ปัจจุบัน พฤติกรรมของวัยรุ่นไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อผู้ให้กำเนิด หรือครูอาจารย์ พฤติกรรมการเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร พฤติกรรมการอยากแสดงออก จนสังคมเรียกว่าเด็กแว้นเด็กสก๊อย จนเป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าของผู้คนในสังคม ขนาดผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนบางท่านบอกให้จับไปให้ทหารดัดพฤติกรรม กรณีนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องหันมาทบทวนบทบาทของตนเองว่า วันนี้เราใส่ใจในพฤติกรรมที่แย่ลงของวัยรุ่นไทยมากเพียงพอหรือยัง ใครควรจะเป็นเจ้าภาพหลักเจ้าภาพร่วม เพื่อช่วยกันแก้ไขเพื่อให้เขาเหล่านี้เป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป
ผู้เขียนเคยอ่านเจอคำสอนของอดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุรูปหนึ่ง เกี่ยวกับการสอนลูกศิษย์ในสังกัดจนได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ว่า เด็กหรือลูกศิษย์จะต้อง "อยู่อย่าให้ห่าง อย่าให้ว่าง ให้ทำงาน" คำสามคำมีความหมายที่ลึกและกว้างมาก คำว่าอยู่อย่าให้ห่าง หมายความว่า ผู้ปกครอง หรือครูอาจารย์ควรเอาใจใส่ในพฤติกรรมของบุตรหลานลูกศิษย์ ให้ความรักความอบอุ่น แสดงความเอื้ออาทรอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ว่าง ให้ทำงาน หมายความว่า หากิจกรรมหรืองานบ้าน หรืองานอย่างใดอย่างหนึ่งให้เขาทำ ยกย่องหรือช่วยเหลืองานที่มอบหมายให้เขาทำ ซึ่งจะทำให้เด็กมีความอบอุ่น มีกำลังใจในผลงานที่ได้รับมอบหมาย กล่าวเฉพาะเด็กหญิง เป็นเพศที่จะต้องให้ความสำคัญและใช้คำสอนสามคำดังกล่าวให้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นเพศที่อ่อนไหวต่อสื่อหรือต่อคำพูดที่มาจากผู้ปครอง หรือครูอาจารย์ แล้วพระพุทธศาสนาจะเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของพฤติกรรมที่แย่ลงของวัยรุ่นอย่างไร พ่อแม่ครูอาจารย์ไม่ต้องไปหาธรรมะที่ยาก หรืออ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจที่ไหนหรอก หลักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พ่อแม่ครูอาจารย์จะต้องแสดงความรัก หวังแต่สิ่งที่ดีงามต่อบุตรธิดาหรือลูกศิษย์ ให้ความสงสารเมื่อเขาทำในสิ่งที่ผิดพลาดพลั้งเผลอไป ไม่ซ้ำเติมหรือดุด่าว่าร้ายต่างๆ นานาจนเขาทุกข์หนักเข้าไปอีก แสดงความยินดีเมื่อเขาประสบความสำเร็จในการเรียนการทำงานที่ได้รับมอบหมาย วางเฉยต่อสัตว์ทั้งหลาย
โดยมีจิตใจที่ปราศจากอาการทั้ง ๓ กล่าวคือ ไม่น้อมไปในความ
ปรารถนาดี ในการที่จะบำบัดทุกข์ ในการชื่นชมยินดี ในความสุข
ของสัตว์แต่อย่างใดทั้งสิ้น … พิจารณาในสัตว์ทั้งหลายพอประมาณ
ด้วยการที่ไม่รักไม่ชัง คือ สละความวุ่นวายที่เนื่องด้วยเมตตา กรุณา
มุทิตา สิ่งเหล่านี้ผู้ใหญ่จะต้องทำให้ได้ ...........การแก้ปัญหาเด็กแว้นเด็กสก๊อยดังกล่าว สรุปแล้วเริ่มต้นที่สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา อย่าปล่อยให้เขาต้องไปอยู่ในค่ายทหาร หรือสถานพินิจเลย ช่วยกันเถอะ .....ร่วมมือกัน ......พ่อแม่สำคัญที่สุด
พื้นฐานสังคม ย่อมก่อกำเนิดจากครอบครัว ใช่เลยครับ ควรแล้วที่ผู้ใหญ่-ผู้กลาง ควรให้ความใส่ใจกับเยาวชนของเรามากกว่าที่เป็นอยู่ เยาวชนชื่อว่าเป็นอนาคตของชาติ ถ้าไม่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีเสียก่อน ต่อให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี บริหารดี ถ้าเนื้อในมันเน่า มันก็สวยแต่รูปนั่นแหล่ะครับ
แสดงความคิดเห็น