แม่กองธรรมลดสนามสอบลง ส่งผู้แทนคุมเข้ม-หวังสร้างคุณภาพสงฆ์
พระพรหมมุนี แม่กองธรรมสนามหลวง กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวสัมโมทนียกถาในพิธีมอบสื่อนิทรรศการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพฯ ว่า
พุทธศาสนิกชน ของเรานับถือพระพุทธศาสนาสืบทอดตามบรรพบุรุษมายาวนาน แต่ชาวพุทธที่มีอยู่ร้อยละ 90 มีความรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาน้อยมาก เปรียบเทียบได้ว่ามีคนไม่รู้หลักธรรมมากกว่าคนที่รู้กว่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่จะนำไปศึกษาและปฏิบัติจริงยิ่งมีน้อยที่สุด แม้แต่พระสงฆ์ที่นำหลักทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงๆ ก็มีน้อยเช่นกัน
ดังนั้น ผู้แทนเจ้าคณะจังหวัดต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการศึกษาสงฆ์ ทุกวันนี้ทำกันไปตามอัตภาพ ไม่ได้จริงจังแต่อย่างใด
ทั้ง นี้ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้เคยออกไปตรวจสนามสอบธรรมสนามหลวงตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พบว่า การสอบ การออกใบประกาศ ล้วนไม่มีคุณภาพ จึงมีดำริที่จะปรับปรุงการสอบให้มีคุณภาพ ด้วยการลดจำนวนสนามสอบ และส่งผู้แทนแม่กองธรรมสนามหลวงออกไปดูแลสนามสอบอย่างทั่วถึง แต่พบอุปสรรค คือ หลายจังหวัดขอขยายสนามสอบมากขึ้น จาก 1 แห่งเป็น 5 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พระภิกษุสามเณร ซึ่งสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงก็เข้าใจ แต่จำเป็นต้องยุบสนามสอบในการรักษาคุณภาพของนักธรรมให้คงไว้ เพราะการขยายสนามสอบมากๆ ทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง
"ตามหัวเมืองต่างๆ ไม่มีการเรียนการสอนธรรม-บาลี แต่ก็ส่งพระภิกษุสามเณรมาสอบธรรมสนามหลวง สอบกันได้อย่างไรโดยไม่ได้เรียนแล้วจะเอาอะไรมาสอบ ทำให้พระไม่มีความรู้ ไม่มีคุณภาพ ถ้าปล่อยให้การสอบธรรม-บาลีไม่มีคุณภาพ พระที่จะเป็นนักธรรมที่จะต้องเป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการในอนาคตไม่มีความรู้ ทางพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ลองคิดดูว่าต่อไปพระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร
อาตมา ขอฝากผู้แทนเจ้าคณะผู้ปกครองให้เข้าใจเรื่องนี้ และช่วยกันดูแลการศึกษาสงฆ์ให้มีคุณภาพ อีกทั้งจะทำอย่างไรให้พระสงฆ์นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปสู่การปฏิบัติมาก ขึ้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและศรัทธาของพุทธศาสนิกชน" แม่กองธรรมสนามหลวงกล่าว
- อ่าน 1841 ครั้ง

ความคิดเห็น
เรียนธรรมะ อย่าด่าพระว่าเรียนโง่
เเละอย่าโช เรียนธรรมะ เพิ่มยโส
เรียนบูชา สัทธรรม องค์พุทโธ
อภิโธ่ เรียนธรรม นำใส่ใจ(กันหน่อย)
คนไม่รู้ มาด่าพระ ทุจริด
ก็ไม่ผิด พอมีบ้าง ไม่ขอเถียง
เเต่ถ้าท่าน เรียนไปจบ(ทางพระ) อย่างลำเอียง
อย่ามาเถียง มาด่าพระ ด้วยความคิดโยมๆ
.....คนดีคนชั่วมีปนกันอยู่ เเต่อยากให้ใครๆก่อนว่าใครๆ ลองเรียนให้จบ
อย่ามองคนอื่นชั่วเหมือนตัวตน
เข้มมากไปก็ไม่ดี ทำอย่างกะเอเน็ต โอเน็ต ถามหน่อยเถอะ จบนักธรรมมีการรับรองคุณภาพไหมว่าทำงานที่ไหนได้มั่ง ถ้าไม่มีคำตอบ....say bye ธรรม
คุมเข้มแล้วใครจะไปสอบ การศึกษาของพระภิกษุ ก็ ไม่มีพระภิกษุศึกษาอยู่แล้วจะมาคุมเข้มมาปรับปรุงคุณภาพพระภิกษุ ในเฉพาะการสอบของพระภิกษุอย่างนี้เร็วเกินไป จะมาปรับปรุงแก้ไขคุณภาพของพระภิกษุก็ต้องเริ่มแก้ไขปรับปรุงตั้งแต่ระดับบนก่อน ต้องมีการประเมินผลการศึกษาระดับบนคู่กันไปด้วย จะมาคุมเข้มพระภิกษุอย่างนี้พระภิกษุที่จะศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจังก็จะนัอยลง พระภิกษุก็จะเรียนน้อยลง ลงไปเรื่อยๆ
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ลดสนามสอบลง เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้การเรียนการสอนและการสอบนักธรรม-บาลีด้อยคุณภาพลงอย่างน่าใจหาย
ในอดีตการสอบนักธรรมมีอำเภอละ 1 สนาม พระเณรครึกครื้นตื่นเต้นกับการสอบมาก ดูว่ามีมนต์ขลังและศักดิ์สิทธิ์ เพราะการเรียนการสอนเข้มข้นจริง ๆ นักเรียนขยันท่องแบบอย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้สอบได้จึงมีคุณภาพจริง ๆ แต่เดี๋ยวนี้นักธรรมไม่มีการเรียนการสอน พระบวชเข้ามาแล้วปล่อยปละละเลย ยกเว้นแต่วัดใหญ่ ๆ สำนักเรียนเข้มแข็งเท่านั้นที่ยังไม่ทิ้งการเรียนพระปริยัติธรรม
ปัจจุบันเจ้าอาวาสและพระเณรส่วนมากไม่เอาใจใส่ เมื่อไม่เรียนแต่ส่งเข้าสอบ เมื่อตอบปัญหาไม่ได้ก็ต้องทุจริต ใครมีส่วนช่วยทุจริตล่ะ ก็กรรมการคุมสอบที่อยู่วัดเดียวกับนักเรียนนั่นแหละ ทั้งคนที่จบ น.ธ.เอก แบบทุจริตมาบ้าง เจ้าอาวาสบ้างช่วยบอก หรือไม่มีความรู้ที่จะบอกแต่อยากให้ลูกศิษย์สอบได้ จึงลอกจากหนังสือส่งให้บางรูปลอกผิดก็มี เห็นแล้วน่าทุเรศจริง ๆ วงการศึกษาสงฆ์ อนาคตจะเป็นอย่างไร
สมัยก่อนมีสนามสอบนักธรรมประจำอำเภอสนามเดียวไม่เห็นมีปัญญาการเดินทาง เมื่อก่อนรถหายากยังไปสอบที่วัดเจ้าคณะอำเภอได้ ปัจจุบันรถมีมากมากทำไมไปรวมสอบที่วัดเจ้าคณะอำเภอไม่ได้ ดีแล้วที่ส่งกรรมการส่วนกลางไปดูแลเอง เพราะที่ผ่านมากรรมการที่เจ้าคณะจังหวัดแต่งตั้งไม่ซื่อสัตย์ หรือซื่อสัตย์แต่มีน้อย คอยแต่ทุจริตช่วยลูกศิษย์ให้สอบได้ เพราะหวังผลค่ารายหัวนักเรียน ส่งมากก็ได้มากเป็นเงาตามตัว ไม่เรียนไม่ว่าขอจำนวนส่งสอบให้มากเข้าไว้ เพื่อเงินสำนักเรียนไงล่ะครับ
บางสำนักมีครูสอนจริงจังนักเรียนสอบได้มากเจ้าสำนักงุบงิบเงินไว้ไม่ยอมจ่ายครูสอนก็มี พูดไปปัญหาก็มากสาธยายไม่ไหว อยากจะพูดให้มากกว่านี้
ขอพูดเรื่องบาลีสักนิดครับ เมื่อก่อนก็เข้มดีแต่เดี๋ยวนี้ก็เหมือนนักธรรม แต่อาจจะขี่กันนิด ๆ เพราะสนามสอบบาลีมีเพียงจังหวัดละ 1-2 แห่ง เลยควบคุมง่าย แต่อย่าคิดว่าง่ายเลยทีเดียว จากประสบการณ์ที่เคยดูแลยังมีการทุจริตมาก โดยเฉพาะบางจังหวัดในภาคอีสาน เช่น ที่ร้อยเอ็ด เป็นต้น ดังมาก มีพระที่จบ ป.ตรี มหามกุฏฯ มหาจุฬาฯ ไปสอบเป็นมหาเยอะครับ แต่แปลบาลีไม่ออกสักตัว เวลาถามว่าแปลว่าอย่างไร ก็ตอบว่าผมลืมแล้ว ทุเรศจริง ๆ ถามว่าพวกพระเหล่านั้นอยากสอบมหาได้เพื่อเอาไปทำไม ไม่ยากครับ เพื่อขอยศชั้นพระครูชั้นเอกไงครับ ได้แค่ พธ.บ. หรือ ศน.บ. อย่างเดียวอย่างมากเป็นแค่พระครูชั้นโทครับ ถ้าพ่วง ป.ธ.3 เป็นชั้นเอกครับ ได้ ป.ธ.3 เลื่อนได้อีก 1 ชั้นครับเจ้านาย
เมื่อยี่สิบปีก่อน มีการทุจริตระดับจังหวัดเลย ตอนนั้นยังไม่เข้มงวดเหมือนปัจจุบันนี้ คือ คนอยากได้มหาไม่ต้องเข้าสอบ เวลากรรมการแจกข้อสอบ เลขาฯ เจ้าคณะจังหวัดนำข้อสอบให้มือปืน (ผู้ทุจริต) ไปทำที่ห้อง และให้นำไปส่งที่กรรมการก่อนปิดซองข้อสอบ นี่ทำเป็นทีมเลยนะครับ ปัจจุบันนี้ไม่น่าจะมีแล้ว แต่ที่ทุจริตอยู่และดังมากอยู่ที่ร้อยเอ็ด และอาจมีที่อื่นด้วย ให้หาข้อมูลเอาเอง จึงฝากบอกให้ จนท. กองธรรมและบาลีทราบ ขอบคุณครับ
พระดอกเตอร์
แสดงความคิดเห็น