คุณคิดอย่างไรกับภาพนี้ (ทักษิโณ ภิกขุ)

เป็นความผิดพลาดของ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับล่าสุด โดยไม่อาจปฏิเสธได้เลย คงต้องขอให้ช่วยกันประคับประคองศาสนาพุทธกันให้มากกว่านี้ ผลกระทบบางอย่างนั้นมีอาณาเขตกว้าง ไม่อาจที่จะสร้างหรือฟื้นฟูให้เกิดขึ้นใหม่ได้โดยเร็ว การทำงานในส่วนสื่อสารมวลชน เป็นการสัมพันธ์กับบุคคลในระดับใหญ่ ควรตระหนักในการใช้เครื่องมือให้มาก อย่างเช่นการนำพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศูนย์ศรัทธา เป็นที่ยึดเหนี่ยวของพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ มาอ้างอิงเพื่อใช้ล้อเลียน อย่างครั้งนี้เป็นต้น

เมื่อชาวต่างชาติที่เขาไม่เข้าใจ ไม่เคารพพระรัตนตรัย นำรูปพระพุทธเจ้าก็ดี สิ่งที่เกี่ยวพันกับศาสนาก็ดี ไปใช้ในทางที่ผิดๆ อย่างตั้งโชว์ประดับในร้าน ไว้ในที่ต่ำ และบิดเบือนประเด็น เราสังคมพุทธยังต่อว่าเขา และสั่งตรวจสอบ แล้วครั้งนี่ชาวพุทธทำกันเอง ผู้ที่มิได้นับถือศาสนาพุทธ มิได้เคารพพระรัตนตรัย เขาจะเข้าใจได้อย่างไรว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เราเองควรเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชน ต่อสังคม และประชาคมโลก อย่าให้เขากล่าวได้ว่า "นี่หรือแบบอย่างศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก" นี่คงเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ชาวพุทธต้องระวัง

ความคิดไม่ต่างจากเด็ก...
ขาดวุฒิภาวะ..ทางปัญญา
ไม่รู้ฟ้าตำแผ่นดินสูง
ไร้วัฒนธรรม
ไม่รู้ว่าอะไรควร ไม่ควร
สงสัยพักนี้จะเบลอหน่อยนะ...
พักผ่อนชะบ้าง เวลาทำงานจะได้มีประสิทธิภาพ
มัวแต่เสพสุรานารี..พอถึงเวลาทำงานเลยทำสงเดช.
(เจ็บแล้วต้องจำ ทำแล้วอย่างลืม)

ถือว่ามีสิทธิเสรี ตามอย่างฝรั่ง แต่กลับหลงลืมคำว่า หน้าที่ เมืองไทยคำว่า สิทธิเสรี มันใช้ไม่ได้ในทุกกรณีหรอก บ้านเราเมืองเราต้องใช้คำว่า สิทธิหน้าที่ สิ่งเหล่านี้แทรกซึมอยู่ทั่ว ไม่ว่าเป็นหน้าที่ของแม่ พ่อ ลูก และจวบจนกระทั่ง หน้าที่ของความเป็นสื่อ

ภาพที่สร้างนี้แสดงให้เห็นความเลวร้ายของจิตของผู้ทำสื่อนี้อย่างมาก และความคิด นี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวพุทธทั้งหมด เชื่อว่าแม้เจ้าของภาพก็คงไม่พอใจเป็นแน่ จะเบียบย่ำอย่างไรไม่ว่าไม่ควรนำศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำไมไม่ทำให้เหมือนนักบวชของทุกศาสนาให้หมดเลย เจาะจงที่ศาสนาพุทธ หรือว่าผู้ทำภาพนี้ไม่ใช่ชาวพุทธแต่เป็นชาวแพะ ที่อาศัยใต้ร่มพระบารมีอยู่เท่านั้น มิได้มีจิตสำนึกที่ดีว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำอย่าแต่ภาพนี้เลยศัพท์เฉพาะทางศาสนาก็ไม่ควรนำไปใช้ รู้สึกสื่อใช้มั่วมาก เช่น เวลาตั้งกรรมการยกี่งอะไรที่สำคัญจะใช้ว่า " อรหันต์ " เวลาพลทหารกระทำผิดก็ลชงหน้า 1 ว่า " ไอ้เณรข่มขืนแล้วฆ่า " แต่พออ่านเนื้อในข่าวปรากฑว่าเป็นพลทหารกระทำ แต่พาดหัวข่าวให้คนเข้าใจว่าเป็นนักบวชศาสนาพุทธคือ สามเณร เป็นผู้กระทำ ดังนี้เป็นต้น อยากฝากขอให้ผู้สื่อข่าวมีจิตสำนึกในการทำข่าวมากกว่านี้ อย่าคิดว่านรกนักข่าวไม่มีนะ อาตมาเตือนด้วยความจริงใจนะพวกสื่อทั้งหลาย

“พระมหาโชว์” ยำเละมติชนสุดสัปดาห์ ตัดต่อภาพ “ทักษิณ” หมิ่นศาสนา ระบุส่งผลกระทบไม่น้อยกว่า กรณี “ภิกษุสันดานกา” เตรียมเคลื่อนไหวให้แสดงความรับผิดชอบ พร้อมจี้ “มติชน” ลงข้อความขอขมาชาวพุทธ ระบุอย่างสร้างความดังด้วยความชั่วความเลว

จากกรณีที่หนังสือ “มติชนสุดสัปดาห์” ได้ตัดต่อภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีข้อความล้อเลียนพระสงฆ์ ลงหน้าปกหนังสือ ฉบับประจำวันที่ 25 – 31 มกราคม 2551 ซึ่งเป็นทั้งการบิดเบือนข่าวสาร และเป็นการหมิ่นศาสนานั้น

ดร.พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม อีกทั้งภาษาที่ใช้อย่างชื่อ “ทักษิโณ ภิกขุ” ก็ไม่สมควรใช้ เพราะไม่ควรมีศัพท์เกี่ยวกับศาสนาเข้ามายุ่งด้วย

ในการกระทำของหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ ในครั้งนี้ เหมือนกับกรณี “ภิกษุสันดานกา” ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อศาสนา ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล

หรือหากมองในทางการเมือง โดยเปรียบเทียบกรณี จอมพลถนอม กิตติขจร ประเด็นอยู่ตรงที่เป็นเรื่องการเมืองส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องของสถาบันศาสนา และจอมพลถนอม ก็มีการบวชจริง ดังนั้น การทำเช่นนี้ถือว่ามติชนดูถูกเหยียดหยามพระพุทธศาสนา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้บวชจริง เป็นเพียงแค่สร้างภาพขึ้น ลอย ๆ เท่านั้น

“การทำเช่นนี้เป็นการล้อเลียนพระพุทธศาสนา ถ้าสังคมไม่ขยับ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาก็จะขยับ แต่ที่ตอนนี้ยังไม่ขยับเอง เพราะภาพนั้นเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าเคลื่อนไหวไปตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าเราตกเป็นเหยื่อทางการเมือง แต่ก็คงจะต้องมีหนังสือไปถึงมติชนเป็นการตักเตือน เหตุที่ทำลายและดูหมิ่นศาสนา

ทั้งนี้ ดร.พระมหาโชว์ ทุสฺสนีโย ยังมองว่า รูปแบบหน้าปกหนังสือและเนื้อหา รวมไปถึงศัพท์บางคำที่หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ทำขึ้นสร้างความเสื่อมเสียให้กับพระพุทธศาสนา แม้บางคนจะคิดว่าไม่รุนแรงเท่ากรณีภิกษุสันดานกา แต่มองโดยผลแล้วมีค่าเท่ากัน เป็นการสื่อเจตนาที่ไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา

ซึ่งต้องยอมรับว่าบรรณาธิการและนักเขียนบางคนของมติชนที่ดีๆ ยังมีอยู่ แต่ก็มีบางคนเจตนาไม่ดี อย่างไรก็ตาม ได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรณาธิการมติชนแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยได้มีการแจ้งความจำนงว่า มติชนต้องมีการลงข้อความขอขมาต่อสถาบันพระพุทธศาสนา

“มันไม่ได้มีผลอะไรต่อมติชนหนักหนา ถ้ารู้จักขอโทษ ขออภัยซะบ้าง ฝากไปถึงมติชนว่าประชาชนจะคิดอย่างยังไง ถ้ายังไม่ย่อมแก้ไข ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หากินได้ไม่กี่ครั้งหรอก คงขายได้แค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวคนก็เกลียดไปตลอดแล้ว”

นอกจากนี้ ดร.พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ยังฝากย้ำไปถึงมติชนว่า ควรมีอะไรบอกให้สังคมรับรู้อย่างชัดเจน ไม่ใช่อยากดังโดยการให้คนมาประท้วง ไม่ต้องเปลืองค่าโฆษณาเช่นนี้ อย่างสร้างความดังจากความชั่วความเลว.

ข้อมูล : ประชาทรรศน์ 29 ม.ค.51

ที่มา http://www.newweb.bpct.org

การทำงานในส่วนสื่อสารมวลชน เป็นการสัมพันธ์กับบุคคลในระดับใหญ่...เป็นเช่นนั้นจริง แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นมากกว่านั้นมากนัก (มากจนนับไม่ไหว) การนำเสนอของสื่อเช่นนี้ต้องผ่านขั้นตอนหลายอย่าง ตั้งแต่ระดับล่าง ไล่ขึ้นมา ขึ้นมา จนถึงระดับสูง ก่อนจะตีพิมพ์ออกมาจำหน่ายได้ ต้องผ่านบุคคลากรหลายฝ่าย ทั้งระดับมันสมองและไม่มีสมอง เมื่อทุกฝ่าย ยอมรับ เห็นสมควร จึงนำเสนอต่อมวลชน นี่ย่อมเป็นตัวแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยเราเหินห่างต่อพุทธศาสนามากเพียงใด เรื่องที่ผิดต่อหน้าที่ ศีลธรรม ได้ถูกนำเสนอออกมาให้มวลชนได้รับรู้ในหลายรูปแบบ มีมานานแล้ว ซึ่งนับวันก็มีแต่จะมากขึ้น ลดลงไม่ต้องถามหา ย้อนรอยถอยหลังไปหาอดีตเรื่องต่างๆเหล่านี้มีน้อยนัก ยิ่งถอยหลังไปหาอดีตมากเท่าไหร่เรื่องเหล่านี้ยิ่งมีน้อยมากเท่านั้น ในทางกลับกัน ยิ่งเราเดินหน้าไปสู่อนาคตมากเท่าไร ่เรื่องเหล่านี้ยิ่งมีมากเท่านั้น มากทั้งรูปแบบ วิธีการ (เข้าลักษณะเรื่องเก่าๆ ต่างกันแต่กาลเวลา และ ฅนแสดง ) ซึ่งความจริงปัญหาทั้งหมดคือ เราเป็นคน ไทย เชื้อชาติ ไทย นับถือศาสนา พุทธศาสนา แต่เราไม่มีความรู้ในเรื่องของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ที่เรารู้มีเพียงเศษเสี้ยว ยิ่งกว่าธุลีดินเสียด้วยซ้ำ

 

ร่มกาสาวพัตร์มิใช่เป็นที่ล้อเลียนของใคร อยากสร้างจุดเด่นเพียงเพื่อขายข่าวเท่านั้นเองหรือ? จรรยาบรรณอยู่ตรงไหน พระสงฆ์คืออะไร? คือ ตัวแทนของพรพุทธศาสนาที่มิใช่มีใครมานุ่งห่ม
ผ้าเหลืองกันอย่างง่ายๆและยังเป็น 1 ในพระรัตนตรัยที่เราชาวพุทธควรกราบไหว้บูชา
การเป็นสื่อ ควรสร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดีเพื่อสังคม และประเทศชาติ ไม่ใช่มัวคิดแต่ขายข่าว
พระพุทธศาสนาไม่ใช่เป็นเครื่องทำมาหากินของใคร โดยเฉพาะพวกข่าวบิดเบือนมั่วนิ่ม
ฉะนั้น ควรคิดก่อนทำ ไม่ใช่ทำไปแล้วมาแก้ตัวทีหลัง ก่อนทำๆทำไมไม่รู้จักคิดสมองมีไว้ทำไม ? แค่นี้ละไปคิดเอาเองละกัน โตๆกันแล้วน่าจะเข้าใจ

ไม่รู้ว่า นักหนังสือพิมพ์ เขาได้เรียน หรือวิชาที่ว่าด้วยจริยธรรมเบื้องต้นของความเป็นคน หรือ จริยธรรมของสื่อรึเปล่านะ ถ้าไม่มี ก็น่าจะเรียนและจัดให้มีการเรียนบ้าง จะได้แยกแยะออกว่าจะหัวเราะ หรือว่าหัวเราะตอนไหน

อย่าให้เป็นความผิดพลาดที่เข็ดจำเฉพาะ สนพ.มติชน เท่านั้น แต่ต้องให้เป็นครั้งสุดท้ายที่มีในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งด้วย

คนไทยด้วยกัน ทำไม ไม่ช่วยกัน เอาเวลาไปดูพวกต่างศาสนาที่จ้องทำร้ายประเทศก่อนดีกว่ามั้ย

อ่านดีๆ นะ อย่างนี้ไม่เรียกว่าเหยียบซ้ำหรอก
ความปรารถนาดี ต้องใช้ให้ถูกที่ถูกทาง และตรงประเด็น

สำนวน คนล้มแล้วเหยียบซ้ำ ใช้กับคนที่พลั้งพลาดไป ซึ่งสิ่งที่ทำพลาดไปนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดชั่วร้ายอะไร เช่น เผลอเดินสะดุดตอไม้ เป็นต้น ซึ่งใช้ไม่ได้กับกรณีลบหลู่พระศาสนานี้

หรือหมายถึงทำสิ่งไม่ดี ความชั่ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และผู้ทำสำนึกตัวจริงๆ ว่าทำผิดพลาดไปแล้ว ไม่ต้องการทำเช่นนั้นอีก และยิ่งถ้าเป็นความผิดต่อผู้อื่น ก็มีการขอโทษยอมรับว่าทำผิดไป แบบนี้ถ้าใครไปซ้ำเิติม ด่าทอ (ไม่รวมถึงการพูดแนะนำ ชี้ถูกผิด ให้ปรับปรุงตัว) ก็ไม่สมควร

ในกรณีนี้ เมื่อมีผู้กระทำไม่เหมาะสมต่อพระพุทธศาสนา ชาวพุทธก็ทักท้วง
ผู้กระทำยังไม่ได้พูดอะไร คุณจะมาด่วนออกรับแทนทำไม?

"เอาเวลาไปดูพวกต่างศาสนาที่จ้องทำร้ายประเทศก่อนดีกว่ามั้ย"
- เป็นคนละประเด็นกัน เหมือนตำรวจจับผู้ร้ายปล้นทอง แล้วมีคนมาบอกว่าทำไมไม่ไปจับโจรฆ่าข่มขืนบ้าง
- แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นเขาทำหรือไม่ทำอย่างที่คุณบอก

ไร้จรรยาบรรณ !!!!

คงต้องเลิกซื้ออ่านแล้ว

ไม่ได้ห้ามแตะต้องศาสนาหรอกนะครับ แต่ทำให้อยู่ในขอบเขตอันเป็นขนบดีงามด้วย วัฒนธรรมบางอย่างจะเอาตามฝรั่งทีเดียวก็ไม่ได้หรอกครับ คติความคิด ความเชื่อไม่เหมือนกัน ของเขาอยากจะวิจารณ์อย่างไรก็ได้ เขาถือว่ามีอิสระความคิด มีสิทธิเสรีภาพ (สังคมเขาเน้นความเป็นส่วนตัวสูง แต่ของเราเน้นความเป็นส่วนรวม) สำหรับคนที่มีระเบียบที่ดีก็ดีไป แต่บางคนขาดความรอบคอบ หรือทำโดยไม่เคารพ ก็เป็นเรื่องเสียหายได้นะครับ สังคมเขาไม่ได้มีบุคคลหรือสถาบันที่เป็นที่เคารพ เชิดชูลักษณะเทิดทูนเหมือนสังคมไทยนะครับ เขาเลยไม่เห็นใครอื่นนอกจากความต้องการของตน

วิจารณญาณของสื่อเมืองไทย มีแค่ไหน ?
หรือว่านึกจะทำอะไรก็ทำได้ ไม่ต้องคิดถึงความถูกต้อง เหมาะสม
ไม่ต้องเกรงความรู้สึกของใคร โดยเฉพาะชาวพุทธ (ถ้าเป็นศาสนาอื่น ไม่กล้า)

ที่นี่เมืองไทย มีขนบธรรมเนียมประเพณี คุณงามความดีที่ต้องรักษา
มีศาสนาคือแหล่งความดี ที่ต้องเคารพ
ไม่ใช่เมืองนอกเมืองนา ฝรั่งตาน้ำข้าว อิสระเสรีฟรีดอม

รู้ไว้ด้วย!

แสดงความคิดเห็น