'วัดม่อนพระยาแช่' ปูชนียสถานสำคัญที่ถูกลืม ได้ฤกษ์เดินเครื่องบูรณปฏิสังขรณ์ ไม่ลงมือทำ 'พระธาตุ' อาจเหลือตำนาน
จังหวัดลำปางนั้น ถือว่าเคยมีอดีตที่รุ่งเรือง มีวัฒนธรรมและศาสนา เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จากที่มีสถานที่สำคัญทางศาสนาวัดวาอาราม ตั้งแต่วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดเจดีย์ซาว และ วัดพระธาตุเสด็จ เป็นต้นซึ่งที่กล่าวมานั้นแต่ละแห่งก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์กันตามแต่สมควร แต่ยังมีวัดที่มีประวัติความเป็นมาและเป็นสถานที่ตั้งของพระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีประวัติยาวนานนับพันปีมาแล้ว แต่ปัจจุบันนั้นมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีการปล่อยปละละเลยสถานที่สำคัญทางศาสนา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน คือ “วัดม่อนพระยาแช่” ตั้งอยู่ที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของพระธาตุ และอยู่ในพื้นที่ของวนอุทยานม่อนพระยาแช่ จังหวัดลำปาง
อย่างไรก็ตามจากเอกสารที่ทางวนอุทยานฯ ทำแจกจ่าย วัดม่อนพระยาแช่ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง มีอายุเกือบ 200 ปี มีพระธาตุที่ไม่ปรากฏการสร้าง แต่สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณไม่ต่ำกว่าพันปี ตั้งโดดเด่นอยู่บนเขา มีบันไดขึ้นจำนวน 585 ขั้น ในอดีตนั้นองค์พระธาตุเป็นสีขาวทั้งองค์ ในสภาพอากาศปกติจะสามารถมองเห็นจากบนเนินเขาจากเขตอำเภอห้างฉัตรได้อย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันองค์พระธาตุ ถูกทาปิดด้วยสีทอง เหลืองอร่ามและมีต้นไม้ขึ้นปกปิด จนไม่สามารถมองเห็นในระยะไกลได้เหมือนก่อนนี้
ในทุกเดือน 9 แรม 8 ค่ำของทุกปี ทางวัดจะมีการจัดงานประจำปีขึ้น เรียกว่างานประเพณีสรงน้ำพระธาตุ สำหรับวัดม่อนพระยาแช่นี้ ในอดีตไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ประจำวัดนี้ และอยู่ในความดูแลของ ท่านเจ้าคุณพระธรรมจินดา วัดป่าดัวะ จนถึงปี 2497 ท่านชราภาพไม่สะดวกในการดูแล จึงมอบธุระให้กับ ท่านเจ้าคุณพระอินทวิชาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดคะตึกเชียงมั่น เป็นองค์ อุปถัมภ์และเป็นประธาน ในการพัฒนา แต่ด้วยภาระของท่านมีมาก จึงได้แต่งตั้ง พระครูประโชติคณารักษ์ ได้เป็นเจ้าอาวาส จากนั้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2522 กรมชลประทานจังหวัดลำปางได้สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ ขึ้นทางด้านหลังวัด และในปี 2526 ดร.ชูวงศ์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในขณะนั้นได้จัดสรรงบประมาณสร้างถนนลาดยางตลอดสาย และได้มีประชาชนเดินทางมากราบบูชาองค์พระธาตุ และวัดก็ได้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของสาธุชนทั้งหลายตลอดมา
ปัจจุบันวัดม่อนพระยาแช่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ 4 รูป มี พระอธิการวอ อติธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส สภาพ ของวัดร่มรื่นสงบเงียบ แต่อาคารสถานที่เริ่มชำรุดทรุดโทรมไปมาก โดยเฉพาะทางบันไดขึ้นพระธาตุนั้นมีสภาพรกร้าง ศาลาข้างทางผุพัง หลังคาเปิดจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นทางขึ้นไปกราบไหว้ บูชาพระธาตุสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปางอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นบริเวณรอบๆ ฐานพระธาตุยังมีกองหินและกองทรายเศษไม้ใบหญ้ารกรุงรัง แม้แต่ผ้าที่ห่มองค์พระธาตุอยู่นั้น ก็ขาดวิ่น และกุฏิหลังเก่าก็ชำรุดทรุดโทรม จนต้องนำป้ายมาติดเตือนว่าห้ามเข้า ผิดกับในอดีตที่เคยไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุอย่างลิบลับ ด้านเจ้าอาวาสกล่าวว่า ปัจจุบันไม่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ข้างบนเพราะการขึ้นลงลำบากมาก นาน ๆ จะมีฆราวาสเข้ามาและขึ้นไปปัดกวาดกุฏิข้างบนทีหนึ่ง สำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุนั้น ทางวัดคงไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะทำคงแล้วแต่ศรัทธาพุทธศาสนิกชนที่จะเข้ามาดูแล เพราะทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายต่างๆของวัดก็หลายพันบาทต่อเดือนแล้ว
ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย เจ้าของพื้นที่โดย นางสาวศิริพร ปัญญาเสน นายก อบต. กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนได้ดูแลติดตามมาตลอด เคยทำเรื่องของบประมาณจากจังหวัด แต่ก็ยัง ไม่มีการตอบรับมา ซึ่งขณะนี้ทาง อบต. ได้รับหนังสือสั่งการมาว่าสามารถนำงบประมาณไปใช้จ่ายตรงนี้ได้ ตนเองจะได้ดำเนินการนำโครงการที่มีอยู่มาดูรายละเอียดต่อไป ขณะที่ นายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่กำกับดูแลด้านนี้กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งคงต้องตรวจดูอีกครั้ง
การบูรณปฏิสังขรณ์ องค์พระธาตุนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำเงินเข้าจังหวัด เพียงแต่ ชาวลำปางอยากเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดูแลรักษาไว้ ไม่ปล่อยปละละเลยให้สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา คู่บ้านคู่เมือง ชำรุดทรุดโทรมขาดการเหลียวแล เพราะมิฉะนั้นองค์พระธาตุอาจจะเหลือเพียงตำนาน ไว้เล่าขานให้ลูกหลานของเราชาวพุทธศาสนิกชนในอนาคตต่อไป
แสดงความคิดเห็น