มุสลิมเครียด ฝรั่งเศสเตรียมออก กม.ห้ามหน่วยงานรัฐให้บริการสตรีสวมใส่อาภรณ์ปกคลุมทุกส่วนของร่างกาย

เว็บ ไซต์ไทม์ส ออนไลน์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มกราคม ว่า การควบคุมไม่ให้สตรีมุสลิมแต่งตัวโดยปกคลุมทุกส่วนของร่างกายยกเว้นดวงตา (นิกอบ) ใกล้จะสำเร็จสมบูรณ์ในประเทศฝรั่งเศส และมีรายงานว่าผู้แต่งกายแบบดังกล่าวจะไม่ได้รับบริการจากที่ทำการไปรษณีย์ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สถานที่ของรัฐ รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 มกราคม ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซฟาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ได้ลงนามรับรองร่างกฎหมายของคณะกรรมาธิการร่วมจากทุกพรรคการเมือง ที่เสนอให้เพิ่มความเข้มงวดในทางกฎหมายต่อสตรีมุสลิมที่แต่งตัวโดยปกคลุม ร่างกายทุกส่วนยกเว้นดวงตาของตนเอง นอกจากนั้น เมื่อสัปดาห์ก่อน นายซาร์โกซีได้กล่าวว่า การแต่งกายแบบนิกอบของสตรีมุสลิม "ขัดแย้งกับระบบคุณค่าของประเทศฝรั่งเศส และอุดมคติที่เชื่อในเกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้หญิง"
โดยคณะกรรมาธิการ ร่วมชุดนี้ทำการรับฟังความเห็นจากผู้นำศาสนา นักสิทธิมนุษยชน และบุคคลต่าง ๆ เป็นเวลา 5 เดือน อย่างไรก็ตาม ฉันทามติของพวกเขาที่เห็นชอบให้มีการห้ามใส่ชุดนิกอบกลับนำสังคมฝรั่งเศส เข้าสู่ความสับสนอลหม่านอีกครั้ง รวมทั้งยังนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากภายนอกประเทศอีกด้วย
คาด ว่ารัฐสภาฝรั่งเศสจะพิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดยคณะกรรมาธิการร่วมดัง กล่าวในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ และหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภา สตรีมุสลิมที่สวมใส่อาภรณ์ปกคลุมทุกส่วนของร่างกายยกเว้นดวงตาจะถูกปฏิเสธ ไม่ให้ได้รับบริการสาธารณะต่าง ๆ เช่น การใช้ระบบขนส่งมวลชน การเข้าชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย รวมทั้งผลประโยชน์อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก
มี การวิเคราะห์ว่าการออกมาแสดงท่าทีรณรงค์กฎหมายดังกล่าวของประธานาธิบดีซาร์ โกซีครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามในการเพิ่มคะแนนนิยมของเขา อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความเห็นสาธารณะ มีสตรีมุสลิมทุก 2 จาก 3 คน ที่ต้องการแต่งกายแบบนิกอบ และแม้สตรีที่แต่งกายเช่นนั้นจะยังเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคมอยู่ ทว่าก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นในหมู่กลุ่มเยาวชนที่เชื่อในลัทธินิยมคำสอนรากฐาน ของศาสนาอิสลาม ซึ่งคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนนอกกฎหมายทันทีหากกฎหมายของคณะกรรมาธิการร่วม ผ่านสภา
ประเทศฝรั่งเศสมีประชากรมุสลิมอยู่ประมาณ 5 ล้านคน โดยผู้นำศาสนาคนหนึ่งเคยกล่าวกับคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาว่า "การแต่งกายแบบนิกอบไม่ได้รับความนิยมในหมู่สตรีมุสลิมส่วนใหญ่ แต่หากกฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสภา ก็จะกระตุ้นให้คนมุสลิมเหล่านั้นมีอารมณ์ความรู้สึกต่อต้านรัฐมากยิ่งขึ้น"
- อ่าน 1926 ครั้ง

ความคิดเห็น
ถ้าเรามองตากันและยิ้มให้กันก่อให้เกิดสัมพันธ์อันดี ปิดมิดชิดแบบนี้ขาดสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนมนุษย์ และเห็นด้วยที่ว่า ถ้าเธอผู้นั้นเกิดเป็นผู้ก่อการร้าย ภายใต้ชุดดำไม่สามารถตรวจค้นได้ แล้วจะไปจับมือใครดม...วันนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกในประเทศไทย แต่วันข้างหน้าเมื่อการเมืองมันร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จะทำอย่างไร ในประเทศไทยไม่มีใครกล้าเสนอความคิดนี้หรอก เพราะเขาเกรงใจพวกท่านต่างหาก ท่านเห็นคุณค่าของคนพวกนี้ไหมล่ะ
การแต่งกายปิดมิดชิดอวัยวะของสตรีเป็นสิ่งอนุโลมได้ ถ้าอนุโลมได้ก็อยากให้กระทำค่ะ คือเอาแค่พอควร คลุมผมก็พอควรแล้ว ถ้าท่านเทียบว่าการแต่งกายแบบไทยเดิมคือนุ่งซิ่นยาวกรอมเท้าและเสื้อแขนยาวกรอมข้อมือ นั่นเป็นชุดประจำชาติไทยคือมีทั้งแขนยาวและแขนสั้นก็ตามแต่เทศกาลและโอกาส รวมทั้งฤดูกาลด้วย ถ้าหนาวมากๆใช้แค่ชุดดั่งที่กล่าวมาแล้ว ร่างกายก็คงทนไม่ได้ อันที่จริงคนมุสลิมในประเทศไทยก็เป็นคนไทยแล้วทำไมไม่สนับสนุนการแต่งชุดไทยกันล่ะ มันไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างและแตกแยกและแสดงถึงความเป็นคนไทย ชุดนิกอบใช่ค่ะ ท่านเป็นมุสลิมซึ่งในตะวันออกกลาง ดินแดนแห่งทะเลทราย ดินแดนนี้มีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและฝุ่นก็ละเอียดขืนไม่แต่งชุดนิกอบ อยู่ไม่ได้หรอกค่ะ ส่วนพระคุณเจ้าหรือพระภิกษุในพระพุทธศาสนาท่านมีชุดพระของท่านอยู่แล้วเป็นปกติ แต่ถ้าฤดูกาลมันเปลี่ยนไปท่านก็จำต้อง "ปรับและเปลี่ยน" ตามสภาพภูมิอากาศ พอหมดอากาศหนาวก็กลับไปแต่งชุดพระเหมือนปกติ.....
บอกตรงๆเวลาเห็นคนแต่งชุดนิกอบในประเทศไทยแล้ว รู้สึกถึงความแตกแยกค่ะไม่อบอุ่นเลย ยอมรับค่ะว่าจำเป็นต้องมอง คนที่ถูกมองก็คงไม่สบายใจแน่ๆ....
ดิฉันได้ฟังข่าวจากวิทยุเมื่อเดือนกพ.ที่ผ่านมา ที่พระภิกษุท่านได้นำพาญาติโยมคนไทยไปนมัสการสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลที่ประเทศอินเดีย ณ.เมืองกุสินาราซึ่งเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันปรินิพพาน (ตาย)มีฆราวาสท่านหนึ่งได้รายงานสดมาว่า ท่านได้เห็นสตรีอินเดียสวมชุดนิกอบ เข้าไปในอาคารที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพาน เธอได้กระทำความเคารพต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความนอบน้อมโดยเอามือแต่ที่ฝ่าพระบาท (ฝ่าเท้า) ของพระพุทธรูปและนำมาแตะที่หน้าผาก ...เป็นภาพที่ประทับใจแสดงให้เห็นถึงการไม่มีช่องว่างของศาสนา เคารพผู้ที่ควรเคารพ สตรีท่านนี้อาจจะเคารพองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสมอแค่ "อาจารย์ใหญ่และเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลกที่เกิดในประเทศอินเดีย" ก็ได้
ดิฉันคิดว่า คนมุสลิมอินเดียคงคิดต่างจากคนมุสลิมในตะวันออกกลาง ความคิดเช่นนี้มีแต่จะก่อให้เกิดสันติภาพค่ะ...
สมควรแล้วออกห้ามนะ ถ้าปิดหมดอย่างนี้
การแต่งกายปกปิดทุกส่วนของร่างกายบางที ฝรั่งเขาก็กลัว
เพราะบางทีไม่รู้ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วถ้ามีคดี ก็ไม่สามารถจำรูปพรรณสัณฐานผู้ร้ายได้ ปกปิดแต่พองาม
ประเทศฝรั่งเศสคิดใหม่ ทำใหม่อยู่เรื่อยๆ น่านับถือ ถ้าทำสำเร็จ "ข้าขอคาระวะสักหนึ่งจอก"
การแต่งกายที่ดีและงดงามก็สุภาพดีแล้ว แต่การแต่งกายบางอย่างสร้างความแตกแยก อย่าทำดีกว่า
การแต่งกายชุดนิกอบของพี่น้องสตรีมุสลิม ไม่ขัดต่อวัฒนธรรมประเพณีไทยทุกภูมิภาค การปิดมิดชิดอวัยวะของสตรี เป็นสิ่งอนุโลมได้ ในการแต่งกายแบบไทยเดิมแท้ คือ นุ่งซิ่นยาวครอมเท้า และเสื้อแขนยาวครอมข้อมือ สวมหมวกปีกกว้าง เหมาะกับดินฟ้าอากาศ ป้องกันร้อนแสงแดด และป้องกันหนาวเหนบในฤดูหนาวลม การปิดวงหน้าเห็นแต่ดวงตาของชุดนิกอบ ส่วนนี้เพราะมุสลิมเกิดที่ทะเลทราย คงปกป้องลมฝุ่นทรายได้ เช่นนี้ ตกทอดเป็นวัฒนธรรมประเพณีเดิมของพี่น้องชาวมุสลิม เช่นการแต่งกายชุดชาวพุทธภูมิภาคล้านนา แม้พระเณรก็สวมหมวกปิดใบหน้าในฤดูหนาวเหนบขณะออกจากวัดกุมบาตร พี่น้องมุสลิมไทยไม่ต้องกังวลว่า ประเทศไทยจะเสนอกฎหาย จำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเช่น ฝรั่งเศษกระทำนั้นครับผม
แสดงความคิดเห็น