ขอคืนภาพ "ดูพระ" หลังมูลนิธิปูนฯ ไม่แสดง - ฟ้องผู้วาด "หมา-นุษย์สันดานกา" ทั้ง กก.ตัดสิน

 

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย, พรรคศิลปิน รวมถึง นายวาทิตย์ เสมบุตร ผู้ได้รับรางวัลศิลปกรรมดีเด่น Young Thai Artist Award 2007 กว่า 20 คน รวมตัวประท้วงที่มูลนิธิซิเมนต์ไทย ผู้จัดประกวด Young Thai Artist Award ที่ไม่ยอมนำภาพ "ดูพระ" ของนายวาทิตย์ ออกแสดงต่อสาธารณชนดังที่เคยประกาศไว้ เนื่องจากภาพสื่อความหมายถึงพระสงฆ์ในลักษณะใกล้เคียงกับภาพ "ภิกษุสันดานกา" ที่โดนประท้วงไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงออกแถลงการณ์ว่า มูลนิธิซิเมนต์ไทย ขาดความกล้าทางจริยธรรม ไม่จริงใจต่อการส่งเสริมศิลปะของเยาวชน และเป็นห่วงว่าจะนำไปสู่การทำลายเสรีภาพของศิลปินทุกแขนง

ขณะที่นายวาทิตย์ทำจดหมายขอคืนรางวัล พร้อมเรียกร้องให้มูลนิธิส่งภาพคืน โดยมี นายนิวัติ กองเพียร ตัวแทนมูลนิธิปูนซิเมนต์ไทยออกมารับเรื่อง พร้อมชี้แจงว่ามูลนิธิไม่ได้มีส่วนตัดสินใจว่าจะจัดแสดงภาพหรือไม่ ทั้งหมดคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้ชี้ขาด มูลนิธิเป็นแต่เพียงผู้สนับสนุนด้านเงินทุนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของศิลปิน ก็ขอคืนรูปให้

ด้านนายวาทิตย์กล่าวว่า ดีใจที่สามารถตกลงกันได้ด้วยดี ทั้งนี้ภาพดังกล่าวมีคนติดต่อขอซื้อแล้วในราคา 1 แสนบาท แต่ไม่ขาย จะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินอิสระและหัวหน้าพรรคศิลปิน กล่าวว่า น่าเป็นห่วงว่าถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ จะส่งผลในทางปรามไม่ให้ศิลปินทำงานวิพากษ์วิจารณ์สังคม ดังนั้นต่อไปทางพรรคและเครือข่ายจะรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการเสพงานศิลปะ เพื่อให้เข้าใจเจตนาของศิลปิน และให้มีเสรีภาพในการเสนองานต่อไป

ด้าน มูลนิธิซิเมนต์ไทย ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่เผยแพร่ภาพ "ดูพระ" เนื่องจากขณะนี้ มีประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสมในการเผยแพร่ภาพศิลปะบางภาพ โดยเรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุป และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนในสังคม มูลนิธิซิเมนต์ไทยซึ่งมีเจตนารมณ์ที่ยึดมั่นต่อการดำเนินกิจกรรมบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะนำไปสู่ผลกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงประเด็นที่ล่อแหลมและอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง ทางสังคม จึงได้หารือร่วมกับคณะกรรมการที่จะไม่เผยแพร่ดังกล่าวเมื่อกลุ่มศิลปินและเจ้าของผลงานได้ยื่นจดหมายและขอคืนรางวัล มูลนิธิก็ได้ส่งมอบผลงานคืนตามความประสงค์

ส่วนความคืบหน้ากรณีมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) จัดแสดงภาพจิตรกรรม "ภิกษุสันดานกา" ของนายอนุพงษ์ จันทร ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ นายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เปิดเผยว่า เมื่อ วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา นายสุเมธัส ศิวัตรา และ นายจำนง ผดุงวงศ์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ในฐานะพุทธศาสนิกชน ให้ดำเนินคดีกับนายอนุพงษ์ จำเลยที่ 1 และนายถวัลย์ ดัชนี กรรมการตัดสินรางวัลดังกล่าว จำเลยที่ 2 ข้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามพุทธศาสนา กฎหมายอาญา มาตรา 206 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 1 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา:
มติชน

คนจิตต่ำ คิดก็ต่ำ ใด้รับการอบรมณ์ต่ำ จึงแสดงจินตนาการอันต่ำต้อย ออกมาให้
คนอื่นเห็น

ศิลปะก็ต้องเป็นไปในทางที่สร้างสรร คนดูแล้วชื่นใจ ได้ข้อคิด ในทางบวก
นี่เป็นข้อขัดแย้งทางสังคม ทางศาสนา และเป็นหนึ่งในสาม ที่ชูประเทศไทยให้อยู่ได้
นั้นคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
คนมี่ศิลปประเภทอย่างนี้ ทางพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นคนที่มีจิตเป็น อกุศล คิดดีทำดีไม่เป็น
มีแต่คิดชั่วทำชัว

ในโลกนี้มีดีกับชั่วคนไม่ดีชอบที่จะเลือกทำสิ่งที่ไม่ดีเพื่อสนองความกระหายอยากที่ไม่มีทางสิ้นสุดให้กับตัวมันเอง!!!!!!!

เห็นด้วยกับทุกความคิดเห็น คนพวกนี้ว่าแต่คนอื่นตัวเองยังเสพกามอยู่ เก่งจริงก็เข้าบวชดูบ้างจะรู้สึกอย่างไร

คนวาดคงไม่ใช่ชาวพุทธหรือเป็นแต่ในทะเบียนบ้าน

แค่เห็นชื่อภาพแล้วก็ไม่น่ารับเข้าประกวดแล้ว เพราะเป็นคำพูดไม่ใช่คำเขียน

ยิ่งเห็นภาพแล้วยิ่งสลดใจ เพราะเสื้อผ้าที่บิดบังร่างกาย ถ้าไปถามเด็กเล็กๆ ก็รู้ว่าเป็นใคร

แสดงว่าผู้ที่วาดภาพจงใจลบหลู่ศาสนา หรือว่ามีผู้ว่าจ้างให้ทำ

เวลาไปบ้านอื่นเมืองอื่น
เมื่อเขาเจออะไรๆที่ไม่ดีไม่งาม
เขาก็ทักท้วงแก้ไขกัน
และหากเราไปเจออะไรๆไม่ดีเกี่ยวกับบ้านเรา
เราก็ประท้วงเขาให้เขาแก้ไขกัน
มาวันนี้ เรื่องในบ้านเราแท้ๆ
ไม่ดีไม่งามก็น่าจะขีดวงเอาไว้
ให้ประมาณแก่ตน
ให้ประมาณแก่สังคม
ไม่ควรเอามาประจานกันให้เสื่อมหนักเข้าไปอีก
แผลเน่าบนแขนบนขาของท่าน
ท่านจะขีดวงรักษาให้จำกัด
หรือท่านจะเอาแผลเน่าๆอันนั้น
ไปปะบนหน้าบนขาของท่านอีกหรือ
ฤาเพียงเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศเงินทองที่ท่านโหยหากันเท่านั้น
ทั้งนี้
กลุ่มของพวกท่านเอง
ทั้งนักวาดและนักพิจารณา
กลับยังสนุกสนานร่าเริงอยู่ในโลกีย์วิสัย
แล้วใยต้องเอาสัจจะธรรมอันมีบอกไว้ว่าไม่ดีไม่งามอันนั้นมาเผยแผ่เล่า
การสังสรรอยู่ในสุรานารีกีฬาบัตรในกลุ่มของท่าน
นอกจากไม่ช่วยให้ท่านบรรลุในกุศลธรรมใดๆแล้ว
ยังมานำพาสังคมและประเทศชาติให้หมองไหม้
ไปกับจริยวัตรของพวกท่านอีกหรือ
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังอยู่เหนือเกล้าของท่านอยู่หรือไม่
ยังต้องนำมาเป็นของเล่นในมือในปากท่าน
สมองและจิตสำนึกของท่านทำด้วยอะไร
สังเวส สังเวส สังเวส
เวรกรรม เวรกรรม
จริงๆ

วาดทำไม อย่างอื่นมีไม่วาด มืออยู่ไม่นิ่ง จิตสำนึกมีอะป่าว รักศาสนาบ้างสิ หรือว่าแก............................................

เห็ยด้วยที่ฟ้องคนวาดภาพและกรรมการหลับหูหลับตัดสินเข้าไปได้อย่างไรถ้าลองไปวาดศาสนาอื่นบ้างอาจจะไม่โดนฟ้องแต่จะหาบ้านอยู่ไม่ได้

แสดงความคิดเห็น