เมื่อ วันที่ 10 มกราคม นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ จากการหารือเรื่องศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ว่าในปีงบประมาณ 2551 ศน.ได้กำหนดนโยบายให้โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นโครงการสำคัญเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ตามนโยบายด้านสังคมของรัฐบาลที่เน้นคุณธรรมนำความรู้ พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้ ซึ่ง ศน.จะเข้าไปส่งเสริมบทบาทของศูนย์ฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 2,305 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งส่งเสริมศีลธรรม,คุณธรรมแก่ชุมชน เป็นแหล่งจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนให้แก่เด็ก ประชาชน ตลอดจนจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาและวิชาเสริม ซึ่งขณะนี้ได้จัดโครงสร้างการจัดการเรียนการสอนใหม่ ซึ่งจะเริ่มใช้ในปีนี้ กำหนดวิชาการเรียนที่ชัดเจน แบ่งเป็นการเรียนชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง โดยจะกำหนดให้เรียนวิชาบังคับธรรมศึกษาชั้นตรี โท และเอก ตามระดับชั้น การกำหนดวิชาเลือก 1 วิชา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ผู้อำนวยงานสำนักงานพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ศน.กล่าวว่า แม้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาฯจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐปีละไม่กี่หมื่น บาท แต่ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าอาวาสหลายแห่งเป็นอย่างดี ด้วยการนำจัตตุปัจจัยของวัดหรือของท่านเองมาช่วย ไม่เช่นนั้นก็คงลำบากที่จะขับเคลื่อนศูนย์ดังกล่าว
เห็นด้วยกับท่นอธิบดีกรมการศาสนา (นายสด แดงเอียด) ที่จะได้มีการพัฒนารูปแบบการศึกษาของศูฯย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ) แต่อยากจะให้ท่านได้เข้มงวดเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาฯ รวมถึงคณะกรรมการบริหารศูนย์ ในการรายงานข้อมูลในแต่ละปี ส่วนใหญ่แล้วข้อมูลจะไม่เป็นข้อเท็จจริงสักเท่าใดนัก เท่าที่รู้บางศูนย์ก็ไม่มีคณะกรรมการบริหารอย่างแท้จริง แม้แต่การประชุม การเรียนการสอน จึงอยากเสนอให้ทางกรมการศาสนาว่าแต่ละศูนย์จะต้องมีเอกสารแบบฟอร์มการเป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์ตลอดจนรายงานการดำเนินงานตลอดทั้งปี รายงานการประชุมของคณะกรรมการบริหารศูนย์ประจำปีตามระเบียบที่ทางกรมศาสนาได้ประกาศใช้ (ต้องมีรายละเอียดของการประชุมและรายชื่อคณะกรรมการศูนย์พร้อมลายเซ็นต์ทุกครั้งที่เข้าร่วมประชุม) ส่วนบัญชีรายชื่อครูผู้สอนและผู้เรียนให้ทำบัญชีในการเรียนการสอนทุกครั้ง ทุกชั้นเรียน เพื่อนำส่งกรมการศาสนาประจำปี ให้ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนและครูจาก กศน. หรือครูประจำโรงเรียนที่ทำหน้าที่ช่วยสอนได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนที่ได้รับอยู่จากต้นสังกัดเดิมเพื่อเป็นกำลังใจในการเสียสละปฎิบัติงานในวันหยุดราชการหรือปฎิบัติงานนอกเวลาปกติ จึงขอฝากเรื่องที่ได้เรียนแสดงความคิดเห็นมาให้ท่านได้พิจารณา ขอขอบคุณ
แสดงความคิดเห็น