ฟื้น "บวร" (บ้าน-วัด-โรงเรียน) เพิ่มคุณธรรมวัยโจ๋

ปัญหาสังคมและเยาวชนที่หลากหลายสวนทางกับเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า ทำให้คำว่า "บวร" หรือ บ้าน วัด โรงเรียน ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอีกครั้งในงานเสวนาวิชาการเรื่อง "การฝึกนิสัยผ่าน "บวร" ทางออกของปัญหาคุณธรรมเยาวชน" ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรม ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ เมื่อเร็วๆ นี้

นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่า ปัญหาที่พบในวัยรุ่น มีอยู่ 4 ปัญหาหลักคือ ความรุนแรง เพศ ยาเสพติด และการฆ่าตัวตาย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าวัยรุ่นก่อปัญหาวันหนึ่งเฉลี่ยร้อยละ 1.3 เช่น วัยรุ่นช่างกลยกพวกตีกัน วัยรุ่นยิงกันบนรถเมล์ ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขของเด็กในสถานพินิจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และที่น่าตกใจคือ เราพบว่าวัยรุ่นไทยมี Sex เฉลี่ยช่วงอายุน้อยที่สุดในโลก ซึ่งการแก้ปัญหาเราใช้แนวคิดของ "บวร" คือ บ้าน วัด โรงเรียน กล่าวคือทั้งครอบครัว โรงเรียน และวัด ต้องช่วยเหลือกัน

พระอาจารย์กิตติ กิตติญาโณ ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เมตตาให้หลักในการแก้ปัญหาเยาวชนผ่านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาว่า ต้องเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว คือ นิสัย หรือพฤติกรรมเคยชิน ที่เราทำซ้ำๆ ทำเป็นประจำ ซึ่งเกิดจากการย้ำคิด ย้ำพูด ย้ำทำ ผ่านการใช้ปัจจัย 4 โดยฝึกจาก 5 ห้องแห่งชีวิต คือ ห้องที่ทุกคนใช้ตั้งแต่เกิดจนตาย ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน ซึ่งถ้าสร้างนิสัยที่ดีให้เกิดจาก 5 ห้องนี้ได้ก็จะเป็นโรงเรียนบ่มเพาะนิสัยที่ดี เช่น ห้องนอนไม่ใช่แค่เอาไว้นอน แต่ต้องสอนนิสัยที่ดี เช่น การกราบเท้าพ่อแม่ก่อนนอน เป็นต้น

อาจารย์วนิดา สุริยากุลพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการบูรพา ได้ให้ทรรศนะว่า "ทฤษฎี 21 วัน เปลี่ยนนิสัย" ของ ศ.ดร.แม็กซ์เวล มอลท์ ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน ที่ได้ทำการศึกษาคนไข้ พบว่าคนไข้สามารถเปลี่ยนค่านิยมหรือพฤติกรรมของตนเองได้หากทำอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 21 วัน คือแม่แบบสำคัญที่เรานำมาใช้ในการออกแบบงานวิจัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยบูรพา นำโดย ผศ.ดร.วัชราภรณ์ เขื่อนแก้ว ร่วมกับโรงเรียนชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี ได้ทดลองนำร่องกิจกรรม 3-TO-1 หรือการฝึกนิสัยให้มีคุณสมบัติ 3 อย่าง ตามแบบอย่างของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ วินัย เคารพ และอดทน ภายใน 3 สัปดาห์ โดยทดลองให้เด็กในระดับชั้นมัธยมของโรงเรียนชลกันยานุกูลปฏิบัติ วัตถุประสงค์เพื่อทดสอบว่ากิจกรรม 3-TO-1 นี้จะสามารถสร้างนิสัยให้เด็กมีคุณสมบัติดังกล่าวได้หรือไม่ และมีความเหมาะสมสำหรับเยาวชนหรือไม่อย่างไร ซึ่งผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าร้อยละ 78.80 ของกลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงนิสัยที่ดีขึ้น ทั้งด้านความมีวินัย ความเคารพ และความอดทน

อาจารย์สิริพร เฉลิมวิสุตม์กุล อาจารย์โรงเรียนชลกันยานุกูลเสริมว่า ทางโรงเรียนเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณธรรมในหมู่นักเรียนและเห็นด้วยในการใช้บวร คือ บ้าน วัด โรงเรียน ในการร่วมกันแก้ปัญหา โดยจากบทฝึกนิสัยที่เราทดลองอยู่ เราแบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหวาน เป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดีอยู่แล้ว กลุ่มอมเปรี้ยวอมหวาน คือเด็กที่มีพฤติกรรมกลางๆ และสุดท้าย กลุ่มเปรี้ยว คือ กลุ่มที่มีความประพฤติไม่ดี ซึ่งเราได้นำเด็กอมเปรี้ยวอมหวาน มาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง ผลที่ได้ คือ นอกจากเด็กจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังสามารถลดความขัดแย้งและช่องว่างระหว่างครอบครัวของเด็กเอง

คุณญาณิศา มณีเขียว ผู้ปกครองเด็กหญิงญาณิศา มณีเขียว นักเรียนโรงเรียนชลกันยานุกูล กล่าวว่า หลังจากที่ลูกได้ร่วมกิจกรรม 3-TO-1 แล้วก็เปลี่ยนไป ตัวกิจกรรมมีการกระตุ้นให้เราพ่อแม่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การที่ต้องส่งลูกเข้านอน และลูกก็จะกราบเท้าเรา ทำให้เราในฐานะพ่อแม่ต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเอง และปฏิบัติตัวเป็นต้นแบบให้ลูกเห็น

เมื่อ "บวร" หรือ บ้าน วัด โรงเรียน สามประสาน มาร่วมมือกันสร้าง "นิสัย" ที่ดีให้เยาวชนและคนในชุมชนได้ เยาวชนนั้นก็จะกลับมาพัฒนาชุมชนของตนให้เข้มแข็ง กลายเป็นวงจรคุณธรรมที่จะขยายวงกว้างจากชุมชนไปสู่สังคมที่เข้มแข็งได้

ที่มา: 

มติชน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • *การขึ้นบรรทัดใหม่ : ถ้าข้อความยาวไม่เกิน 1 บรรทัด กด Enter หนึ่งครั้ง, ถ้ายาวเกิน 1 บรรทัด กด Enter สองครั้ง เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างย่อหน้า ให้อ่านง่ายขึ้น - มีวรรคตอน อย่าเขียนติดกันเป็นพืด* :(

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.