ละโลภะ

อริยสัจที่ ๒ คือสมุทัย สภาพธรรมได้แก่โลภเจตสิก ซึ่งเรียกว่าตัณหา ในพระไตรปิฎก

แสดงตัณหาไว้หลายนัยตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น ตัณหา ๓ ตัณหา ๔ ตัณหา ๖ และ

ตัณหา ๑๐๘ เป็นต้น สำหรับพระอรหันต์ท่านดับตัณหาได้ทั้งหมดไม่มีเหลือ พระอนา

คามีบุคคลดับตัณหาที่เป็นไปในกาม พระสกทาคามี พระโสดาบันดับตัณหาที่เกิดร่วม

กับความเห็นผิดในรูปนามขันธ์ห้าว่าเป็นตัวตน(โลภทิฏฐิคตสัมปยุต) ดังนั้นลำดับของ

การละตัณหาของพระอริยสาวกเป็นลำดับอย่างนี้ และการละตัณหาต้องละด้วยปัญญา

ไม่ใช่เราไปละด้วยความเป็นตัวตน ถ้าปัญญาไม่เกิดการละตัณหาก็มีไม่ได้และปัญญา

ระดับโสตาปัตติมรรคละตัณหาที่เกิดร่วมกับความเห็นผิด และ ตัณหาที่เป็นไปกับการ

ยึดถือข้อปฏิบัติที่ผิดจากหนทางอริยมรรคมีองค์แปด สำหรับนักบวชภายนอกพยายาม

ละตัณหาด้วยความเป็นตัวตน ด้วยเพียงการข่มไว้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ดับเป็น

สมุจเฉท