พุทธ... ผี... พิธีกรรม...

ชาวพุทธบางท่านบอกว่า ศาสนาพุทธ

มีหลักการใหญ่อยู่ที่การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง... ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/22.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด


สอนให้ดำรงชีวิตอย่างเข้าใจสรรพสิ่งให้ถูกต้องต่อความเป็นจริง...

ไม่ยึดติดกับพิธีกรรมอันไร้สาระ

ไม่คาดหวังลม ๆ แล้ง ๆ จากอำนาจภายนอกตัวเอง (ซึ่งก็ถูก)

Image:Ban Khung Taphao01.jpgแล้วไปดูถูกชาวพุทธกลุ่มอื่น
ที่ยังยึดติดกับพิธีกรรม
หรือสิ่งงมงายต่าง ๆ
เช่น พวกมุ่งสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา
บ้าจตุคาม กราบจอมปลวก
หรือยังไหว้ขอหวยจากพระพุทธรูปกันอยู่ ฯลฯ

แล้วบอกว่าคนเหล่านั้น
ไม่ใช่ชาวพุทธที่แท้


เป็นแค่ชาวพุทธเทียม ๆ
แต่ในทะเบียนบ้าน!

 

 

อันที่จริง...
พิธีกรรมนั้นมีขึ้นภายหลัง คำสอนที่เป็นแนวหลัก

เช่น พระสวดมนต์ให้พรหลังฉันเสร็จ ก็เพื่อเอาใจญาติโยมและเป็นการแสดงธรรมด้วย
แต่ก่อน สมัยต้นพุทธกาลมีที่ไหน
พระฉันเสร็จ ก็ลุกชิ่งเลย พงพรไม่มีให้ (ญาติโยมมองตาปริบๆ ไร..วะ)ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/07.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด
ชาวบ้านเขาบ่นมา พระพุทธเจ้าเลยตามใจ ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/33.png” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด เอ้าพระฉันข้าวชาวบ้านเสร็จแล้วแสดงธรรมให้เขาฟังมั่งนะ (ให้พรนั่นแล)

เอาตัวอย่างใกล้ ๆ

เมื่อก่อนพระพุทธศาสนาจะเข้ามาในแถบสุวรรณภูมินี้ชาวบ้านต่างก็นับถือ "ผี" เป็นหลัก
เมื่อแรกพุทธศาสนาเข้ามายังสุวรรณภูมิ
ก็ยังมีพวกที่ยังสองจิตสองใจ รักพี่ เสียดายน้อง ยังกราบไหว้ผีกันอยู่
ท่านก็เลยใช้อุบายต่าง ๆ ล่อคนเหล่านี้ให้เข้ามาติดในศาสนาบ้าง
เช่น การสร้างพระปฏิมาขนาดเล็กให้คนกราบไหว้ ระลึกถึงศาสนาซักนิดก็ยังดี ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/52.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

แต่ผ่านเวลานานเข้า ก็เลยเถิดไปจนถึงขั้นยอมทำแม้กระทั่งการรดน้ำมนต์ บูชานพเคราะห์ สะเดาะเคราะห์ตัดกรรม ปั๊มจตุคาม ลามทำคุณไสย์
พาชาวบ้านเป๋ออกนอกทางพระพุทธเจ้าไปเลยก็มี
ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/08.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

แต่ไอ้ครั้นเราจะไปเอาโทษ หรือว่ากล่าวคนเหล่านั้นเสียเลยก็คงไม่ถูกนัก...

 

เพราะบางครั้งเราก็ต้องแยกให้ออกระหว่าง
ศาสนาที่เป็นหลักตามคัมภีร์ (doctrinal religion)
กับ ศาสนาแบบชาวบ้าน (popular religion)

ถ้า
หากไม่มีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเปลือกของศาสนา ที่ไม่ใช่แก่นของศาสนา
ที่สามารถตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ได้แล้ว
ศาสนาในฐานะที่เป็นสถาบัน จะดำรงอยู่ได้อย่างไร
ในเมื่อศาสนาไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่ชาวบ้านเขาต้องการได้แล้ว

บางครั้งการสังสรรค์ทางวัฒนธรรม การผสมผสานของศาสนา (religious syncretism) เพื่อให้พุทธศาสนา ที่เป็นวัฒนธรรมใหม่
สามารถเข้ามาอยู่ในจิตใจของคนสุวรรณภูมิในสมัยโบราณ
โดย การปรับเอา พราหมณ์-ผี-พุทธ มารวมกันก็อาจจะทำให้ชาวบ้านแถบนี้รับกับศาสนาใหม่ได้ดีขึ้น


ลองสังเกตดูครับ ว่าพุทธในไทย พม่า ศรีลังกา พม่า ลาว เขมร เหมือนกันหรือปล่าว ทั้ง ๆ ที่เป็นเถรวาทเหมือนกัน

บางครั้ง
หาก
เรารู้จักแยกแยะ รู้จักที่จะเข้าใจผู้อื่น
รู้จักพิจารณาทุกสิ่งได้อย่างไม่มีอคติ
เราก็อาจจะมองเห็นสภาพที่แท้จริงของสิ่งทั้งปวงได้ชัดเจนขึ้น

แล้วเราจะเข้าใจว่าไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/33.png” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

 

ต้นไม้จะยืนยงอยู่ได้ ต้องอาศัยองคาพยพทั้งหมดของมันช่วยพยุงกันไว้

 

ต้นไม้ใดแม้มีแก่นดี แต่ไร้เปลือกไซร้ ย่อมตาย...

 

ทุกสิ่งจึงมีความสำคัญของมัน ไม่ว่าในระดับใดระดับหนึ่ง

การดูถูกหรือว่ากล่าวอาจจะช่วยอะไรไม่ได้

แถมจะทำให้หมองใจกันอย่างปล่าวประโยชน์

การให้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่างหาก จึงสำคัญที่สุดในการรักษาศาสนาไว้

 

ทิ้งท้ายไว้ว่า ...ต้นไม้มีแต่เปลือก ก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน....

 

จบ.

 

Image:Student smiles.jpg

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่าน(จนจบ)ครับ ^^

ท้ายอาสน์สงฆ์

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

http://tevaprapas.googlepages.com/dharma-gif.gif

 

อธิบายได้ดีครับ
อธิบายเข้ากับยุคปัจจุบันดี
เพราะปัจจุบันนี้พวกเราต้องการ "สมานฉันท์"
สวัสดีครับ

ใช่ครับ ต้องช่วย ๆ กันไว้ จะทิ้งเสียเลยก็ไม่ได้ คนเราไม่เหมือนกัน ^^

บางคนบอกว่าพระอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ที่รูปแบบ ที่เขาพูดน่ะใช่ แต่ขาดความเข้าใจ เขาคิดได้อย่างนั้น ทำได้อย่างนั้นเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้อย่างนั้น กำลังใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน และรูปแบบพิธีบางอย่างก็ให้เป็นไปเพื่อความเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นไปที่นี่ก็ทำแบบนึ่ง ไปโน่นก็อีกแบบนึง ต่างคนต่างทำเอาง่ายทั้งคนทำ ทั้งผู้ร่วม งงตายเลย

แสดงความคิดเห็น