตั้งซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงลงพระนาม เมื่อสอบถามการได้มาของพัดยศและตราตั้ง เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวแจ้งว่า ช่วงต้นปี 46 มีลูกศิษย์มาบอกว่า มีผู้จะแต่งตั้งให้เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวเป็นพระครูฐานาฯ เจ้าอาวาสจึงส่งประวัติไปให้ กระทั่งวันสงกรานต์ปีเดียวกัน นายสามารถ หรืออดีตพระมหาสามารถ ผู้ต้องหาคดีแต่งกายเป็นนายตำรวจสำนักพระราชวัง ที่ถูกจับที่ อ.แม่สอด นำพัดยศและตราตั้งมาแต่งตั้งให้เป็นพระครูฐานาฯ โดยอ้างตัวว่าเป็นพระธรรมวิสุทธิญาณ ตำแหน่งพระจุลนายกปลัดซ้ายในสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีสิทธิในการแต่งตั้งพระครูฐานาฯ โดยในวันดังกล่าวมีการถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ผู้ช่วยเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า เมื่อแจ้งไปว่า ไม่มีชื่อพระธรรมวิสุทธิญาณอยู่ในสารบบ และพระจุลนายกเป็นรูปอื่นที่ไม่ใช่พระที่อยู่ในภาพถ่ายดังกล่าว เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวจึงตกใจมาก เมื่อสอบถามว่าการได้มาของพัดยศและตราตั้งต้องเสียเงินไปเท่าไร เจ้าอาวาสตอบว่าไม่เสียเงิน ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ จึงให้ตำรวจที่ไปด้วยนำพัดยศและตราตั้งดังกล่าวไปพิสูจน์ว่าเป็นของจริงหรือไม่ เมื่อผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่าตราตั้งดังกล่าวเป็นการทำปลอมขึ้นมา และที่สำคัญคนที่ปลอมตราตั้งยังบังอาจปลอมลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช ลงนามในตราตั้งฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่บังควร จึงเข้าร้องทุกข์ต่อตำรวจกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีต่อนายสามารถ หรืออดีตพระมหาสามารถ ในข้อหาปลอมลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช และปลอมเอกสารทางราชการ

พระครูโสภณศาสนกิจ กล่าวว่า ติดตามจับกุมตัวนายสามารถมานาน แต่ไม่เคยได้ตัว เนื่องจากนายสามารถไม่อยู่ที่ประจำเป็นเวลานาน และเท่าที่สืบทราบมานายสามารถทำความชั่วไว้มากมาย เที่ยวหลอกชาวบ้านในภาคอีสานหลายจังหวัด ให้ร่วมผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำปัจจัยถวายสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เมื่อครั้งออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ในภาคอีสาน แต่เมื่อได้เงินแล้วกลับเชิดหนีไป นอกจากนั้นยังแอบอ้างชื่อเชื้อพระวงศ์องค์หนึ่ง ออกเรี่ยไรเงินเป็นจำนวนมากก่อนหนีหายไปเช่นกัน ที่ผ่านมาเคยติดตามตัวนายสามารถไปถึงจ.ร้อยเอ็ด โดยไปหาพระอุปัชฌาย์ของนายสามารถ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด แต่พระอุปัชฌาย์ของนายสามารถตอบปฏิเสธและบอกไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแอบแต่งตั้งพระฐานาฯ ของนายสามารถ และไม่ทราบว่านายสามารถไปอยู่ที่ไหน จนทำให้ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้จนถึงปัจจุบัน

พระครูโสภณศาสนกิจ กล่าวอีกว่า แต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา พบข่าวนายสามารถถูกตำรวจ อ.แม่สอด จับกุม เพราะแต่งกายเป็นนายตำรวจสำนักพระราชวังยศพ.ต.ต. ไปเบ่งขอรถนำขบวนเพื่อออกตรวจพื้นที่ จำได้ว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันที่ใช้เวลาตามหามากว่า 2 ปี จึงประสานไปยังสภ.แม่สอด แต่พบว่านายสามารถถูกน้องสาวซึ่งเป็นตชด.ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ประกันตัวออกไปแล้ว ซึ่งน้องสาวของนายสามารถคนนี้พร้อมบิดาและมารดาของนายสามารถ เคยขอเข้าพบพระครูโสภณศาสนกิจ ที่วัดบวรนิเวศวิหารครั้งหนึ่ง เมื่อทราบว่ากำลังติดตามตัว เพื่อดำเนินคดีการปลอมแปลงลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช และปลอมตราตั้งพระครูฐานาฯ ในครั้งนั้นได้แจ้งไปว่า ให้นำตัวนายสามารถมาพบ เพื่อสู้คดี หากไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่หายเงียบไปหมด

ผู้ช่วยเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า หลังจากทราบว่านายสามารถได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว จึงคิดว่าอาจไม่ได้ตัวอีกตามเคย แต่ตำรวจที่สภ.แม่สอด แจ้งว่า ในวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสามารถต้องมาขึ้นศาลอีกครั้ง เพื่อฟังคำตัดสินของศาล จึงรีบประสานตำรวจกองปราบปรามให้อายัดตัวเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดทราบว่า ตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวนายสามารถไว้แล้ว อยู่ระหว่างเดินทางมายังกองปราบปรามที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะมาถึงในช่วงเย็นนี้

พระครูโสภณศาสนกิจ กล่าวว่า การกระทำของนายสามารถเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ เนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ทั้งการแอบอ้างแต่งตั้งตัวเองเป็นเจ้าคุณชั้นธรรม มีทั้งพัดยศและตราตั้งครบถ้วน แอบอ้างตัวเองเป็นพระจุลนายกปลัดซ้ายในสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงอุกอาจขนาดปลอมแปลงลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช ลงนามในตราตั้งพระครูฐานาฯ ปลอม ทั้งที่ตัวเองยังห่มผ้าเหลืองและเป็นถึงพระมหา ที่มีความรู้ในเรื่องหลักธรรมเป็นอย่างดี และเวลาที่ผ่านมานานถึง 2 ปี คาดว่านายสามารถต้องไปหลอกลวงพระต่างจังหวัดจำนวนมาก ในการแต่งตั้งให้เป็นพระครูฐานาฯ แต่มีเพียงรูปเดียวเท่านั้นที่มีข้อมูลในการกระทำความผิด และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

วันเดียวกัน พ.ต.ท.สมบัติ มาลัย พงส.(สบ 3) บก.ป. เดินทางไปขออายัดตัวนายสามารถที่สภ. แม่สอด เนื่องจากมีหมายจับค้างเก่าของกองปราบปรามปี 2546 ข้อปลอมและใช้เอกสารของทางราชการปลอม โดยขณะนั้น พระอธิการฉอ้อน เจ้าอาวาสวัดบัวหวั่น อ.บางเลน จ.นครปฐม แจ้งความว่าถูกนายสามารถ ซึ่งเวลานั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดบวรฯ หลอกลวงบอกว่าสามารถวิ่งเต้นตำแหน่งเป็นพระครู จะต้องมีค่าใช้จ่าย ครั้งนั้นเสียเงินไป 2,800 บาท ได้ใบตราตั้งเป็นพระครู 1 ใบ แต่ภายหลังไปตรวจสอบรายชื่อเลื่อนขึ้นพระครูในสารบบพบว่าไม่มี จึงนำเรื่องร้องทุกข์ และพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเอาไว้ กระทั่งทราบข่าวว่าถูกจับจึงได้ขออายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา:
ข่าวสด

ทำตัวอุบาดเป็ดมาก -- ทำไมต้องมาหลอกคนอื่นละ

แต่กว่าจะคิดได้มันก็สายแล้วละ
คราวหน้าถ้ามีโอกาสขอให้คุณทำดีบางสักครั้งในชีวิตเพื่อจะได้ในสิ่งที่คุณหวังและอาจไถ่บาปที่คุณได้ทำ

ดิฉันคิดว่าอาจจะมีคนเข้าใจ (สักคนก็ยังดี)

ทำตัวแบบนี้แม่ไม่ว่าเหรอ มาหรอกคนอื่นน่าเกลียจมาก

พระพุทธศาสนาเป็นหลกัธรรมและเป็นสิ่งที่ดีงามแต่คนที่เข้ามาบวชเป็นศาสนทายาทนั้นไม่ดี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย เสื่อมความศรัทธาจากผู้ที่นับถือศรัทธา อีกหน่อยก็จะไม่ใครเขานับถือหรือเข้ามาบวชเรียนเป็นศาสนทายาท ขอให้ผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายสงฆ์และรัฐบาลต้องรีบหาทางและหามาตราการบทลงโทษที่เฉียบขาดในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ผู้ใหญ่ควรจะส่งเสริมคนดีที่เข้ามาบวชเป็นศาสนทายาทที่มีอยู่แล้ว (มีคุณภาพดีกว่ามากไปด้วยปริมาณ) และหามาตราการป้องกันตรวจสอบกำจัดลงโทษผู้ที่จะเข้ามาบวช ขอขอบคุณ

 

ระวังดี ๆ เด้อ.....จับติดคุกแล้ว..ระวังปลอมลายเซ็น ผบ. เรือนจำ..ลาออกไปเที่ยว..ยุ่งเลยน่ะนั่น..ฮิ ฮิ...

พระเดชพระคุณท่านมหาช่าง​ เ​ ​ล​ ว ​ได้​ถึง​ใจจริง​ ​ๆ​ ​พ่อคู๊ณณณ​ ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/08.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

แสดงความคิดเห็น