ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยเฉพาะผลงานด้านทัศนศิลป์ว่า การสร้างงานที่บอกความหมายด้วยภาพสามารถตีความได้กว้างและหลากหลาย ซึ่งบางครั้งการตีความก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวกับประเด็นของชาติ ศาสนา และการเมือง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เพราะมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของคน บางครั้งเจตนารมณ์ของผู้ทำงานศิลปะและผู้ตีความอาจจะมองคนละเรื่องกันได้ ดังนั้นแม้อาชีพศิลปินจะไม่มีการกำหนดจรรยาบรรณทางวิชาชีพไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่สิ่งที่คนทำงานศิลปะจำเป็นต้องมีก็คือสำนึก และความรับผิดชอบต่อสังคม
ศ.ดร.วิรุณ กล่าวต่อไปว่า งานศิลปะต้องใช้หลักคิดแห่งการตีความ โดยจะสร้างความคลุมเครือ ให้คนตีความได้หลากหลาย ดังนั้นศิลปินต้องระวังให้มาก เพราะเมื่อมีการตีความได้หลากหลายก็ต้องมีทั้งแง่บวก แง่ลบ มีความคิดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สถาบันการศึกษาจึงต้องสอนหลักคิดเหล่านี้ให้นิสิต นักศึกษาที่เรียนศิลปะด้วย
“ผมไม่อยากให้ศิลปินเอาวิธีการคิดของตัวเองเป็นตัวตั้งมากเกินไป หากใช้ความคิดของตัวเองเป็นตัวตั้งมากและใช้ภาพเป็นสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมย่อมมีโอกาสไปกระทบคนอื่น ๆ ได้เสมอ แม้ว่าการแสดงงานศิลปะที่มีประเด็นและแสดงภาพที่ออกมาอย่างชัดเจนจะเป็นแนวทางของการแสดงงานศิลปะเพื่อชีวิตที่หวังจะนำศิลปะไปสร้างสิ่งถูกต้องดีงาม สร้างจริยธรรม ศีลธรรม แต่ก็ต้องระวังสิ่งที่แสดงออกไป นั่นก็คือไปกระทบความรู้สึกและความศรัทธา” ศ.ดร.วิรุณ กล่าว.
นายอนุพงษ์ จันทร นับถือศาสนาคริสตร์นิกายโรมันคาทอลิก..และเป็นภาพโป้....ที่ใต้จีวร..
นมัสการ/เรียน พุทธบริษัท, webmaster พระไทย
จากกรณีมีเหตุการเขียนภาพ "ภิกษุสันดานกา" ขึ้นนี้ ขออนุญาตที่จะไม่แสดงความเห็นว่าถูกต้องหรือไม่? เพราะมีผู้แสดงความเห็นมามากเป็นล้านแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องการนำมาแสดงให้ทราบคือ เรื่องนี้มีขบวนการจัดตั้ง ไม่ใช่เป็นเรื่องของความไม่ประสีประสา หรือ ความซาบซึ้งในรสพระธรรม ของจิตรกรตามอ้าง ที่กล่าวว่าเรื่องนี้มีขบวนการอยู่เบื้องหลัง เพราะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ซึ่งกำลังเรียบเรียงจะนำมาให้ชาวพุทธทั้งหลายได้รับทราบ แต่ในชั้นต้นนี้ ขอนำคำถามมาให้ทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับกรณีนี้ ต้องตอบให้ได้ว่า
1. ถ้าไม่ใช่เจตนา แต่เป็นเรื่องบังเอิญ เหตุใด นายอนุพงษ์ (จิตรกร) จึงต้องใช้ "ผ้าจีวรของพระสงฆ์" เป็นผ้าสำหรับการเขียนภาพ ?
2. ที่อ้างว่าอ่านพระไตรปิฎกส่วนนี้แล้วซาบซึ้ง จึงต้องเขียนเป็นภาพออกมา แต่เหตุใด นายอนุพงษ์จึงไม่รู้แม้กระทั่งว่า อรรถกถาเรื่องที่ตัวเองซาบซึ้ง จนเกิดมโนภาพเอามาเขียนเป็นภาพได้นั้น อยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหน หมวดอะไร ข้ออะไร ? = เป็นไปได้หรือ ที่คุณอ่านหนังสือประทับใจมาก แต่จำชื่อหนังสือไม่ได้ ?
3. ตามที่นายอนุพงษ์อ้างว่า ประทับใจในข้อความว่า "ภิกษุ สันดานกา" จึงเอามาใช้เป็นชื่อภาพ แต่ปรากฏว่า ไม่มีพระไตรปิฏกแปลเป็นไทยเล่มใด ที่ใช้คำว่า "สันดานกา" แม้แต่ในต้นฉบับพระบาลีในอรรถกถาส่วนนี้ ก็ไม่ได้ใช้คำว่า "สันดาน" และไม่มีคำว่า "สันดาน" อยู่ในหมวดนี้โดยสิ้นเชิง คำถามคือ นายอนุพงษ์ไปเอาคำว่า "ภิกษุ สันดานกา" มาจากที่ไหน ?
ก็ขอฝากคำถามไว้เพียงเท่านี้ก่อนที่จะได้นำเสนอหลักฐาน ที่มา ตัวบุคคล ที่สร้างกระแสนี้ต่อเนื่องจากกรณี "..... หลวงหนุ่ย...จตุคาม ..." ซึ่งเป็นขบวนการจัดตั้งเดียวกัน
นมัสการ/เรียน มาด้วยความเคารพยิ่ง
เม็ดทราย
แสดงความคิดเห็น