การ์ตูนพระพุทธเจ้า กับพุทธสุภาษิต... "อัตตาหิ อัตตโน นาโถ"

โครงการผลิตภาพยนตร์การ์ตูน เรื่อง "ประวัติพระพุทธเจ้า" (The Life of Buddha ) เกิดจาก กลุ่มธรรมะการ์ตูน ได้ตกลงร่วมมือกับ บริษัท มีเดียสแตนดาร์ด จำกัด จัดทำโครงการภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "ประวัติพระพุทธเจ้า" เพื่อนำออกเผยแพร่ โดยมี ดร.วัลลภา พิมพ์ทอง เป็นผู้อำนวยการสร้าง และมีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการ ทั้งนี้จะมีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ อย่างน้อย ๕ ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชวโรกาสที่จะทรงมี พระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐
  2. เพื่อเผยแพร่พระประวัติของพระพุทธเจ้า
  3. เพื่อผลิตสื่อการสอน การเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทันสมัย และเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุดทั่วประเทศ 
  4. เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และยกระดับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ให้ก้าวไกลไปสู่ระดับสากล ด้วยภาพยนตร์

การ์ตูนแอนิเมชั่น ฝีมือคนไทยซึ่งมีเทคโนโลยีการสร้างภาพแบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ และมีแนวคิดว่า การจัดภาพยนตร์การ์ตูนพระพุทธเจ้านี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของเด็กและเยาวชน

ประเด็นข่าวหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผลิตภาพยนตร์การ์ตูน"ประวัติพระพุทธเจ้า" คือ ย้อนหลังไป เมื่อวันพุธ ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เครือข่ายภาครัฐร่วมลงนามสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์การ์ตูนประวัติพระพุทธเจ้า ซึ่งภาคเอกชนผลิตขึ้นโดยใช้งบประมาณกว่า ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา โดยมีกำหนดฉายพร้อมกันทั่วประเทศ วันเฉลิอมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

 

ในครั้งนั้น นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ศูนย์คุณธรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษา และ พม.ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง "การส่งเสริมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์การ์ตูนประวัติพระพุทธเจ้า"

"ครั้งแรกที่เปิดตัวมีคนจะช่วยกันเยอะแยะแต่สุดท้ายก็หายหมด" นี่คือเสียงสะท้อนของดร.วัลลภา ด้วยเหตุนี้เอง ดร.วัลลภา จึงนึกถึงหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ "อัตตาหิ อัตตโน นาโถ" ซึ่งหมายถึง " ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน" ดังนั้นจึงจำนองบ้าน ๒ หลัง รถทุกคัน ที่ดิน ทรัพย์สินทุกอย่าง จากสินทรัพย์ที่มีมากมาย กลายเป็นหนี้ที่พอกพูนหลายสิบล้าน

"บางคนมาบอกว่าสติดีหรือเปล่า ส่วนคนในครอบครัวเข้าใจแล้วญาติก็ถูกยืมเงินมาใช้ทั้งหมดอย่างถ้วนหน้าแล้ว ส่วนลูกสาว(อัมภิรา วงษ์ธรรมา)ก็มาเขียนบทให้ แต่ถ้าคนที่ว่าเราหากได้มาชมผลงานหนังเรื่องนี้แล้ว คงลบความคิดที่ว่าสติดีหรือเปล่า ตรงนี้คิดว่าสร้างออกมาแล้วมันเป็นผลดีทั้งหมด สิ่งสำคัญก็คือได้เฉลิมพระเกียรติในหลวง ๕ ธันวาคมนี้ มอบให้กับพระองค์ ส่วนงบที่ใช้ไปทั้งหมดก็ประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท" ดร.วัลลภากล่าว

ทั้งนี้ ดร.วัลลภา ได้เล่าถึงความเป็นมาให้ฟังว่า แนวคิดนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ประกอบกับปลายปีนั้นทางรัฐบาลอยากให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางแอนนิเมชั่น จึงได้เสนอโครงการไปในที่สุดก็ผ่าน แต่มาตอนหลังทางรัฐบาลบอกว่าไม่มีงบประมาณ ในขณะนั้นได้เริ่มต้นสร้างไปมากแล้ว หากเลิกสร้างกลางครันมันเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะงานตรงนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเด็กและเยาวชน ตรงนี้จึงตัดสินใจที่ได้เงินส่วนตัวจำนวน ๕๐ ล้านบาท นำมาเป็นงบประมาณในการสร้างหนังเรื่องนี้ ส่วนที่เหลือคิดว่าน่าจะกู้จากธนาคารได้ หรือหาพันธมิตรอะไรมาช่วยกันสร้าง แต่สองปีผ่านไปไม่สามารถหาพันธมิตรมาร่วมสร้างได้ เพราะไม่เห็นผลกำไร

"เนื้อหาของเรื่องแสดงให้เด็กเห็นถึงกรรมดีกรรมชั่วเป็นสิ่งที่น่ายินดีอยู่แล้ว โดยจะได้เห็นถึงศาสตร์และศิลป์ที่มาจากมือของผู้วาดทั้งหมด ตรงนี้เราจึงอยากให้เป็นฝีมือของคนไทย และถ้างานนี้ได้ออกไปต่างประเทศก็จะเกิดการขายจนเกิดเป็นอาชีพให้กับเด็กไทยต่อไป จึงตัดสินใจเดินหน้าแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ เวลาท้อแท้พอนอนหลับตื่นขึ้นมาก็มีกำลังใจ มีความเชื่อว่าอุปสรรคที่เจอสักวันมันต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และโชคดีที่ได้ทางยุวพุทธฯ เข้ามาช่วย โครงการนี้ก็สำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้" ดร.วัลลภากล่าวอย่างภาคภูมิใจ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการก่อตั้ง กลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษามหาราช โดยมีคณะกรรมการผู้ส่งคุณวุฒิมากมาย รวมทั้ง แทนคุณ จิตต์อิสระ ที่ก้าวเข้ามาเป็น กรรมการ และเลขานุการของกลุ่ม ตัวเขาเองก็นำบ้านที่มีอยู่เพียงหลังเดียวไปจำนอง เพื่อนำมาช่วยสร้างหนังเรื่องนี้ โดยคิดว่า คนอื่นแปลงสินทรัพย์เป็นทุน แต่กลุ่มของเขา แปลงสินทรัพย์เป็นบุญ

นอกจากนี้แล้วยังได้รับการสนับสนุนจาก นายอนุรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทอังกฤษตรางู (แอล.พี.)จำกัด ในฐานะนายกยุวพุทธิกสมาคมแห่งแรกในประเทศไทย ในเรื่องการช่วยเงินสนับสนุนโครงการ ในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปยังต่างประเทศ แล้วเพื่อให้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ๕ ธันวาคมนี้

 

ผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนในโครงการผลิตภาพยนตร์การ์ตูน เรื่อง "ประวัติพระพุทธเจ้า" สอบถามได้ที่ สำนักงาน: ๘๔๐/๕ ถนนวงศ์สว่าง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ๑๐๘๐๐ โทรศัพท์: ๐-๒๕๕๖-๑๓๖๖-๗ โทรสาร : ๐-๒๕๕๖-๑๓๖๙ ,๐๘-๑๘๔๒-๘๒๗๑ หรือ อีเมล eee004@hotmail.com

ผู้เขียน: 
สุทธิคุณ กองทอง
ที่มา: 

คมชัดลึก

ความคิดเห็น

ดีมากครับ

ขออนุโมทนากับคนพากท์กับทีมงานด้วยค่ะสาธุโดยแป้ง

ขออนุโมทนากับทีมงานด้วยค่ะ
อยากให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมอนุโมทนาด้วยค่ะ

สิ่ที่ท่านทำท่านได้รับผลอันนั้นแล้ว ^^ ศรัทธาย่อมถูกพิสูจนืด้วยอุปสรรค แต่อุปสรรคจะทำให้เกิดปัญญา ขอท่านจงยินดี และอิ่มเอมใจในผลของการกระทำของท่านทั้งหลาย และขอบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายไทจงยังผลให้ท่านได้ก้าวสู่อริยมรรค เพื่อการข้ามมหาสมุทรแห่งทุกข์ เพื่อความสงบสันติ อันเป้นนิรันดร์เทอญ

ขออนุโมทนา สาธุ!

ภูมิใจมากครับที่คนไทยยังนึกถึงพระพุทธเจ้า และอยากให้คนไทยสร้างการ์ตูนแนวนี้มามห้สังคมไทยได้ดูต่อไป

อัลเบิร์ต ไอสไตน์ กล่าวถึงพระพุทธศาสนาก่อนเสียชีวิต มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง " The Human Side " ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า

 The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)

 "ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่) ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้ ....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา" อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพัทธภาพ คำพูดของไอสไตล์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 ปี

 [1954, from Albert Einstein:The Human Side, edited by Helen Dukas and Banesh Hoffman, Princeton University Press] http://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Einstein http://www.mlahanas.de/Privat/quotations.htm http://members.shaw.ca/sanuja/buddhismquorts.html

พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า “ สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(1) ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(2) บางชาติเกิดเป็นเทพ(เทวดา+พรหม) บางชาติเป็นมนุษย์ บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย บางชาติต้องตกนรก ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้ เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(3) ......อ้างอิง...ดูรายละเอียดใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงการราชิวิทยาลัย (เล่มที่ / หน้าที่ ) 1. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๓ 2. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๗ 3. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๓๕๐-๓๖๕ ดูต่อที่ :

http://www.tlcthai.com/club/list_topic.php?club=buddhism&club_id=1278&table_id=1&cate_id=788

http://www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=montasavi&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=843

เว็บ...ของพระฝรั่ง ที่อุปสมบทในพุทธศาสนา
http://www.vimutti.org.nz/vimutti.html http://www.users.zetnet.co.uk/phrakhem/ http://www.abhayagiri.org/ http://www.arrowriver.ca/ http://www.tisarana.ca/ http://santacittarama.altervista.org/welcome.htm http://www.amaravati.org/ http://www.ratanagiri.org.uk/ http://www.foresthermitage.org.uk/ http://www.forestsangha.org/com/devon.htm http://www.abhayagiri.org/ http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3169

ขออำนาจพระศรีรัตนตรัยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านทุกคนบรรลุผลนิพพานทุกท่านทุกคนเทอญ

ขออนุโมธนาบุญ กับ ดร.วลลภา ที่มีจิตอันเป็นกุศล ถือเป็นพุทธบูชา

ขอให้ครอบครัวของ ดร. ประสบแต่ความสุขความเจริญ

อยากให้ผู้มีจิตศัทธา มาร่วมบุญกับ ดร. เยอะๆ จะได้บุญร่วมกัน นะครับ

ขออนุโมทนา ด้วยอำนาจแห่งพุทธานุภาพที่ไม่จำกัด จงประทานพรให้ ดร.วัลลภาและคณะจงมีกำลังกาย กำลังใจ ในการแก้ปัญหาอุปสรรค จงประสบแต่ความสุขความเจริญ ทุกทุกท่าน

Member since:
31 October 2007
Last activity:
4 ปี 6 วัน

เป็นการเผยแผ่ให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็กตัวเล็กๆให้ได้มีควาวมสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น ดีจังเลยคับ เพราะเด็กในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าเด็กมีศรัทธา วันหน้าก็จะได้ผู้ใหญ่ดี (คล้องจ้องไหมเนี่ย) เอาเป็นว่าได้ปูพื้นฐานที่ดีแล้วกัน สาธุ...ขอให้สำเร็จด้วยดี จะขอมีส่วนช่วยด้วยคนนึง

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • *การขึ้นบรรทัดใหม่ : ถ้าข้อความยาวไม่เกิน 1 บรรทัด กด Enter หนึ่งครั้ง, ถ้ายาวเกิน 1 บรรทัด กด Enter สองครั้ง เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างย่อหน้า ให้อ่านง่ายขึ้น - มีวรรคตอน อย่าเขียนติดกันเป็นพืด* :(

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.