มมร.ประกาศรับสมัครครูพระสอนศีลธรรม 6,700 รูป ทั่วประเทศ

ด้วยมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กำลังเปิดรับสมัครครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนประจำปีงบประมาณ 2553 เพื่อปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่ธรรมะในโรงเรียนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 6,700 รูป โดยถวายค่านิตยภัตรวมเดือนละ 2,500 บาท

ดังนั้น หากพระภิกษุ-สามเณร รูปใดมีความประสงค์จะสมัครเป็นครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีรายละเอียดการสมัคร ดังนี้

  1. คุณสมบัติของผู้ที่สมัครเป็นครูพระสอนศีลธรรม
    1. เป็นพระภิกษุหรือสามเณร มีสัญชาติไทย และมีสังกัดวัดในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี
    2. มีคุณวุฒิพระปริยัติธรรมแผนกธรรม  นักธรรมชั้นเอก หรือแผนกบาลีตั้งแต่ประโยคป.ธ. 1-2  ขึ้นไป หรือสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
    3. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อที่ 1.1-1.2 ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการฯ
  2. เอกสารประกอบการสมัคร
    1. สำเนาหนังสือสุทธิหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    2. สำเนาวุฒิการศึกษาทางธรรม
    3. สำเนาวุฒิการศึกษาทางโลก
    4. สำเนาวุฒิบัตร, เกียรติบัตรที่ได้รับจากหน่วยงานต่าง ๆ  (ถ้ามี)
    5. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป
  3. การรับสมัคร
    1. ตั้งแต่วันที่ 1 - 20 กันยายน  2552
    2. สถานที่รับสมัคร  อาคารกวีบรรณาลัย สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช  วิทยาลัย วัดบวรนิเวศ  โทร. 0-2282-8302 ต่อ 250  โทรสาร 0-2281-0294
    3. ประกาศผลผู้มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือกในวันที่ 25 กันยายน  2552
  4. การบรรจุเป็นครูพระสอนศีลธรรม
    1. พระภิกษุสามเณรที่จะได้รับการบรรจุเป็นครูพระสอนศีลธรรมต้องผ่านการอบรม 
      ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
    2. ได้ปฏิบัติการสอนจริงและมีหนังสือรายงานการปฏิบัติการสอนจากโรงเรียน
    3. ได้รับบัตรประจำตัวครูพระสอนศีลธรรม จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
    4. พระภิกษุสามเณรที่จะได้รับการบรรจุเป็นครูพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  จะได้รับนิตยภัตรวม 10 เดือน ๆ ละ 2,000 บาท ค่าพาหนะ  500  บาท รวมเดือนละ 2,500 บาท (ปีละ 25,000 บาท)

 

ที่มา: 
ม.มหามกุฏฯ

ความคิดเห็น

เดิมผมสอนของ มจร เมื่อจ.ป.ตรีที่นั้น ต้องย้ายไปเรียนป.โท สาขาบริหารการศึกษาที่ศรีสะเกษ ครูมาติดต่อให้ไปสอนในนามของ มมร.เพราะไม่ได้สอนของ มจร 1 เทอม แล้ว เลยสมัคร แต่ก็ไปสอนได้ 4 เดือน แต่ขาดการติดต่อมา ก็ส่งรายงานทุกเดือน พอถามกลับ หาเราฟุ้งซ่าน แค่เพียงเรียกสิทธิอันชอบธรรม

คิดดูนะท่านสอน 4 เดือนไม่เคยได้รับนิตยภัตร ผมเลยเลิกสอน เขียนหลักฐานเอกสารครบ เบอร์โทร e-mail ก็มี สุดยอดครับพระสงฆ์ทำงานได้ดีครับ ช้าไม่ทันสมัยจริงๆ

1. ชื่อโครงการครูพระสอนศีลธรรม..ถูกต้องแล้วครับ..เพราะในช่วงต้นครูพระสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม...ทำให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาบางแ่ห่งไม่ค่อยต้อนรับพระ...จึงมีความเห็นจากสำนักงบประมาณเรื่องการเรียนการสอนนั้นเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ..จึงได้มีการโอนย้ายครูพระจากกระทรวงวัฒนธรรม มาที่กระทรวงศึกาษาธิการโดยตรงและมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งรับผิดชอบ...
2. การใช้คำว่าครูพระ..อาจต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพครูนั้น...ตามระเบียบของการใช้ใบประกอบวิชาชีพครูนั้น...มีข้อยกเว้นสำหรับพระภิกษุที่เป็นครูสอนในโรงเรียนที่ไม่ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ.....
3. ใช้คำว่าครูพระดีแล้ว..เพราะตรงกับหน้าที่การสอนนักเรียนของท่าน..ใช้คำว่าพระสอนศีลธรรม...พระท่านอาจเข้าใจว่านิมนต์ไปเทศอย่างเดียว..ดูล้าหลัง..ไม่ทันสมัย..ไม่ถูกใจวัยรุ่น...เซ็งกันทุกฝ่ายเปล่า ๆ พอใช้คำว่า ครูพระ ทำให้พระต้องรู้จักทำแผนการสอน ทำสื่อการสอน สอนตรงตามเวลาที่โรงเรียนจัดตารางสอนให้ ...เป็นการปลุกพระจากกุฏิให้มาดูโลกบ้างว่าเขาไปถึงไหนแล้ว...พระมหาสามารถ

ใช่
พระสงฆ์ต้องมีการศึกษาให้ดีเสียก่อนถึงจะไปเป็นครูสอน

จะมีการเปิดอบรมอีกเมื่อไรครับ

ขอให้แจ้งประกาศให้ทราบด้วยนะครับ

แล้วที่ส่งรายชื่อไปก่อนหน้านั้น

ไม่ทราบว่ารับพิจรณาหรือยังครับ

พระเด่นชัย ญาณจาโร

เห็นด้วยนะสามเณร ถึงคนไม่เห็นฟ้าก็คงเห็น สู้สู้

เห็นด้วยครับ ฉะเรากลัวสิ่งไหนจงทำสิ่งนั้น

จะเปิดรับสมัครอีกเทื่อไรครับ

ดิฉันได้รับทราบมาว่า รร.ศาสนาอื่นแห่งหนึ่งในจ.หนึ่ง เขาจ้างอดีตพระภิกษุไปสอนหนังสือ คิดว่าคงจะสอนภาษาไทยซะมากกว่า เพราะท่านเคยบวชเรียนดังนั้นความรู้ความสามารถมากกว่าครูสอนภาษาไทยทั่วไปอย่างแน่นอน
นอกจากนั้น นักบวชในศาสนาเขาก็มาเรียนเรื่องวิปัสสนาด้วย ก็เป็นการดีเพราะช่วยทำให้จิตสงบ ธรรมของพระพุทธเข้าเพื่อชาวโลกทุกคน ...แต่การจะใช้พระฟรี หรือให้ค่าอุปถัมภ์น้อยเกินไปมันน่าเกลียด ไม่ทันยุค ทันสมัย ...ของดีราคาถูก ไม่มีแล้วในสมัยนี้ โปรดปรับและเปลี่ยนวิธีการอุปถัมภ์พระหรือครูพระสอนศีลธรรมซะใหม่ เพราะเวลาท่านป่วย เอาละถ้าป่วยน้อยๆ ก็ไม่เป็นปัญหา ถ้าป่วยหนักใครจะมาช่วยดูแล รพ.สงฆก็แน่นเอียด รพ.ของรัฐอื่นๆก็แน่นเอียดเช่นกัน วันนี้พระเกือบทุกรูปนึกถึงแต่รพ.เอกชนทั้งนั้น ...คิดถึงการทำ "ประกันชีวิตและสุขภาพหมู่สำหรับพระภิกษุและสามเณร" มากๆเลย การบวชพระถือว่าตัดออกจากครอบครัว จริงๆก็ตัดไม่ได้นักดอก เพราะพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าของท่านอีกจำนวนมาก หมดสภาพของคนที่ทำมาหากินได้แล้ว ถ้าพระท่านมีปัจจัยมากพอ ท่านก็สามารถเก็บหอมรอมริบ (จำเป็นต้องให้ท่าน เก็บหอมรอมริบ ได้บ้างแล้ว)ช่วยอุปถัมภ์พ่อแม่ได้ด้วย เป็นการกระทำที่เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะทำให้ "สามเณรและพระภิกษุ" จะไม่ขาดแคลนต่อไปในวันข้างหน้า....ทุกวันนี้ เถระสมาคมเอย สำนักพุทธฯเอยก็บ่นๆเรื่องขาดแคลนสามเณรและพระภิกษุ พยายามนำเสนอให้วัดต่างๆจัดทำโครงการเหล่านี้ ..สามเณรและพระสงฆ์ชั่วคราว หรือบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ไม่ขาดแคลนหรอก แต่ขาดแคลนผู้ที่จะบวชเรียนเพื่อสืบต่อพระศาสนาต่างหาก ...อยากให้คิดใหม่ทำใหม่บ้างในบางเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ หรือความอยู่รอดของพระพุทธศาสนา

แสดงความคิดเห็นกันมากมาย แต่ล้านแล้วเป็นเรื่องไร้สาระทั้งนั้น
พระทุกวันนี้ทำงานเพื่อสังคมมีมากมาย แต่ส่วนมากคนไม่ค่อยสนใจพระที่ทำงาน
เพราะพระที่ทำงานใบ้หวยไม่เป็น พูดจาขวานผ่าซาก คนเลยไม่ค่อยชอบ ยิ่งบางคนพอรู้หน่อยว่าพระมีเงินค่าตอบแทนก็ว่าพระทำงานหวังผล แต่ไม่ได้คิดว่า พระที่เดินทางไปทำงาน ไม่มีรถโดยสารหน้าไหนที่ให้พระนั่งฟรี ไม่มีปั๊มน้ำมันไหน ให้รถพระใส่ฟรี ทุกอย่างต้องใช้เงิน และพระที่ทำงานก็ไม่มีเวลารับกิจนิมนต์ แล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารถในการเดินทางไปทำงาน นี่แหละความจำเป็นที่ใคร ๆ ก็มองไม่เห็น ผมทำงานสอนศีลธรรมตั้งแต่เป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนปัจจุบัน ทำมานานมาก บางช่วงหลังจากกลับมาจากสอนแล้ว ต้องรับกิจนิมนต์อีก เพราะช่วงนั้นยังไม่มีค่าตอบแทน ต้องหาเงินใช้จ่ายในการเดินทาง คนทั้งหลายไม่เคยคิด การทำให้คนเป็นคนดีมันยากยิ่งกว่าสร้างเรือดำน้ำอีกนะจะบอกให้ ที่เขียนมานี้ไม่ใช่น้อยใจ แต่อยากให้สังคมรับรู้บ้าง หาว่าพระกินข้าวชาวบ้านแล้วไม่ทำอะไร ถ้าใครคิดแบบนี้ก็คิดใหม่ พระมีบุญคุณมากมายนัก ถ้าไม่มีพระ คิดดูไปซิว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าคิดให้พระเสียหายฝ่ายเดียว ยิ่งไอ้พวกที่ไม่เคยใส่บาตร ไม่เคยไปวัดแล้ว อย่ามาแส่เรื่องพระให้มากนัก อยากแส่ก็มาบวชซิ จะได้รู้ ก็ขอระบายความในใจไว้เท่านี้ วันหลังจะมาเขียนใหม่ ใครเห็นด้วยกับผมก็ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยว่า เห็นด้วยกับพระขวานผ่าซาก นะครับ ขอให้ทุกท่านจงโชคดี (ที่ทำดี)

อยาหทราบว่าในช่วงเดือนก.พ. - เมษายน ยังรับครูสอนศีลธรรมในโรงเรียนอยู่หรือเปล่าคับผม แต่ถ้าหมดเขตแล้วจะสามารถสมัครในเดือนใดได้อีกครับ

สมัครครูสอนสลีธรรมได้กี่วิธีครับ สมัครทางอินเติร์เน็ตได้หรือป่าว
ส่งรายละเอียดมาที่ อีเมล์นะครับ saranya.41@hotmail.com

พระอภิชาติ ชยาภิรโต

อยากจะทราบว่า รุ่นที่๕ จะมีการเปิดอบรมเมื่อไหร่ แล้วยังใช้สถานที่ในการอบรมที่เดิมหรือไม่อย่างไร?
ครูพระรัตนชัย อภิรตนชโย

ดีแล้วครับช่วยกันเถิดพวกเราทำไงให้ศาสนารุงๆแล้วก็รุงครับจากพระมหาจ๊อบ

Member since:
6 October 2007
Last activity:
38 สัปดาห์ 1 วัน

ลูกจ้าง เอย
นายจ้าง เอย
สัญญาจ้างทำของ เอย
คดีอาญา เอย

แสดงให้เห็นถึงอะไรได้บ้าง เอ่ย?

เป็นโครงการที่ดีมากครับ
แต่ยังสงสัยอยู่ว่าเราควรใช้คำไหนดี
ระหว่าง พระสอนศีลธรรมในโรงเรียนกับ ครูพระสอนศีลธรมในโรงเรียน หรือ ครูพระช่วยสอนศีลธรรมฯลฯ

โครงการนี้ควรทำความเข้าใจให้ตรงกับ ควรใช้ คำว่า พระสอนศีลธรรม เฉยๆแบบนี้ เพราะถ้ามีคำว่า ครูพระสอนศีลธรรม พวกท่านๆต้องเกิดปัญหาตามมา กับคุรุสภา กรณีใบประกาศวิชาชีพครู และอื่นๆอีกมากมาย ลงโฆษณาใหม่นะ ว่า ประกาศรับพระสอนศีลธรรม OK ด้วยความปราถนาดีอย่างยิ่ง

สาธุ ขอกราบอนุโมทนาบุญอย่างยิ่งครับ เป็นโครงการที่สนับสนุนให้ทุกฝ่ายตื่นตัว ในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ยอดเยี่ยมเลยครับ สาธุๆๆครับ พม.โชคชัย วัดพระเชตุพนฯ กทม.

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับผม เพราะพระเราที่เก่งๆมีเยอะแยะ แต่ความรู้ความรู้ที่เรียนมากับไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยครับ ถือว่าโครงการนี้สนับสนุนให้พระเรามีส่วนในการได้จรรโลงพระพุทธศานาอย่างแท้จริง
ต่อไปนี้ เราจะไม่ใช่มังกรหลับอีกต่อไป.......
สามเณรมังกร บัวทอง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กทม.

น่าสงสารพระที่ทำงานนะ.............

ผมกลับคิดว่าถ้าพระไม่รู้จักทำงานจะน่าสงสารมากกว่า
น่าสงสารพระศาสนา

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.