มรณภาพด้วยอาการสงบ ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบเบาหวาน และปอดอักเสบ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด ละกระแสโลหิตจนมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 07.50 น. พิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 100 วัน ที่ศาลา 13 (ศาลาท่านผู้หญิงตุ่น) วัดมกุฏกษัตริยาราม
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 51 พระพรหมมุนี รักษาการเจ้าอาวาส วัดมกุฏกษัตริยาราม กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบเบาหวาน และปอดอักเสบ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด ละกระแสโลหิตจนมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 07.50 น.รวมสิริอายุ 81 ปี พรรษาที่ 61 ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านได้เข้ารับการรักษาโรคไตตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.50 และมรณภาพในที่สุด ส่วนพิธีการจัดงานสวดพระอภิธรรมนั้น ทางวัดได้ขอพระราชทานน้ำหลวงสรงศพในวันที่ 4 ม.ค. เวลา 17.00 น.และจะมี พิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 100 วัน ที่ศาลา 13 (ศาลาท่านผู้หญิงตุ่น) วัดมกุฏกษัตริยาราม
พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดี มมร. กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้สร้างผลงานให้กับคณะสงฆ์อย่างมากมายโดยเฉพาะด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ ท่านได้สร้าง โรงเรียนมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ขึ้นที่วัดชูจิตธรรมาราม เพื่อให้พระเณร เข้ามาศึกษา โดยขณะนี้มีผู้ที่เข้าเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวรวมกว่า 800 คนแล้ว ขณะเดียวกันสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ยังถือเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ชุดแรกที่ทางคณะสงฆ์อนุญาตให้เดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ และท่านยังถือเป็น สมเด็จพระราชาคณะรูปแรก และรูปเดียวในขณะนี้ ที่เรียนจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก โดยจบสาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย
"สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จบปริญญาเอกตอนอายุ 60 ปี และท่านจะบอกกับลูกศิษย์โดยตลอดว่า การที่ท่านไม่ยอมหยุดเรียน เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีอายุมากแค่ไหนก็ยังเรียนได้ " พระเทพปริยัติวิมล กล่าว
สำหรับประวัติของสมเด็จพุทธชินวงศ์ มีนามเดิมว่า ประจวบ เนียมหอม เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2469 ที่หมู่บ้านโรงจีน ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัด ราชบุรี บิดา ชื่อคง มารดา ชื่อ ท้อน เนียมหอม เป็นบุตรคนโตจาก 6 คน เมื่อตอนเป็นเด็กมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงเข้าเรียนช้า โดยเข้าเรียนเมื่ออายุ 10 ปี ที่โรงเรียนเฉลียววิทยา พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อายุ 12 ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรประจวบ เนียมหอม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2480 ที่วัดเหนือบางแพ ต.บางแพ.อ.บางแพ จ.ราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน) วัดสัตตนารถปริวัตร อ.เมือง เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูนาถ สุมโน เจ้าอาวาสวัดวัดเหนือบางแพ เป็นพระศีลจารย์
เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว สามเณรประจวบได้ศึกษาต่อในระดับชั้นป. 3 ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม ที่วัดเหนือบางแพควบคู่กันไปด้วย และเมื่อจบชั้นป.4 อายุ 14 ปี ก็สอบนักธรรมตรีได้ จากนั้นในปี 2483 ได้เข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานคร(กทม.)โดยพระครูวิบูลธรรมคุต ได้ฝากให้สามเณรประจวบมาอยู่กับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายีมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพเวที ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยได้ปรนนิบัติรับใช้พระเถระชั้นผู้ใหญ่และได้เรียนนักธรรมโท บาลีไปด้วย จนกระทั่งอายุ 21 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถวัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2489 โดยมีพระสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายีมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระธรรมปาโมกข์ เป็นพระอุปัชฌายะ พระธรรมกิจจานุการี(ผัน กิจฺจการี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระเทพกิตติเมธี (หิ้น คนฺธาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยได้รับฉายาว่า "กนฺตาจาโร"
ต่อจากนั้น ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมได้นักธรรมเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค ซึ่งในปี 2490 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช(จวน) โดยได้เข้าเรียนในสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ในปี 2491 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาศาสนศาสตรบัณฑิต ( ศ.บ.) ในปี 2499 และได้ไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท และปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในปี 2514 โดยในปี 2517 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม
ในระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียนนั้น ได้ประกอบคุณงามความดีจนได้รับพระราชทานแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยตลอด โดยในปี 2505 รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระกิตติสารมุนี, ปี 2515 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกวี, ปี 2517 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นเทพที่ พระเทพโมลี, ปี 2528 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นธรรมที่ พระธรรมธัชมุนี, ปี 2535 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.), ปี 2536 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏที่ พระธรรมปัญญาจารย์ และในปี 2543 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีนามว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นผู้ให้การสนับสนุนในเรื่องการศึกษาของคณะสงฆ์มาโดยตลอด อาทิ การสนับสนุนให้ส่งเสริมการศึกษาที่วัดชูจิตธรรมาราม ในมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย(มมร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (สำนักเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม) อุปถัมภ์โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม สังกัดกทม.,อุปถัมภ์โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.),เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมบาลี และแผนกสามัญศึกษา "มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย" ในปี 2516 ที่ ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมมร.ซึงเป็นตำแหน่งสูงสุดทางด้านการศึกษาในที่สุด
สามเณรประสิทธิ์ พุทธชาติ
หายากที่ในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสเจอพระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์เช่นนี้ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อพระศาสนาและประเทศชาติ ไม่เคยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ปิดทองหลังพระมาตลอดชีวิต เหตุที่ควรค่าแก่การยกย่องดังนี้
๑.ผลักดันมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ(สมเด็จวัดสระเกศ ทรงทราบเรื่องนี้ดีและทรงเอ่ยชมด้วย)
๒.ปฏิเสธสมณศักดิ์หลายครั้งแม้แต่ตอนเลื่อนชั้นเป็นสมเด็จ
๒.๑ชั้นสามัญที่พระกิตติสารมุนี สมเด็จพระสังฆราชจวน ทรงออกอุบายให้ไปปฏิบัติศาสนกิจข้างนอกถึงจะแต่งตั้งได้(ตอนนั้นท่านเป็นเลขาสมเด็จ จวน)
๒.๒พระราชาคณะชั้นราช ท่านกราบเรียนให้ถวายยศให้แก่เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต หลังจากแต่งตั้งได้ ๑ปี เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตมรณภาพที่ชั้นราช
๒.๓ สมัยเป็นชั้นเทพ ไปอยู่ที่วังน้อย เพื่อสร้างสถาบันสงฆ์ตัวอย่างให้แก่วงการสงฆ์ และปฏิเสธการเลื่อนสมณศักดิ์
๒.๔สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้เป็นสมเด็จแต่ท่านทำหนังสือกราบทูลให้ถวายยศสมเด็จให้พระญาณวโรดม ปีนั้นจึงไม่มีการแต่งตั้ง ปีต่อมาก็มีพระบัญชาอีก ท่านก็ทำเช่นเดิมอีก จนสมเด็จพระสังฆราช มีพระลิขิตให้ท่านรับตำแหน่ง และทรงเอ่ยชมว่าเป็นผู้ไม่ฝักใฝ่ต่อลาภสักการะ
๓.เป็นบิดาแห่งวงการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย
ท่านเป็นพระสมเด็จรูปแรก และรูปเดียวที่จบปริญญาเอก ท่านให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์เพื่อการศึกษาแก่คนยากจน เพราะท่านดำหริว่าพระควรมีการศึกษา หากอยู่ได้ก็ดี แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ สิขาไปจะได้มีความรู้เลี้ยงชีพไม่เป็นภาระสังคม ท่านสร้างวังน้อยจนได้เป็นโรงเรียนตัวอย่างของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเป็นอธิการบดีนานที่สุดในโลก
ผมไม่สามารถจะบรรยายได้หมด
ผมขอกราบคารวะแทบเท้าเพื่อกราบนมัสการ ขอขมาลาโทษ สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินทางกาย วาจา ใจ
ถือเป็นวาสนาของข้าพเจ้าที่ได้เป็นศิษย์ พระผู้เป็นอริยสงฆ์
ขอให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ซึ่งผมและศิษย์วัดขอเรียกว่า "หลวงพ่อ"
หลวงพ่อท่านทำงานหนักมาก ทำหามรุ่งหามค่ำ ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ผมเข้ามาอาศัยใบบุญของหลวงพ่อ ตั้งแต่ปี 2518 ขณะนั้นท่านดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นเทพที่ พระเทพโมลี
ผมเห็นท่านหลวงพ่อพระเพพโมลี องค์นี้ เสียสละทำงานเพื่อวัดเองและให้การสนับสนุนที่วัดชูจิตธรรมาราม วังน้อย มาโดยตลอด แม้ว่าต่อมาท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมธัชมุนี, ที่พระธรรมปัญญาจารย์ และรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ท่านก็ไม่เคยได้หยุดงานอันเหน็ดเหนื่อยของท่าน ขนาดเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ ก็ยังทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน ตอนนี้ท่านคงได้พักผ่อนจริงๆเสียที ผมจะไม่ลืมพระคุณท่าน หลวงพ่อของผม ผมเป็นผู้เป็นคนได้ มีครอบครัวที่ดี เพราะท่านและวัดแห่งนี้โดยแท้ หลวงพ่อให้คำสอนไว้ อย่างไร ผมพร้อมและจะปฏิบัติตามทุกอย่างครับ
ศิษย์วัดมกุฏกษัตริยาราม ทุกๆ คน ขอเชิญพบกันและร่วมกันเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรม ในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2551 โดยพร้อมเพรียงกัน ติดต่อสอบถามได้ ที่พี่แป๊ว วัดมกุฏฯ หรือ mail มาสอบถามเบื้องต้นที่ nopmsn@hotmail.com
ขอให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ขึ้นสู่สรวงสวรร หลับให้สบาย พักให้หายเหนื่อย จากลูกศิษย์วัดมกุฏคีรีวัน อ.ปากช่อง โคราช
ขอให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จงไปสู่สรวงสวรร หลับให้สบาย พักให้หายเหนื่อย จากลูกศิษย์วัดมกุฏคีรีวัน อ.ปากช่อง โคราช
ขอกราบนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จพระอุปัฌาจารย์ด้วยเคารพรัก
ขอเจ้าประคุณสมเด็จฯพักผ่อนในวิมุติภพให้สบาย เจ้าประคุณสมเด็จเหนื่อยมาการแล้วการอันใดที่สำเร็จลุล่วงมาแล้วก็ดี หรือกำลังดำเนินการณ์อยู่ก็ดี จะเป็นประจักษ์พยานแห่งความวิริยะ ความทุ่มเทของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ที่ทำมาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
ศิษขอนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จอาจารย์ด้วยจิตคาราวะอย่างสูง
จาก สัทธิวิหาริก
ในนามตัวแทนของศิษย์ มวก.รุ่นที่ 19 ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของสมเด็จพ่อพระพุทธชินวงศ์ ผู้ที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับบรรดาลูกศิษย์ทุกคน ขอให้ดวงวิญญาณของหลวงพ่อ ไปสู่สุคติ ณ เวลานี้สิ่งที่ลูกศิษย์จะตอบแทนพระคุณของหลวงพ่อได้คือ การทำความดี ตาม Slogan ที่ว่า วิริยะ ขันติ สัจจะ กตััญญู ที่หลวงพ่อให้ไว้ และพวกเรามิเคยลืม
หลวงพ่อท่านทำงานหามรุ่งหามค่ำ โหมงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ขนาดเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ ก็ยังทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน คณะสงฆ์และคณะธรรมยุตสูญเสียพระมหาเถระรูปสำคัญไปอย่างไม่มีวันกลับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=15677&catid=39
อ่านข่าวนี้ เขาว่า พระสาสนโสภณ จะได้เป็นสมเด็จใหม่
อ่านแล้วเกิดความกังขาว่า จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อสมเด็จฯ เจ้าอาวาสท่านยังไม่เสีย จะตั้งสมเด็จซ้อนกันวัดเดียวได้อย่างไร??? มีธรรมเนียมที่ไหน ไม่รู้ไปู่้เอาข่าวมาจากไหน
จริงอยู่ว่าท่านอาวุโสสูงสุดแต่ก็ขาดคุณสมบัติตรงที่มิได้เป็นเจ้าอาวาส ก็ต้องข้ามไปกรณีเดียวกะ กก.มส. เหล่านี้ที่อาุวุโสรองมาคือ พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทร พระพรหมมุนี วัดบวร และรองสมเด็จฯ ต่างจังหวัดทั้งหลาย
ฉะนั้นตามธรรมเนียมนิยมและตามความน่่าจะเป็นน่าจะตกที่
พระพรหมเมธาจารย์ วัดบุรณศิริฯ ถึงท่านจะเพิ่งได้เป็นรองสมเด็จฯ (๒๕๔๗) และเพิ่งเป็น กก.มส. แต่ท่าน กก.มส. และเป็นเจ้าอาวาสตามคุณสมบัติธรรมเนียมนิยม
และอีกรูปคือถ้ารูปแรกไม่ได้ก็น่าจะตกไปที่ พระธรรมปัญญาจารย์ วัดราชผาติการาม (๒๕๔๔) เพราะท่านเป็นผู้อาวุโสลำดับมาซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าอาวาสด้วย เพียงแต่มิได้มีตำแหน่งสายปกครอง เป็นพระผู้เฒ่าวัย ๘๙ ปี ์แต่เท่า ๆ ที่ทราบมา คณะธรรมยุตไม่ใคร่ตั้งพระที่มิได้เป็น กก.มส. ดังนั้นเครดิตน่าจะตกไปที่ "พระพรหมเมธาจารย์" มากกว่า...
ป.ล. ส่วนกรณีพิเศษ เป็นไปโดยพระราชประสงค์ อัธยาศัยส่วนพระองค์อันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง เป็นพระราชอำนาจอยู่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ วัดราชบพิธ และวัดบวรฯ ที่ว่า ก็น่าจะมีสิทธิ์เป็นวัดสองสมเด็จฯ เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยก็เป็นไได้ และอีกรูปที่จะไม่จับตามองเลยก็ไม่ได้ คือ "พระธรรมวิสุทธิมงคล วิ." หรือ หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด เจ้าของสมญานาม ๓ ขึ้น ๕ ขั้น ประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย เนื่องจากเป็นที่โปรดและศรัทธาเลื่อมใสของพระบรมวงศานุวงศ์อยู่แล้วและมีการคาดการมาหลายปีแล้วว่าน่าจะเป็น "สมเด็จพระวันรัต" องค์ใหม่ ดังนั้นก็คอยดูกันต่อไปตามสมควรแก่กรณีแล้วกัน
วิจารณ์เจาะลึกเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นเกล๊ดเล็กๆน้อยๆ
ขอให้ดวงวิญญาณหลวงปู่ สู่สุคติ สิ่งใดที่ลูกศิษย์ได้ล่วงเกิน ทำให้เคืองใจประการใด ก็ขอหลวงปู่อโหสิกรรม ให้ลูกศิษย์ด้วยครับ
ผมเคยเป็นศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่สมเด็จ ตั้งแต่เรียน ม.ปลาย ที่วัดมกุฏ เวลาผ่านไป 5 ปี บัดนี้ผมเป็นครูแล้ว ไม่มีโอกาสได้กลับไปกราบเท้าหลวงปู่เลย ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าวันนี้จะได้ไปกราบหลวงปู่ที่มรณะภาพแล้ว
เค้าก้อว่ามหามกุฏไม่ไช่หรอ???? มหาจุฬาตรงไหนอ่ะ งง???
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ครับ
ไม่ใช่ มหาจุฬาฯ
แสดงความคิดเห็น