ไทย-ญี่ปุ่น จัดประชุมวิสาขบูชาโลกปี 53 เน้น “การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์โลกในทัศนะชาวพุทธ”

ในปี พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคม (มส.) และรัฐบาลไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก ณ หอประชุมพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมซึ่งถือเป็นการจัดครั้งแรกในประเทศไทย และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร ซึ่งขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพโสภณ” ได้รับมอบหมายจาก มส. และรัฐบาล ให้เดินทางเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มาถึงเดือนกรกฎาคม 2547 จึงได้จัดประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน ณ หอประชุมพุทธมณฑล และศูนย์ประชุมสหประชาชาติ โดยความเห็นชอบของมส. ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล ที่ประชุมได้ลงนามในความร่วมมือเพื่อการจัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสขาบูชาในปี ต่อมา ณ ประเทศไทยอีกครั้ง นับเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของมจร กระทั่งประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกเรื่อยมา

สำหรับการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา ปี 2552 คณะกรรมการจัดงานนานาชาติ (IOC) ต่างเห็นพ้องต้องกันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน และจัดสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่อง  “พระพุทธศาสนากับการแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ของโลก” (Buddhist Approach to Global Crisis) ระหว่างวันที่ 4- 6พฤษภาคม 2552  พร้อมกันนี้ ยังได้มีมติให้จัดตั้งสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICUNDV) เพื่อดำเนินการจัดงานเฉลิมฉลองให้มีเอกภาพและมีประสิทธิภาพในการจัดงานวิสาข บูชาโลก ครั้งที่ 6 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจาก 70 ประเทศ และที่ประชุมเห็นชอบลงนามในแถลงการณ์ร่วมให้จัดฉลองวันวิสาขบูชาโลก ปี 2553 โดยที่ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้รับการพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพร่วม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร พร้อมด้วย นายฮิโรชิ มาซุโมโต ประธานชาวพุทธนิกายเบียวยูไก (ITRI) ประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมแถลงข่าวการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ. 2553 ณห้องประชุมอาคารอธิการบดี มจร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพระธรรมโกศาจารย์ แถลงว่า ที่ประชุมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลกวันนี้ได้บรรลุข้อตกลงให้กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. 2553 โดยจะมีพิธีเปิดการประชุมในวันที่ 23 พฤษภาคม ณ ห้องประชุม มวก. 48 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มจร วังน้อย และประชุมวิชาการในวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งห้องประชุมดังกล่าวสามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ 3,000 คน และมีห้องประชุมย่อยอีก 4 ห้อง พร้อมห้องประชุมย่อยที่อาคารเรียนรวม 4 ห้อง โดยจะเชิญผู้แทนชาวพุทธจากต่างประเทศที่มีอำนาจตัดสินใจมาเข้าร่วมประชุมให้ ได้จำนวน 82 ประเทศ เท่ากับพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อธิการบดี มจร กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมชาวพุทธนานาชาติฯปีนี้ ที่ประชุมตกลงใช้หัวข้อใหญ่คือ “การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” (Global Recovery: The Buddhist Perspective) และหัวข้อย่อย ได้แก่

  1. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยการพัฒนาทางจิต 
  2. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลกโดยอาศัยการศึกษาเชิงพุทธ 
  3. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 
  4. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ/สิ่งแวดล้อม 
  5. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม

นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มีการประชุมปฏิบัติการ 3 ห้อง คือ

  1. สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (IABU)
  2. พระไตรปิฎกฉบับสากล (Common Buddhist Texts) และ
  3. การจัดทำรายการตำราทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน (Union Catalogue of Buddhist Texts)

ส่วนวันสุดท้ายของการประชุม จะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อปิดประชุมแล้วคณะผู้เข้าร่วมประชุมจะไปเวียนเทียนที่พุทธมณฑล ก่อนจะเดินทางกลับไปฉลองวันวิสาขบูชาในประเทศของตนต่อไป

“การใช้หัวข้อใหญ่ว่า การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลกในมุมมองของพระพุทธศาสนา หรือตามทัศนะชาวพุทธ เป็นประเด็นที่ว่าเราไม่อยากให้เกิดการฟื้นตัวแบบไม่มีทิศทาง บางคนบอกว่าฟื้นตัวตัวยู (U) คือ ขึ้นแล้วขึ้นเลย หรือฟื้นตัวแบบตัวดับบลิว (W)คือตกลงไปอีก แต่ชาวพุทธอยากให้ฟื้นตัวแบบตัวบี (B) คือขึ้นตรงไปเลยแบบไม่มีตกลงมาอีก คือเป็นการฟื้นตัวและพัฒนาแบบยั่งยืน ถาวร โดยอาศัยสติปัญญาของชาวพุทธ ซึ่งพระพุทธศาสนาเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญ ก็ให้ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรโลกเราถึงจะฟื้นตัวโดยมี วิสัยทัศน์ร่วมกัน เราต้องการแชร์วิชั่นร่วมกันและวางแผนร่วมกัน นั้นก็คือการประชุมกลุ่มทางวิชาการ 5 กลุ่ม กับการประชุมทางปฏิบัติการ 3 กลุ่ม และในวันสุดท้ายของการประชุมก็จะมีการประกาศปฏิญญากรุงเทพ” อธิการบดี มจร กล่าว

ด้านนายฮิโรชิ มาซุโมโต กล่าวว่า ในส่วนของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมด้วยนั้น จะนำผู้แทนชาวพุทธญี่ปุ่นทั้งนิกายที่มีอยู่เดิมและนิกายใหม่อีกหลายนิกายมา เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน โดยออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และร่วมรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายอื่นๆสำหรับการประชุมอีกด้วย

“ในครั้งแรกที่เรามาเข้าร่วมประชุมและได้เข้าไปเฉลิมฉลองที่สำนักงานสหประชาชาติในกรุงเทพฯ  เราตกใจมากที่ประเทศไทยมีสำนักงานสหประชาชาติมาตั้งอย่างใหญ่โต ในประเทศญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเราก็ยังไม่มีสำนักงานสหประชาชาติที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้   การจัดประชุมในประเทศไทยถือเป็นเรื่องที่ดี  เนื่องจากประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก หลังได้เคยเข้าร่วมประชุมหลายครั้งและได้พบปะพูดคุยกับท่านอธิการบดี มจร.อีกหลายปี ทำให้เกิดความประทับใจที่ท่านอธิการบดี ได้เปิดประตูให้กับชาวพุทธทั่วโลกได้เข้ามาร่วมประชุมอย่างเท่าเทียมกัน แนวปฏิบัติของท่านอธิการบดีจึงเหมือนกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ให้ความกรุณา ต่อสรรพสัตว์ทั้งโลก”  ประธานชาวพุทธนิกายเบียวยูไก กล่าว

ที่มา: 
ม.มหาจุฬาฯ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.