ย้ำมติ มส. เงินค่าผาติกรรมที่ดินวัดหรือธรณีสงฆ์ ให้ใช้ได้แต่ดอกผลเท่านั้น
พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) เปิดเผยว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีการรายงานผลการตรวจสอบการเก็บรักษาเงินค่าผาติกรรม ซึ่งเป็นเงินที่รัฐต้องจ่ายให้วัดในกรณีที่ภาครัฐไปเวนคืนที่ดินของวัด ย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2540-2549 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 21/2506 เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2506 ให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดแจ้งวัดทั้งหลายในเขตปกครองให้ถือเป็นหลักปฏิบัติเกี่ยวกับเงินค่าผาติกรรมที่ดินวัดหรือธรณีสงฆ์
โดยให้ตั้งไว้เป็นทุนทรัพย์สินของวัดและจัดการให้เกิดประโยชน์จากทุนนี้ในทางที่มั่นคง และมติ มส. ครั้งที่ 6/2542 เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2542 ให้นำเงินค่าผาติกรรมตั้งเป็นทุนของวัด โดยนำฝากธนาคารออมสิน หรือธนาคารพาณิชย์ ห้ามนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น ให้ใช้ได้แต่ดอกผลเท่านั้น และที่ประชุมได้มีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำรวจการใช้เงินค่าผาติกรรมย้อนหลัง 10 ปี ว่าถูกต้องตามมติมหาเถรฯ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจพบว่ามีวัดถูกผาติกรรมรวม 281 วัด รวมเป็นเงินค่าผาติกรรมทั้งสิ้น 803,941,366 บาท มีวัดที่ปฏิบัติตามมติมหาเถรฯ จำนวน 204 วัด รวมเป็นเงิน 662,531,064 บาท วัดที่นำเงินค่าผาติกรรมไปใช้จ่ายโดยขออนุญาตเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับ จนถึงมหาเถรฯ เพียง 18 วัด รวมเป็นเงิน 29,163,655 บาท วัดที่นำเงินค่าผาติกรรมไปใช้จ่ายโดยไม่ขออนุญาตเจ้าคณะผู้ปกครอง 15 วัด เป็นเงิน 6,241,422 บาท วัดที่ยังไม่ได้รับเงินค่าผาติกรรม 4 วัด เป็นเงิน 9,331,745 บาท และวัดที่ยังไม่ตอบแบบสำรวจ 40 วัด เป็นเงิน 136,673,480 บาท
พระธรรมกิตติเมธี กล่าวต่อว่า วัดที่นำเงินค่าผาติกรรมไปใช้จ่ายโดยไม่แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครอง ถือว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ แต่ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าเกิดจากสาเหตุใด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมาจาก 2 สาเหตุ คือ 1.เกิดจากความไม่เข้าใจระเบียบ 2.เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ด้วยเห็นว่าเป็นเงินของวัด จึงจะนำไปใช้ก่อนแล้วค่อยนำมาคืน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบแล้วว่าวัดที่นำเงินผาติกรรมไปใช้โดยไม่แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครอง คือวัดใดบ้าง และได้ขอให้ทำหนังสือชี้แจงโดยเร็วที่สุด
- อ่าน 716 ครั้ง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น