มติมหาเถรฯ ตั้งเจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด) ดำรงตำแหน่ง

นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติแต่งตั้ง พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ อ.เมือง จ.ตรัง เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้ แทนพระพรหมจริยาจารย์ (สมุท รชตวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ที่ได้มรณภาพลง เมื่อปลายปี 2549 ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ได้แต่งตั้ง พระธรรมรัตนากร เป็นรักษาการเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ต่อมา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2550 พระธรรมรัตนากร ได้รับพระราชทานสถาปนา เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระพรหมจริยาจารย์ ทั้งนี้ พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญฺญาวุโธ) ได้ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดและ พุทธศาสนิกชนภาคใต้เป็นอย่างดียิ่ง ดังนั้น ที่ประชุมมหาเถรสมาคม จึงได้มีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เพื่อให้การบริหารงานด้านศาสนกิจ ในพื้นที่ภาคใต้ไม่เกิดการสะดุด และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ พระพรหมจริยาจารย์ ปัจจุบัน สิริอายุ 79 พรรษา 59 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีนามเดิมว่า สงัด ลิ่มไทย เกิดเมื่อปี พ.ศ.2571 ที่บ้านหนองไทร ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเปลี่ยนและนางทองอ่อน ลิ่มไทย พ.ศ.2491 ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดจอมไตร อ.นาโยง จ.ตรัง โดยมีพระครูสังวรโกวิท เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิบูลธรรมสาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระผุด มหาวีโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ถือเป็นพระเถระอีกรูปหนึ่ง ที่สร้างคุณูปการต่อวงการสงฆ์แห่งแดนใต้และประเทศไทยอย่างเอนกอนันต์ เป็นที่โจษจันเลื่องลือไปไกล ทุ่มแรงกายแรงใจให้งานแบบถวายชีวิต ตั้งอยู่ในศีล ดำรงตนตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาในภาคใต้ของประเทศไทย

ที่มา:
ข่าวสด

ขอแสดงมุทิตาสักการะ
พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ อ.เมือง จ.ตรัง ที่ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้
ซึงท่านเจ้าประคุณเป็นชาวจังหวัดตรัง เป็นพระเถระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีความเหมาะสมในการปกครองคณะสงฆ์หนใต้ สาธุ สาธุ สาธุ

ขอแสดงความยินดีมุทิตาสการะแด่

พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ อ.เมือง จ.ตรัง ที่ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้

แล้วรูปไหนได้เป็นเจ้าคณะภาค18

แทนหลวงพ่อ

การที่ มส. มีมติให้ท่านเป็น เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เนื่องจาก จญ. ปกติต้องอยู่ในพระนคร และที่ประวัติศาสตร์อีกคือเป็นครั้งแรกที่ จญ. มิได้เป็น กก.มส. ไปในตัว เนื่องจาก กก.มส. ครบแล้วท่านเลยมิได้เป็น เข้าว่าใจการที่ มส. มีมติตั้งท่านก็เป็น จญ.หนใต้ครั้งนี้ คงเป็นการปลอบใจท่านกระมัง เนื่องจากปีนี้ท่านกจะอายุ "๘๐ ปี" ซึ่งเป็นปีเกษียณ จภ. ตามตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์อยู่แล้ว แต่ตั้งท่านเป็น จญ.หนใต้ เพื่อให้ดำรงสมณกิจทางศาสนาได้ต่อไปในฐานะ จญ.หนใต้.นั่นเอง...

ต่อไปก็น่าจะได้เป็นก.ก.ม.ส. ต่างจังหวัดรูปแรกนะครับ

สาธุ สาธุ
อยากให้ตำแหน่งปกครองต่าง ๆ ไปสู่จังหวัดรอบนอกเยอะ ๆ

สาธุ ๆ ท่านสมควรได้อย่างยิ่งครับ

คงเป็นครั้งแรกที่เจ้าคณะหนไปตกอยู่ที่ต่างจังหวัด

 

แสดงความคิดเห็น