ชาวพุทธร้องเรียนโปสเตอร์ "องค์บาก"เวอร์ชั่นโฆษณาในต่างประเทศ หมิ่นศาสนาอย่างรุนแรงนำเศียรพระไปไว้ใต้เท้านักแสดง ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ระบุมีชาวบ้านร้องมานานแล้ว และประสานสหมงคลฟิล์มเจ้าของหนังรับทราบและระงับการเผยแพร่แล้ว เผยการตรวจสอบหนังและโปสเตอร์หนังอยู่ในความดูแลของกองทะเบียน ตร. เตรียมแจ้งให้ตรวจสอบผู้นำเอาโปสเตอร์ฉาวมาเผยแพร่ซ้ำเพราะเข้าข่ายผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่ององค์บาก ที่ใช้โฆษณาในตลาดภาพยนตร์ต่างประเทศโดยนำเศียรพระพุทธรูปมาประกอบอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเผยแพร่อยู่ในอินเตอร์เน็ตขณะนี้ว่า เรื่องร้องเรียนการนำเสนอภาพโปสเตอร์ที่ไม่เหมาะสม โดยเป็นภาพเศียรพระพุทธรูปอยู่ใต้ฝ่าเท้าของนักแสดงนั้น มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนศูนย์เฝ้าระวังฯ มานานแล้ว ศูนย์เฝ้าระวังฯ เคยประสานไปยังบริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด เจ้าของภาพยนตร์เรื่ององค์บาก ทราบว่าบริษัทดังกล่าวทำการแก้ไข ไม่มีการนำภาพนี้ออกมาเผยแพร่อีกแล้ว และคณะกรรมการกบว.ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาของภาพยนตร์ห้ามเผยแพร่ภาพดังกล่าวด้วย
ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจะประสานตำรวจตรวจสอบภาพยนตร์ กองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลภาพยนตร์ หรือโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์ พ.ร.บ.ตรวจพิจารณาภาพยนตร์ พ.ศ.2473 ที่ระบุว่า จะต้องไม่มีการเผยแพร่ภาพที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และไม่กระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ การนำภาพโปสเตอร์ที่ห้ามให้มีการเผยแพร่นำออกมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้งก็จะมีความผิดด้วย
"เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่ประชาชนเคยร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงโปสเตอร์หนังเรื่ององค์บากออกมาโฆษณาใหม่ๆ และทางสหมงคลฟิล์มรับไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว พร้อมทั้งไม่มีการนำภาพโปสเตอร์เก่าที่ไม่เหมาะสมมาเผยแพร่อีก เพราะฉะนั้นต้องกลับไปดูต้นตอว่าใครเป็นผู้นำโปสเตอร์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาเผยแพร่ซ้ำในแหล่งใด เพราะจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ตรวจพิจารณาภาพยนตร์ พ.ศ.2473 ซึ่งกรณีนี้วธ.ยังไม่ได้รับโอนงานตรวจสอบภาพยนตร์ จากกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงไม่มีอำนาจดำเนินการกับผู้ที่นำภาพนี้มาเผยแพร่ซ้ำ" ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังฯ กล่าว
ด้าน นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบโดยด่วน ปกติแล้วถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจะประสานกระทรวงต่างประเทศ เพื่อทักท้วง ร้องเรียนไปยังประเทศที่เผยแพร่โปสเตอร์ หรือเอาพระพุทธรูปกระทำในลักษณะไม่เหมาะสม ทั้งนี้เจ้าของประเทศส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นการดูถูก เหยียดหยามพระพุทธศาสนาของไทย
ขณะที่ นายกนก แสนประเสริฐ ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรักษาราชการผอ.สำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ขอข้อเท็จจริงก่อนว่าโปสเตอร์อยู่ในลักษณะใด ประเทศหรือบริษัทไหนเป็นผู้ผลิต หลังจากดูรายละเอียดแล้วจะแจ้งกระทรวงต่างประเทศประสานไปยังประเทศนั้นว่าเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะมีโปสเตอร์แบบนั้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของภาพยนตร์มีตำรวจดูแลความถูกต้องเหมาะสมของการจัดฉาย หรือโปสเตอร์ที่ใช้เผยแพร่อยู่แล้ว อีกทั้งสถานทูตในประเทศต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือช่วยดูแล ถ้าประเทศไทยแจ้งให้ปรับปรุงหรือระงับการฉาย เผยแพร่ ประเทศต่างๆ ก็ยินดีกระทำตาม
"ที่ผ่านมาประเทศที่นำพระพุทธรูปไปกระทำในสิ่งไม่เหมาะสม ก็เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทราบว่าพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่ชาวพุทธเลื่อมใส ศรัทธา ส่วนบทลงโทษนั้นเป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะกระทำ ประเทศไทยไม่สามารถกระทำการได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ทำได้เพียงร้องเรียนหรือทักท้วงไปเท่านั้น" รักษาราชการผอ.สำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าว
แสดงความคิดเห็น