เติม "วราราม" วัดราษฎร์เป็นวัดหลวง

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการพิจารณายกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธ.ค. 2550 ว่า หลังวันที่ 1 ม.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณายกวัดราษฎร์ฯ ซึ่งมี พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เป็นประธาน โดยในการประชุมจะมีการเสนอว่า

ในการพิจารณายกวัดราษฎร์ฯขึ้นเป็นพระอารามหลวง ซึ่งวัดที่ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงนั้น จะให้มีสร้อยต่อท้ายชื่อวัดว่า "วราราม" ทุกวัด โดยจะเริ่มตั้งแต่ ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อต้องการให้วัดที่ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง มีชื่อที่สมฐานะกับการที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวง เพราะคำว่า "วราราม" มาจากคำว่า "วร" (วะ-ระ) แปลว่า ยิ่งใหญ่ และคำว่าอาราม ซึ่งแปลว่าศาสนสถาน ดังนั้นคำว่า "วราราม" จึงแปลว่า ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่

นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนของวัดที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นพระอารามหลวงในปีที่ผ่านมา  จะมีการพิจารณาย้อนหลังนำสร้อยคำว่า "วราราม" ไปต่อท้ายด้วย ซึ่งหลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณายกวัดราษฎร์ฯ แล้ว จะนำเรื่องดังกล่าวพร้อมรายชื่อวัดขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

"สำหรับคุณสมบัติที่จะใช้พิจารณาวัดเพื่อยกฐานะเป็นพระอารามหลวงนั้นจะต้อง เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์โปรดให้สร้างขึ้น หรือให้บูรณะ หรือทรงรับไว้ ในกรณีที่มีผู้สร้างถวายเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีการจัดการศึกษาให้กับพระภิกษุสามเณรที่เข้มแข็ง มีการจัดการปกครองที่เข้มแข็ง มีสิ่งก่อสร้างที่เข้มแข็งมีพระสงฆ์จำพรรษาไม่น้อยกว่า 20 รูป และจำพรรษาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และต้องเป็นวัดที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป" รอง ผอ.พศ. กล่าว.

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และควรพิจารณาต่อท้ายพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ทุกวัดที่เคยได้รับยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เช่น วัดปากน้ำ - วัดนิมมานรดี - วัดสร้อยทอง - วัดหัวลําโพง - วัดบุณยประดิษฐ์ ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการยกฐานะมาก่อนงานครองราชครบ ๖๐ ปี และพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา น่าจะพิจารณาย้อนหลังให้ครบหมดทุกวัดจักสมบูรณ์แบบมากขอรับ

แสดงความคิดเห็น