นำภาพพุทธทาส-หลวงพ่อปัญญาฯ ตั้งให้ประชาชนเคารพที่สวนโมกข์

สวนโมกข์นำภาพถ่ายคู่สหายธรรม (ท่านพุทธทาส-ท่านปัญญา) ให้พุทธศาสนิกชนเคารพ เผย คำสอนของ 2 ท่านไม่ตาย เหตุมีผู้สืบสานต่อ

(13 ตค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังท่านปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์มรณภาพ ตั้งแต่วันที่ 10 ตค.นั้น โดยวันแรกที่พุทธศาสนิกชนทราบว่าท่านปัญญานันทภิกขุมรณภาพ ในส่วนสวนโมกขพลารามหรือวัดธารน้ำไหล อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ทางเจ้าคุณภาวนาโพธิคุณ หรือท่านอาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล พร้อมพระในสวนโมกขพลาราม ได้เดินทางไปเคารพศพแล้ว

ส่วนบรรยากาศที่สวนโมกขพลาราม ทางพระได้นำรูปถ่ายคู่ของท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญาในระหว่างที่หารือเรื่องหลักธรรมะที่สวนโมกข์เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาที่บนม้าหินอ่อนใกล้เคียงกับรูปเหมือนท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมาก ขณะเดียวกันในส่วนของการปฏิบัติธรรมและคำสอนของท่านพุทธทาสยังมีนักเรียน นักศึกษาไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย อดีตพระอุปถาก(พระที่ดูแลใกล้ชิด)ท่านพุทธทาสภิกขุสมัยที่ท่านพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุนั้น มีแนวทางในการเผยแพร่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ไม่ให้ยึดติดวัตถุ โดยในอดีตได้บวชและจำพรรษาอยู่ด้วยกันโดยท่านพุทธทาสภิกขุบวชเป็นพระขณะที่ท่านปัญญานันทภิกขุยังเป็นสามเณร และต่อมามีแนวทางเผยแพร่ธรรมะแนวทางเดียวกัน จึงเรียกได้ว่าเป็นสหายธรรมซึ่งมีทั้งหมด 3 องค์ที่ยึดหลักเผยแพร่ธรรมะเหมือนกัน นับถือเป็นพี่น้องกัน

โดยที่ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นพี่ใหญ่ มีพระอาจารย์บุญชวนหรือท่านเจ้าคุณประกาศิต พระราชชัยกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร (เสียชีวิตก่อนเพื่อน) เป็นน้องรอง และท่านปัญญานันทภิกขุ เป็นน้องเล็ก โดยการเผยแพร่ธรรมะทั้ง 3 องค์ยึดหลักเหมือนกันไม่ให้ยึดติดกับวัตถุและยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

พระอาจารย์สิงห์ทอง กล่าวอีกว่า ท่านปัญญานันทภิกขุมีส่วนในการสร้างสวนโมกข์โดยเฉพาะสวนโมกข์นานาชาติท่านปัญญานันทภิกขุมีส่วนอย่างมากในการจัดหาปัจจัยมาซื้อที่ดินไร่ละประมาณ 10,000 บาท เพื่อต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อความสงบเมื่อ 20 ปีที่แล้วในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษาตามความประสงค์ของท่านพุทธทาสภิกขุที่ต้องการให้ธรรมชาติคงอยู่ควบคู่ไปกับการเผยแพร่ธรรมะ

พระอาจารย์สิงห์ทอง กล่าวด้วยว่า การมรณภาพของท่านปัญญานันทภิกขุครั้งนี้ เป็นกฏธรรมชาติ ห้ามไม่ได้ ในส่วนของการสืบสานทางศาสนายังต้องดำเนินต่อไป กิจกรรมที่สวนโมกข์ยังมีตลอดคือการเผยแพร่ศาสนาและยึดหลักเหมือนเดิม เป็นการสืบสานต่อจากท่านพุทธทาสภิกขุและท่านปัญญานันทภิกขุ โดยสภาพปัจจุบันนี้วัตถุท่วมหัวใจคน ต้องใช้หลักธรรมะในการเยียวยา ในส่วนของธรรมะก็ต้องมีผู้สืบทอดต่อเหมือนกันแม้ว่าทั้งท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุดับไปแล้วทั้ง 2 องค์แต่ยังไม่ได้ขาดเสาหลักทางศาสนา ยังมีผู้สืบทอด โดยเฉพาะที่สวนโมกขพลารามแห่งนี้ยังสืบสานต่อไป คำสอนของท่านพุทธทาสและท่านปัญญานันทภิกขุยังมีอยู่ ยังไม่ตาย

ส่วนการที่รัฐบาลจะนำเสนอชื่อท่านปัญญานันทภิกขุสู่ยูเนสโก เหมือนกับท่านพุทธทาสภิกขุนั้น พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคนที่จะทำเพราะทั้ง 2 ท่านมีแนวทางเผยแพร่ธรรมะเหมือนกัน

นายดำรงค์ แคว้นโอฬาร ผอ.โรงเรียนบ้านหนองเรี้ย ม.9 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งพานักเรียน 45 คนระดับชั้น ป.4- ป.6 และครู 12 คนมาศึกษาธรรมะที่สวนโมกข์และเคารพรูปถ่ายคู่กัน ของท่านพุทธทาสภิกขุกับท่านปัญญานันทภิกขุ กล่าวว่า แนวทางคำสอนหลักธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุและท่านปัญญานันทภิกขุ มีแนวทางเหมือนกัน โดยท่านพุทธทาสภิกขุเผยแพร่ในภาคใต้และเป็นที่รู้จักของคนภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ก่อนที่จะเป็นรู้จักไปทั่วโลก

ในขณะที่ท่านปัญญานันทภิกขุ เผยแพร่ธรรมะในภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ จนเป็นที่รู้จักเช่นเดียวกัน และแม้ว่าท่านทั้ง 2 มรณภาพไปแล้ว แต่คำสอนยังไม่ตาย ยังมีอยู่และมีผู้สืบสานต่อไปอย่างที่สวนโมกข์แห่งนี้ยังมีสภาพเหมือนเดิมและคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุยังเผยแพร่ไปทั่วโลก

นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า ที่พานักเรียนและครูมาศึกษาธรรมะที่สวนโมกข์ครั้งนี้ เพราะบางคนไม่เคยมาเห็น แม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลมากนัก และเห็นว่าคำสอนของท่านพุทธทาสเป็นแบบอย่างที่เป็นจริงเข้ากับทุกยุคสมัย ไม่ให้ยึดติดกับวัตถุสอดคล้องกับหลักปรัชญา”เศรษฐกิจพอเพียง”ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งนักเรียนได้เรียนรู้ธรรมะควบคู่ไปกับธรรมชาติและทุกคนไม่รู้สึกเบื่อกลับมีความชอบธรรมะและหลักคำสอนเพิ่มมากขึ้น

ที่มา:
คมชัดลึก

แสดงความคิดเห็น