"พระมหามณฑป" วัดไตรมิตร สง่างาม สร้างเพื่อถวายในหลวง

คมชัดลึก :ชาวเยาวราช และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติ ต่างพากันชื่นชมในความงามตระการตา ของพระมหามณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ วัดไตรมิตร ซึ่งสร้างเสร็จแล้ว และดูโดดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าวัดไตรมิตร

พระเทพภาวนาวิกรม เจ้าคุณธงชัย ธมฺมธโช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กล่าวถึงรายละเอียดของพระทองคำที่ได้รับการจดบันทึกจากินเนสส์บุ๊กว่าเป็น พระทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกองค์นี้ว่าได้สร้างพระมามณฑปขึ้นเพื่อรองรับการ ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เพื่อเป็นการถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

ถวายเพื่อเป็นพระมหามณฑปประจำรัชกาลที่ 9 ได้รับการออกแบบโดย พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบลวดลายความสวยงาม และสื่อความหมายของศิลปะในสมัยปัจจุบันไว้ภายในองค์พระมหามณฑปอย่างสวยงาม

ภายในองค์พระมหามณฑปจะมีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานสำหรับพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งดูแล้วมีความยิ่งใหญ่ สง่างาม ตระการตา สำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้าไปกราบไหว้ก็จะรู้ได้ถึงความสง่าและยิ่งใหญ่ พร้อมจะกับรู้สึกสงบนิ่งหลังกราบไหว้

ส่วนในชั้นที่ 3 เมื่อเดินลงมาจะมีโรง.........เหมือนมินิพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าถึงที่มาของ พระทองคำองค์นี้ บอกถึงวิธีการหล่อ หรือประกอบองค์พระ และวิธีการทางเทคนิคที่ใส่ทองคำเข้าไปในองค์พระ เห็นแล้วทำให้รู้สึกถึงความช่างคิดของคนสมัยก่อนในการที่จะสร้างองค์พระพุทธ รูปทองคำนี้ขึ้นมา

ภายในชั้นนี้ยังมีห้องฉายหนังที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงามเกี่ยวกับประวัติ ของพระพุทธรูปในสมัยต่างๆ ภายในจะมืดสนิท และมีเพียงเรื่องราวบอกเล่าฉายสะท้อนขึ้นมาจากจอ โดยจะมีเสียงเป็นภาษาจีน หรือภาษาอังกฤษ เพื่อรองรับแขกผู้เข้าชมที่เป็นชาวต่างชาติด้วย

ในชั้น 2 จะบอกถึงประวัติความเป็นมาของชาวจีนที่เข้ามาอยู่ที่เมืองไทยที่เยาวราช มีห้องฉายหนังอีก ผูกเป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษที่นั่งเรือ เดินทางรอนแรมมาอย่างลำบาก เริ่มจากการเป็นลูกจ้างแบกหามรับจ้างทำงาน จนสร้างฐานะเป็นเจ้าสัวประสบความสำเร็จใจธุรกิจ

ด้านนอกก็มีการจัดจำลองชีวิตคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งรกรากที่เยาวราช เพื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของคนจีนรุ่นแรกๆ และยังจำลองบรรยากาศเหมือนเรือโดยมีแสง สี เสียง ให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ในเรือ ซึ่งเป็นบรรยากาศเหมือนที่คนจีนรุ่นแรกๆ นั่งมา

จนเมื่อมาถึงชั้น 1 จะเป็นเหมือนบทสรุปและการรวบรวมสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นคนจีน เช่น เวทีการแสดงงิ้ว ตลาด และผังเมืองจำลองของเยาวราช มาวางไว้ให้ดูที่ชั้นนี้

ทั้งหมดทั้งมวลจากภายในล้วนเป็นสิ่งที่คุ้มค่าหากมีการเปิดให้เข้าชม ส่วนภายนอกนั้นไม่ว่าจะเห็นในยามกลางวัน หรือในยามกลางคืน ก็สง่างามสมกับเป็นพระมหามณฑปที่สร้างถวายแด่ในหลวงของปวงชนชาวไทย

ประวัติ
นายประวิทย์ พันธุ์วิโรจน์ อดีตผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ และเขตบางรัก ซึ่งเป็นผู้มีควมรู้เกี่ยวกับไชน่าทาวน์ เล่าถึง วัดไตรมิตรวิทยาราม ว่าสิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสส์บุ๊กอ อฟเรกคอร์ด

พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ทั้งองค์ ที่ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทองคำแท้หนัก 5.5 ตัน มีมูลค่าที่กินเนสส์บุ๊กลงประมาณ 28.5 ล้านปอนด์ มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99% เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของวัดมหาธาตุ สุโขทัย

พระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกพอกปูนลงรักปิดทองทั่วทั้งองค์ เพื่อเป็นการอารักขาภัย แต่ไม่ทราบว่าตกไปอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ทราบแต่เพียงว่าล่าสุดประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระยาไกร (วัดโชตนาราม) แต่ต่อมาวัดพระยาไกร กลายเป็นวัดร้าง ไม่มีผู้ดูแล ประกอบกับ บริษัท อีสต์เอเชียติก จำกัด ประสงค์ขอเช่าพื้นที่วัดเพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ที่ประชุมคณะสงฆ์จึงให้วัดไตรมิตรวิทยาราม และวัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูปสององค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระยาไกรนั้น ไปประดิษฐานไว้ตามสมควร

คณะของวัดไผ่เงินได้เดินทางไปถึงก่อนจึงเลือกอัญเชิญพระพุทธรูปสำริดไป เหลือพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ให้วัดไตรมิตร จนปี พ.ศ. 2497 จึงสร้างวิหารใหม่ด้วยตั้งใจจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้โดยเฉพาะ เพื่อจะได้ประดิษฐานพระพุทธรูปให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี

แต่ในขณะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป เนื่องจากพระพุทธรูปมีน้ำหนักมาก สายเครื่องกว้านจึงขาดลง ทำให้พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น ส่งผลให้ปูนที่หุ้มบริเวณพระอุระกะเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ท่านเจ้าอาวาสจึงให้ลอกปูนออกทั้งองค์ แล้วนำขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิหารอยู่เป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่พระมหามณฑปในปัจจุบัน

ความคิดเห็น

" พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร " สวยงามมากนะคะ ไปหว้สักการะบูชามาเรียบร้อยแล้วค่ะ " มหามณฑปใหม่ "

งามสง่าจริงๆ อยากเชิญชวนทุกๆท่านไปเที่ยวชมและสักการะบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เพื่อเป็นศิริรมงคลกับท่านเอง

31 ธ.ค. 2552

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต