หน่วยข่าวความมั่นคงหวั่นแผนรุกคืบประเทศไทย (ปูเนาะไทยแลนด์) หลังพบกลุ่มทุนใน 3 จว.ใต้ กว้านซื้อที่ดินทำสวนยางในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ซ้ำอุปการะเด็กหัวดีไปเรียนปอเนาะ แต่อิหม่ามในพื้นที่ ปฏิเสธ แค่หาทุนให้เด็กเรียน
"มีกระแสข่าวว่ามีชาวเขาบางส่วนถูกนายจ้างที่มาจากภาคใต้ชักจูง "ล้างสมอง" ให้เกลียดชังรัฐสยาม และยังเสาะหาเด็กที่หัวดี เรียนเก่งส่งไปเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อจุดประสงค์บางอย่างอีกด้วย !!"
การเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อทำ"สวนยางพารา" ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือโดยกลุ่มนายทุนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานด้านความมั่นคง
พื้นที่ที่ถูกกว้านซื้อในลำดับต้นๆคือ จ.ลำปาง,ตาก,กำแพงเพชร และพะเยา
แต่ที่พบมากที่สุดคือ จ.เชียงราย !!!
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ ที่ดินที่ถูกซื้อไปส่วนใหญ่จะอยู่ในอำเภอที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ อ.แม่จัน,เชียงของและเชียงแสน โดยจะมีการว่าจ้าง "ชาวเขา" ให้เข้ามาดูแลสวนยาง
มีกระแสข่าวว่ามีชาวเขาบางส่วนถูกนายจ้างที่มาจากภาคใต้ชักจูง "ล้างสมอง" ให้เกลียดชังรัฐสยาม และยังเสาะหาเด็กที่หัวดี เรียนเก่งส่งไปเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อจุดประสงค์บางอย่างอีกด้วย !!
การรุกคืบเข้าครอบครองที่ดินในภาคเหนือเมื่อประมวลเข้ากับการข่าวของฝ่ายความมั่นคงพบว่ามีความสอดคล้องกับแผนการยึดครองประเทศไทยหรือ "ปูเนาะไทยแลนด์" ซึ่งถูกแปลจากเอกสารภาษายาวี โดยมีเนื้อหาบางส่วนวางขั้นตอนการเข้าครอบครองที่ดิน การส่งคนเข้าพื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจ ขยายแหล่งทุน รวมไปถึงการส่งคนเข้าไปแต่งงานกับคนในภาคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรชาวมุสลิม
จริงเท็จเพียงใดไม่มีหลักฐานยืนยันแต่เพื่อความไม่ประมาท พล.ต.สังคมจันทรธรรม แม่ทัพน้อยที่ 3 ได้มีคำสั่งให้จังหวัดทหารบกหลายจังหวัดในภาคเหนือเร่งตรวจสอบข้อมูล
ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่3 มีคำสั่งด่วนทางวิทยุถึงหน่วยทหารในพื้นที่ให้ออกหาข่าว และรายงานผลในวันที่ 20 ส.ค. นี้
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า มัสยิดจำนวน 7 แห่ง ใน จ.เชียงราย ยังถูกจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก "ไม่ยอมขึ้นทะเบียน" กับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ที่ถูกเพ่งเล็งมากที่สุดคือ มัสยิดบ้านปางสาและมัสยิดห้วยหินฝน ใน ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย
มัสยิดทั้งสองแห่งนี้ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงในภาคใต้เพราะมีข่าวว่าเด็กชาวเขา 2 ราย ซึ่งถูกอุปการะโดยมัสยิดทั้งสองแห่งนี้เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กรือเซะเมื่อปี 2547
สิ่งที่ตอกย้ำข้อสงสัยยิ่งขึ้นคือ จากนั้นเพียง 3 เดือน นายนูซียาโก๊ะ อิหม่ามผู้ดูแลมัสยิดบ้านปางสาก็ถูกยิงเสียชีวิตในอ.ตากใบ จ.นราธิวาส อย่างมีเงื่อนงำ
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยอมรับว่า ใน จ.เชียงราย มีกลุ่มแนวร่วมจากสามจังหวัดชายแดนใต้เข้ามาเคลื่อนไหวได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ เนื่องจากมีผลกระทบกับความมั่นคง และสร้างความกังวลใจกับคนในพื้นที่
กลุ่มคนเหล่านี้ได้เข้ามาเคลื่อนไหวใน3 ลักษณะ คือ
-มีกลุ่มคนเข้ามาปลุกระดมคนในพื้นที่ให้ต่อต้านรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
-มีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดิน โดยอ้างว่าหนีตายมาจากพื้นที่
-มีกลุ่มบุคคลเข้ามาอุปการะเด็กชาวเขาก่อนส่งไปเรียนในโรงเรียนปอเนอะโดยสนับสนุนเงิน และค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแรงงานต่างด้าว รวมทั้งชาวเขาที่ไม่ได้รับสัญชาติ มีฐานะยากจน และไม่ได้รับการศึกษาจำนวนหนึ่งถูกชักชวนให้ไปอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยอ้างว่าจะพาไปฝึกอาชีพ
มีข้อมูลว่าเด็กชาวเขาที่ถูกส่งไปเรียนหลายคนมีการเปลี่ยนชื่อบ้างก็หายสาบสูญ และขาดการติดต่อกับพ่อแม่โดยสิ้นเชิง
นายชนะวงศ์ศักดิ์ ผู้ช่วยอิหม่ามห้วยหินฝน ชี้แจงข้อสงสัยนี้ โดยยอมรับว่า มัสยิดห้วยหินฝน มัสยิดบ้านปางสา ใน อ.แม่จัน และมัสยิดบ้านแก่น อ.เชียงของ เป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยมีการรับอุปการะเด็กชาวเขาเข้ามาเลี้ยงดูในนามของมูลนิธิส่งเสริมจริยธรรมอิสลาม
โดยเด็กทุกคนจะเข้าเรียนในโรงเรียนสามัญในพื้นที่เมื่อจบ ป.6 หรือ ม.3 จะส่งไปอยู่ในความดูแลของ มูอัลลัฟฟ์ หรือศูนย์มุสลิมใหม่ในอ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งใครจะไปเรียนต่ออยู่ที่ความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ
ส่วนที่ถูกโยงเข้ากับขบวนการก่อการร้ายในภาคใต้นายชนะ ตอกกลับว่า เป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยพยายาม "สร้างข่าว" ขึ้นเพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม และบิดเบือนเจตนารมณ์ของการประกาศศาสนา
ผู้ช่วยอิหม่ามห้วยหินฝนชี้แจงอีกว่า "เด็กทั้งสองคนที่มีรายชื่อว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์กรือเซะยังมีชีวิตอยู่ ส่วนที่มีคนบางกลุ่มพยายามปล่อยเอกสารแผนการยึดประเทศไทย ซึ่งหากมองในหลักความจริงแล้วทุกคนก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้"
สำหรับการกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำสวนยางนั้นเขา ให้เหตุผลว่า หลังเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสหรัฐอเมริกา เงินช่วยเหลือจากบรูไนก็เริ่มมีปัญหา เนื่องจากหลายประเทศสั่งห้ามการโอนเงินไปยังเครือข่ายชาวมุสลิมทำให้ต้องขาดเงินในการอุปการะเด็กในมัสยิดปางสา และหลังจากนายนูซีถูกยิงเสียชีวิตหลังเหตุการณ์กรือเซะทำให้ต้องขาดงบประมาณอย่างหนัก เพราะทุนที่ได้รับในประเทศถูกงดบริจาค ส่วนมัสยิดห้วยหินฝนเองก็ได้รับงบประมาณให้ดูแลเด็กเพียง 20 คน แต่จำนวนเด็กมีมากกว่า 36 คนทำให้ต้องหาทุนเพิ่ม
ผู้ช่วยอิหม่ามห้วยหินฝนกล่าวชี้แจง และย้ำว่า "การซื้อที่ดินปลูกยางพาราเพื่อหารายได้มาทดแทนในส่วนนี้ โดยจะมีการขอรับบริจาคทุนจากพี่น้องในภาคใต้ โดยล่าสุดมีที่ดินหลายแปลงรวมประมาณ 50 ไร่ ที่บ้านเวียงหมอก อ.เชียงของ และอีก 30 ไร่ ใน อ.ปง จ.พะเยา โดยใน จ.พะเยา ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากพี่น้องมุสลิมจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่ดินทั้งสองแห่งขณะนี้มีการปลูกยางพารามาแล้วกว่า 2 ปี และจะเริ่มกรีดยางได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า"
ขณะที่นายราชันรุจิพร ประธานคณะกรรมการมุสลิมจังหวัดเชียงรายชี้แจงอีกว่า การเข้ามาเพื่อล้างสมอง หากเป็นพี่น้องมุสลิมใน จ.เชียงราย มีความน่าจะเป็นน้อยมาก เนื่องจากพี่น้องมุสลิมใน จ.เชียงราย มีเชื้อสายมุสลิมจีน และปากีสถาน
"มุสลิมทางใต้มีเชื้อสายมลายู จึงความต่างด้านเชื้อชาติ และประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อว่าคงจะยุแหย่ไม่ขึ้น และกระแสข่าวที่หนาหูในขณะนี้พี่น้องมุสลิมใน จ.เชียงราย ก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก" ประธานคณะกรรมการมุสลิม จ.เชียงราย กล่าวทิ้งท้าย
กระแสข่าวของแผนรุกคืบประเทศไทยหรือ "ปูเนาะไทยแลนด์" แม้จะสร้างความตื่นตระหนก และกระทบกับชื่อเสียงของคนบางกลุ่ม แต่ก็เป็นประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคง และประชาชนในพื้นที่เป้าหมายจะต้องช่วยกันหาทาง "ป้องกัน" ไม่ให้แผนการดังกล่าวเป็นจริงขึ้นมา.
จาทำลายพวกเราทำไม วอนผู้ที่คิดจาแบ่งแยกดินแดน กรุณาอย่ามาระรานพวกเราเลย เราก็ไม่ได้ไประรานพวกท่านเลย สงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเถอะ ดิฉันเองก้อไม่มีความสามารถที่จาหยุดความคิดที่จาแบ่งแยกดินแดนของท่านได้ แต่เพียงแค่เตือนสติพวกท่าน อย่าทำแบบนี้อีกเลย เชื่อว่าพระเจ้าของท่านต้องไม่สบายใจแน่ ถ้าพวกท่านทำแบบนี้
อาชีวะสร้างชาติ๑๑๑
แสดงความคิดเห็น