พศ.ออกระเบียบว่าด้วยการจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา พ.ศ.2552
เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัดในพระพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ซึ่งได้สร้างขึ้น ตั้งขึ้น โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้เป็นหมวดหมู่ เป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถอ้างอิงได้ พศ.จึงได้ออกระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา พ.ศ.2552 ดังนี้
ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ว่าด้วย การจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา พ.ศ.2552
ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 46 และพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารเเละอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 มาตรา 159 เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัดในพระพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ซึ่งได้สร้างขึ้น ตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้เป็นหมวดหมู่ เป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถอ้างอิงได้ จึงสมควรจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา โดยมีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องชัดเจน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาดิ จึงได้วางระเบียบไว้ดังนี้
- ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา พ.ศ.2552"
- บรรดากฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
- คำว่า "วัด" ในระเบียบนี้ หมายถึงวัดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 - การบันทึกข้อมูลรายละเอียดของวัดลงในทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา กระทำได้ดังนี้
4.1 เป็นวัดที่มีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก่อนวันทีได้ประกาศใช้ระเบียบนี้
4.2 เป็นวัดที่ได้มีการประกาศตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505
4.3 เป็นวัดที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประกาศแจ้งความยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์ พ.ศ.2514
หรือเป็นวัดที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประกาศยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505
4.4 เป็นวัดที่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างขึ้น
ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ.121 หรือได้รับอนุญาติให้สร้างและตั้งวัด ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 หรือได้รับอนุญาตให้สร้างและตั้งวัดตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) และฉบับที่ 3 (พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 หรือเป็นวัดที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประกาศแจ้งความยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์ พ.ศ.2514 หรือได้รับการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แต่ไม่ปรากฏชื่อวัดอยู่ในทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา
4.5 เป็นวัดที่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา และปรากฏในราชกิจจานุเบกษาว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (กระทรวงศึกษาธิการเดิม) ได้ประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว
4.6 เป็นวัดที่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา หรือมีพยานหลักฐานทีเชื่อได้ว่าตั้งวัดขึ้นก่อนปีที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 จะมีผลบังคับใช้
โดยจะฟ้องมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินเป็นของวัดเรียบร้อยแล้ว กรณีที่ยังไม่มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินนั้นก่อน
- วัดที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ เป็นผู้อนุมัติให้บันทึกข้อมูลของวัดลงในทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา
- วัดที่อยู่ในหลักเกณฑ์ ตามข้อ 4.6 หรือที่มีปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนาต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับ จนถึงเจ้าคณะภาค และให้มีคณะกรรมการที่มีผู้แทนมหาเถรสมาคมร่วมเป็นกรรมการที่ปรึกษาพิจารณากลั่นกรอง และมีมติเป็นความเห็นว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นวัดเก่าตกสำรวจที่ไม่มีชื่ออยูในทะเบียนวัดให้เสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อพิจารณาสั่งการให้บันทึกข้อมูลของวัด
ลงในทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา และให้ถือเป็นข้อยุติ - วัดที่ไม่อยูในหลักเกณฑ์ ตามข้อ 4 ต้องดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด ตั้งวัดตามขั้นตอน และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2520)
ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แล้วแต่กรณี - วัดที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณลักษณะตรงตามข้อใด
ข้อหนึ่งของหลักเกณฑ์ในข้อ 4 ให้จัดทำเรื่องยื่นต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (วัดในเขตกรุงเทพมหานคร) หรือยื่นต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (วัดในส่วนภูมิภาค) ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตามแบบที่กำหนดในท้ายระเบียบนี้ - ให้กองพุทธศาสนสถานกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดทำทะเบียนวัดในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ได้ข้อมูลรายละเอียดของวัดทั่วราชอาณาจักร และประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลวัดให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
- ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด จัดทำทะเบียนวัดในสังกัดจังหวัด โดยประสานกับกองพุทธศาสนสถานเพื่อให้มีข้อมูลรายละเอียดที่ถูกต้องตรงกัน และเป็นปัจจุบัน
- ให้ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถานรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2552
(นางจุฬารัตน์ บุณยากร)
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ดาวน์โหลด ระเบียบทะเบียนวัด.pdf
- อ่าน 3315 ครั้ง

ความคิดเห็น
5 November 2009
18 สัปดาห์ 20 ชั่วโมง
ไม่สามารถอ่านให้เข้าใจได้อย่างละเอียดทั้งหมด แต่ขอเรียนเสนอสัก ๒ เรื่องสำคัญคือ
๑. เทศกาลกฐิน ปีนี้ผ่านไปแล้ว แต่ปีหน้าขอให้ทบทวนใหม่ ช่วยจัดเรียงรายการวัดที่อยู่ในถิ่นพูรกันดาร ตามซอกหลืบป่าและเขา วัดยากจน จนแล้วจนเลยเหล่านี้จะจัดการอย่างไรที่จะได้รับกฐินหรือผ้าป่าก็ตามกันถ้วนหน้า ได้ยินรายการธรรมทางวิทยุแล้ว ทำใจลำบาก บางวัดต้องบากหน้ามาหาหลวงพ่อหลวงพี่ให้ช่วยหาเจ้าภาพกฐินให้ด้วย หรือจัด "วัดใหญ่เอื้อวัดเล็ก" ก็น่าจะดี
๒. เรื่องสุขภาพของพระสงฆ์องค์เณรจะทำอย่างไร ให้รพ.สงฆ์รับผิดชอบนักบวชทั่วประเทศไม่โหดไปหรือ พระจำนวนแสนมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ตั้งแต่เบาจนถึงหนัก ถ้าใช้ประกันสุขภาพหมู่น่าจะทำได้เพราะเอาจำนวนเป็นหลักในการคิดค่าประกันชีวิต ก็จะทำให้การตัดสินใจของพระง่ายขึ้นคือจะเข้ารับการรักษาในรพ.ของรัฐหรือของเอกชน แต่ส่วนมากจะขอรับการรักษากับรพ.เอกชน (ทั้งๆที่บุคคลากรทางการแพทย์ก็มาจากรพรัฐบาลทั้งนั้น เพียงแต่การต้อนรับของเขา ดี)
เรื่องนี้มีคนแสดงความคิดเห็นที่ www.bpct.org ของศูนย์พิทักษ์ฯแล้วค่ะ
แสดงความคิดเห็น