เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า มีโอกาสได้กราบมนัสการพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่กฎหมายการโอนโรงพยาบาลชลประทานมาอยู่ในการกำกับดูแลของ มศว ท่านบอกให้ มศว ช่วยดูแล พัฒนา พร้อมสนับสนุนโรงพยาบาลชลประทานและโรงเรียนชลประทานวิทยา สืบเนื่องจากทั้งโรงพยาบาลและโรงเรียน เป็นแนวคิดของท่านหลวงพ่อ
“จากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาหนังสือธรรมะของหลวงพ่อ ทำให้เห็นว่าธรรมะของหลวงพ่อปัญญาฯ เป็นพุทธปลอดจากไสยเวทย์ เป็นเนื้อแท้ของธรรมะจริง ๆ คนที่ศึกษาจะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่พระภิกษุเท่านั้น หากแต่ท่านยังเป็นนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ สามารถเชื่อมโยงธรรมะเข้ากับทุกเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม การเมือง การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สันติภาพ และธรรมชาติ การที่ท่านละสังขารทำให้ประเทศไทยสูญเสียนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้หลวงพ่อยังทำให้ชาวโลกจำนวนมากได้เรียนรู้แก่นแท้ของศาสนาพุทธ มศว ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในสาขาการศึกษา เมื่อ ปี 2532” นายวิรุณ กล่าว
นายวิรุณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มศว กำลังดำเนินการจัดตั้งกองทุนหลวงพ่อปัญญาฯ ขึ้น เพื่อระดมทุนพัฒนารพ.ชลประทาน ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องระดมทุนให้ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ จะตั้งศูนย์ศึกษาเผยแพร่พุทธธรรม ให้ชาวพุทธเป็นพุทธศาสนิกชนที่ปลอดไสยเวทย์ คาดว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวจะจัดตั้งที่ มศว องครักษ์ หรือที่ รพ.ชลประทาน นอกจากนี้ จะสร้างรูปปั้นเหมือนหลวงพ่อปัญญา ขนาด 50 เซนติเมตร เพื่อให้ชาว มศว และคนไข้ที่มารักษาในโรงพยาบาลชลประทานและวัดระลึกถึงหลวงพ่อปัญญาฯ อยู่เสมอ ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายกับทาง รพ.ชลประทานอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ไปเคารพศพ และสรงน้ำศพในวันที่ 12 ตุลาคมนี้
แสดงความคิดเห็น