ในอดีตกว๊านพะเยา เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาไหลลงมาเป็นลำห้วย ลำธาร แม่น้ำ และกลายเป็นหนองน้ำ ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมี.ค.-มิ.ย.ของทุกปี ปริมาณน้ำจะลดลงทำให้ชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์
ทั้งยังเป็นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างตัวเมืองกับหมู่บ้านรอบๆ กว๊านพะเยา เมื่อหลายร้อยปีมานั้น พื้นที่รอบกว๊านพะเยาเป็นชุมชนหมู่บ้าน มีวัดอยู่หลายแห่ง
"วัดติโลกอาราม" เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จมอยู่ในกว๊านพะเยา
จากหลักฐานศิลาจารึกที่ขุดพบบริเวณวัดติโลกอาราม ทราบว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดที่พระเจ้าติโลกราช แห่งราชอาณาจักรล้านนาเมืองเชียงใหม่ โปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2019-2029
พร้อมทั้งพระราชทานเงินก่อสร้าง จำนวน 10 แสนเบี้ย และในพิธีผูกพัทธสีมาวัดติโลกอาราม มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของเมืองพะเยาประมาณ 7 วัด มาร่วมพิธีอีกด้วย
วัดติโลกอาราม เป็นวัดที่จมอยู่ในกว๊านพะเยามานานกว่า 68 ปี สาเหตุที่จมน้ำเนื่องจากในปี พ.ศ.2482 กรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำในกว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้กว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็นชุมชนโบราณ และมีวัดอยู่เป็นจำนวนมากต้องจมน้ำในที่สุด
จากการสำรวจแผนที่เก่า และภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ที่ตั้งวัดติโลกอารามและบริเวณใกล้เคียง มีร่องรอยซากวัดโบราณอยู่ประมาณ 8-9 วัด เชื่อมต่อไปยังกลุ่มโบราณสถานบ้านร่องไฮ อยู่ไม่ห่างไกลมากนักก็จะพบอีกประมาณ 3 วัด บางวัดพบร่องรอยเนินดินรูปสี่เหลี่ยม มีลักษณะเป็นเขตวัดอยู่ภายในบริเวณ หรือบางวัดพบร่องรอยของสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยของหนองน้ำเก่า บางหนองน้ำมีลำน้ำแม่อิงไหลเชื่อมเข้าหา ที่สังเกตเห็นจะมีซากวัดโบราณหลายวัดกระจัดกระจายอยู่ตามหนองน้ำ และตลอดลำน้ำแม่อิงทั้ง 2 ฝั่ง
อีกทั้งยังพบแนวถนนโบราณที่ตัดมาจากตัวเมืองทางทิศเหนือ ไปยังแม่น้ำอิงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เข้าใจว่าเป็นถนนที่คนสมัยก่อนใช้สัญจรไปมา ระหว่างตัวเมืองกับชุมชนนอกเมืองบริเวณหนองเต่าและชุมชนใกล้เคียง และใช้เป็นเส้นทางสำหรับไปตักน้ำที่แม่น้ำอิงยามหน้าแล้ง
ผศ.มนตรา พงษ์นิล อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อธิบายถึงโครงการกู้วัดติโลกอารามในกว๊านพะเยาว่า "บวกสี่แจ่ง" คือชื่อเดิมของสถานที่ตั้งวัดติโลกอาราม ชาวบ้านพบแหล่งโบราณสถานวัตถุ พระเครื่องยอดขุนพล และพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างเมืองพะเยาในสมัยก่อน
จนนำมาสู่การวางแผนบูรณะและพัฒนาโบราณสถานแห่งนี้ ในแผนแม่บทการพัฒนากว๊านพะเยาแบบบูรณาการ ในงบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพะเยา แต่น่าเสียดายที่ภายหลังถูกยกเลิกไป
ปัจจุบันการสำรวจบวกสี่แจ่ง พบชิ้นส่วนจารึกโบราณ ซึ่งถูกตีความว่าสถานที่ดังกล่าวคือ "วัดติโลกอาราม หนองเต่า" การค้นพบนี้ นำไปสู่การจัดตั้งคณะทำงานฝ่ายต่างๆ ของ "โครงการกู้วัดติโลกอารามในกว๊านพะเยา" โดย นายธนเษก อัศวานุวัตร ผวจ.พะเยา เพื่อสำรวจซากวัดที่จมอยู่ในกว๊านพะเยา และเริ่มดำเนินการโครงการกู้วัดติโลกอารามขึ้น จนทำให้ประชาชนใน จ.พะเยา ตื่นตัวและพูดถึงโครงการนี้กันมากขึ้น
สำหรับงบประมาณตั้งไว้ราว 1,500 ล้านบาท เริ่มโครงการตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยจะประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงการศึกษา สำรวจ ออกแบบขออนุญาตดำเนินการจากส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่แน่นอน ทำให้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ หรืองบซีอีโอ ต้องถูกยกเลิกไป
ทางจังหวัดพะเยาจึงไม่มีงบ จึงจัดตั้งมูลนิธิโครงการกู้วัดติโลกอารามในกว๊านพะเยาเพื่อประชาสัมพันธ์และรับบริจาคจากประชาชนในจังหวัดและทั่วประเทศ
"เป้าหมายที่สำคัญของการกู้วัดติโลกอาราม เพื่อสร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกว๊านพะเยา โดยอาศัยคติความเชื่อทางวัฒนธรรม ศาสนา และหลักฐานทางโบราณคดี เป็นแรงขับเคลื่อนดำเนินโครงการ ประกอบกับมีการทำพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ขุดดินล้อมรอบแหล่งโบราณสถานวัดติโลกอารามในกว๊านพะเยาเป็นพื้นที่จำนวน 14 ไร่" อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปศาสตร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายในจังหวัด ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มนักวิชาการท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนบางส่วน ต่างแสดงความเป็นห่วง
โดยเฉพาะความคุ้มค่าของการดูแลรักษาโบราณสถานที่ขุดขึ้นมาจากใต้นํ้า และอาจยังไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากกรมศิลปากร รวมถึงหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องกับกว๊านพะเยา
ตลอดจนอาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบกว๊านพะเยา เนื่องจากการกระทำต่อแหล่งโบราณคดีที่มีกฎหมายหลายฉบับควบคุมดูแลอยู่ ได้แก่ กฎหมายสิ่งแวดล้อม ผังเมืองรวมเมืองพะเยา และกฎหมายโบราณสถานวัตถุ
อีกทั้งยังกังวลต่อความรู้ทางประวัติศาสตร์ของ จ.พะเยา ของหลักฐานจากวัดติโลกอาราม ที่ยังต้องการความชัดเจนและสืบค้นให้มากกว่านี้ ก่อนเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน
ก่อเป็นแหมคนตี่คิดว่าถ้าเป็นไปได้ก่ออยากหื้อหมู่เฮาจาวผะยาวจ่วยกั่นอนุรักษ์ไว้ ผมก่อเป็นคนบ้านแม่ใสโต่งงังแดงคับ ก่ออยากกับไปอยู่บ้านเหมียนกันคับ ง่อมหาบ้านขะหนาด ง่อมหาพี่น้องบ้านเฮากู่คนผมอยู่ตี่ชลบุรีมีแต่เรื่องวุ่นวายขะหนาด คนกะนัก รถกะนัก ไขปิ๊กบ้านไปย่ะไฮ่ ย่ะนาดีกว่ามันสบายใจ๋ดี ต่ะก่อนผมเป็นวัยรุ่นผมอยากออกบ้านมาหางานทำ ผมออกบ้านมา 6ปี ตอนนี้ผมซึ้งแล้วว่า บ่ามีตี๋ไหน่ม่วนเต๊าบ้านเฮา บ้านก่อบ่อได้เจ่า เข้าก่อบ่อได้ซื้อ ขอฮื้อมีงานทำก่อบ่ออดต๊าย คนสมัยก่อนเป็นจบแค่ ป.4 เปิ่นยังเลี้ยงลูกเป็น2 เป็น3 จบแผวปริญญาตรี ว่าก่อคับ เฮาขอระบายอารมน้อยเต๊อ ขอฮี้อคนเหนือกู่คนรวยๆ ฮักกันนักๆคับ ออกบ้านออกเมืองมามันบาก หนุ่มทุ่งวัวแดง
คิดว่าจังหวัดพะเยาน่าจะได้รับการสนับสนันให้จัดทำบูรณะวัดใต้น้ำ จังหวัดพะเยาจะได้มีแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประชาชนได้ไปเที่ยวที่พะเยามากขึ้น วัดใต้น้ำกว๊านพะเยาเป็นที่น่าสนใจมาก และน่าศึกษามาก ถ้าพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว คิดว่าจะนำรายได้เข้าสู่ จังหวัดพะเยาเพิ่มขึ้น รักจังหวัดพะเยา
บ่าได้ปิ๊กบ้านมา สองปี๋เเล้วคับ เฮียนหนังสืออยู่ตี้เทคนิคกรุงเทพ กำลังจะจบ ป.ตรี สิ้นปี๋51 นี้คับ กึ๊ดหาบ้านเฮาขนาดคับ ว่าจบเเล้วจะปิ๊กมาทำงาน พัฒนาบ้านเิกิดเฮาคับ กึ๊ดหากว๊านพะเยา กึ๊ดหาป่อขุน อยากปิ๊กไปไหว้พระเจ้าต๋นหลวงเ็ร็วๆ คับ อยู่ตังเพ้มันบ่าม่วนใจ๋คับ มันบ่าเหมือนบ้านเฮาคับเน๊าะ ผมจะอดทนเอาคับเนาะ เเหมน้อยเดียวบ่าดาย ลูกป่อขุนจะได้ปิ๊กบ้านเกิดเเล้วคับ สุดท้ายก๋าขอบารมีป่อเเม่ บารมีพระเจ้าต๋นหลวง บารมีป่อขุนงำเมือง จ่วยดลบันดาลฮื้อผมกึ๊ดหวังสิ่งได กะขอฮื้อสมความปราถนาทุกป๋าก๋านเด็อคับ สาตุ
อ.เชียวม่วน มีการพบซากไดโนเสาร์ ผมไปดูเมื่อไรก็เหมือนเดิม...........น่าจะรีบพัฒนาได้แล้ว....... จ.พะเยา จะได้เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น.................. รีบดำเนินการนะครับ
ขอหื้อหมู่เฮษจาวพะเยาจ่วยกั๋นฮักษาวัฒนธรรมบ้านเฮาหื้ออยู่เนิ่นนานตลอดก๋าน
ขอหื้อหมู่เฮาจาวพยาวจ่วยกั๋นกู้และฮักษาโบราณนี้ไว้สือต่อไปปายหน้าหื้อลูกหลานจาวพยาาได้อู้ได้หันและได้รับทราบถึงความสำคัญคุณค่าของโบราณสถานแห่งนี้ตลอดถึงการปลูกฝังลูกหลานเด็กเยาวชนหื้ออู้จักการอนุรักษ์ฮักษาไว้ เพราะวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดถึงคุณธรรมและศีลธรรมมักจะมาจากโบราณสถานโบราณวัตถุที่มีการจารึกไว้ เพื่อหื้อชนรุ่นหลังได้ประพฤติปฏิบัติตาม
หวังเป๋นอย่างยิ่งว่าข้อความนี้จะกระตุ้นฮื้อจาวพยาวจาวไทยทุกคนฮักและหวงแหนบ้านเมืองตั๋วเก่ายิ่งขึ้นบ่นักก่น้อย
แสดงความคิดเห็น