พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับศพ "หลวงพ่อปัญญา" ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 7 คืน และพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ วัดชลประทานฯ รับเงินบริจาคแทนพวงหรีด เพื่อนำเงินไปบำเพ็ญกุศลและสมทบทุนสร้างอุโบสถกลางน้ำ อธิการบดี มศว เผยหลวงพ่อฝากให้ดูแล-พัฒนาโรงพยาบาลชลประทานและโรงเรียนชลประทานวิทยา
บรรยากาศที่โรงพยาบาลชลประทานรังสฤษฏ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล รวมถึงผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ต่างแต่งชุดดำเพื่อไว้อาลัยแด่พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ ประชาชนทยอยเดินทางมากราบไหว้และลงนามไว้อาลัยแด่หลวงพ่อปัญญาอย่างเนืองแน่น แม้จะมีฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงพยาบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการะสังขารหลวงพ่อปัญญาได้ถึงในห้องจินดาสงวน ตึก 80 ปี ปัญญานันทะ โดยผู้ที่ต้องการจะเข้าไปกราบสักการะศพจะต้องลงชื่อเพื่อเรียงลำดับในการเข้าสักการะครั้งละ 5 คน โดยมีตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อย อำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. คุณหญิงโฉมศรี กำภู ณ อยุธยา ภริยาของ ม.ล.ชูชาติ กำภู อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ผู้ที่ถวายที่ดินสร้างวัดชลประทานรังสฤษฏ์ และเป็นผู้นิมนต์หลวงพ่อปัญญามาจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ ตั้งแต่ปี 2503 มากราบสักการะสังขารหลวงพ่อปัญญา ที่ห้องจินดาสงวน และได้ลงนามในสมุดไว้อาลัยที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ที่บริเวณห้องโถง
ขณะที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน พร้อมด้วยภรรยา ไปเคารพศพหลวงพ่อปัญญาเมื่อช่วงบ่าย หลังจากไปดูความเรียบร้อยในการเตรียมสถานที่สำหรับตั้งศพภายในศาลาขจรประศาสน์ เช่นเดียวกับ นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าฯ นนทบุรี พร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาด และนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.นนทบุรี เข้ากราบสักการะศพหลวงพ่อปัญญาด้วยเช่นกัน
นายเชิดวิทย์ กล่าวว่า หลวงพ่อปัญญาเป็นพระผู้ทำประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรยกย่อง สรรเสริญ และจะอยู่ในความทรงจำของพุทธศาสนิกชนตลอดไป การสูญเสียครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญของประเทศ และทางจังหวัดจะปรึกษาหารือ เพื่อดำเนินการสร้างรูปปั้นหลวงพ่อปัญญามาประดิษฐานให้ชาวบ้านได้กราบสักการบูชาต่อไป
ในหลวงทรงรับศพ “หลวงพ่อปัญญา” ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้ทำหนังสือแจ้งกลับมายัง พศ.แล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับศพพระพรหมมังคลาจารย์ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ดังนี้ 1.พระราชทานพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม กำหนด 7 คืน 2.การบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน, 50 วัน, 100 วัน 3.บำเพ็ญพระราชกุศลออกเมรุพระราชทาน พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งของต่างๆ
ได้แก่ หีบพร้อมเครื่องสุกรรมศพ พร้อมดอกไม้ประดับศพ เมรุ ดอกไม้จันทน์แก่แขกที่มาพระราชทานเพลิงศพ ผ้าไตรพร้อมจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์บังสุกุลก่อนเคลื่อนศพ พระนำศพ พระบังสุกุลก่อนพระราชทานเพลิงศพ พระสามหาบ (พระเก็บกระดูก) จตุปัจจัยถวายพระสงฆ์หน้าไฟ ภัตตาหารถวายบรรจุปิ่นโตถวายพระพระราชทาน ลุ้งสำหรับใส่อังคาร น้ำเลี้ยงพระสงฆ์และแขกที่มาร่วมงานทั้งหมด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นกรณีพิเศษ ส่วนโกศแปดเหลี่ยม น้ำหลวงสรงศพ สวดพระอภิธรรม 3 คืน ไตรครอง 1 ไตร เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับพระราชทานตามระดับชั้น และสมณศักดิ์อยู่แล้ว
พระเทพปริยัติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ และเจ้าคณะภาค 17 กล่าวถึงกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อปัญญาว่า เวลา 08.30-09.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม เคลื่อนศพหลวงพ่อปัญญาจากโรงพยาบาลชลประทานไปยังศาลาขจรประศาสน์ วัดชลประทานฯ เวลา 09.00-16.45 น. พระเถรานุเถระ ข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ กราบเคารพศพ สรงน้ำ และวางพวงหรีด เวลา 17.00 น. พระราชทานน้ำสรงศพ และเวลา 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เสร็จพิธี
พระเทพปริยัติเมธี กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่จะเดินทางมากราบเคารพศพหลวงพ่อปัญญา เปลี่ยนจากรับพวงหรีดเป็นเงินบริจาค โดยวัดจะเปิดบัญชีธนาคารจัดตั้งกองทุนบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระพรหมมังคลาจารย์ เพื่อนำเงินมาบำเพ็ญกุศลศพตลอด 100 วันนับจากนี้ เนื่องจากทางวัดยังไม่มีเจ้าอาวาส จึงไม่สามารถเบิกเงินวัดมาใช้จ่ายได้ และหากเงินเหลือภายหลังเสร็จสิ้นงานแล้ว ก็จะพิจารณานำไปสมทบทุนการจัดสร้างอุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่หลวงพ่อปัญญาเป็นประธานจัดหาทุน
หลวงพ่อฝากดูแลพัฒนา รพ.-ร.ร.ชลประทานฯ
นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า มีโอกาสได้กราบมนัสการหลวงพ่อปัญญาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่กฎหมายการโอนโรงพยาบาลชลประทานมาอยู่ในการกำกับดูแลของ มศว หลวงพ่อปัญญาบอกให้ มศว ช่วยดูแล พัฒนา พร้อมสนับสนุนโรงพยาบาลชลประทานและโรงเรียนชลประทานวิทยา สืบเนื่องจากทั้งโรงพยาบาลและโรงเรียนเป็นแนวคิดของหลวงพ่อ
“จากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาหนังสือธรรมะของหลวงพ่อ ทำให้เห็นว่าธรรมะของหลวงพ่อปัญญาเป็นพุทธปลอดจากไสยเวทย์ เป็นเนื้อแท้ของธรรมะจริงๆ คนที่ศึกษาจะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่พระภิกษุเท่านั้น หากแต่ท่านยังเป็นนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ สามารถเชื่อมโยงธรรมะเข้ากับทุกเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม การเมือง การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สันติภาพ และธรรมชาติ การที่ท่านละสังขารทำให้ประเทศไทยสูญเสียนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้หลวงพ่อยังทำให้ชาวโลกจำนวนมากได้เรียนรู้แก่นแท้ของศาสนาพุทธ มศว ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตแด่หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในสาขาการศึกษาเมื่อปี 2532” นายวิรุณ กล่าว
นายวิรุณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มศว กำลังดำเนินการจัดตั้งกองทุนหลวงพ่อปัญญาขึ้น เพื่อระดมทุนพัฒนาโรงพยาบาลชลประทาน ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องระดมทุนให้ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ จะตั้งศูนย์ศึกษาเผยแผ่พุทธธรรมให้ชาวพุทธเป็นพุทธศาสนิกชนที่ปลอดไสยเวทย์ คาดว่าศูนย์ดังกล่าวจะจัดตั้งที่ มศว องครักษ์ หรือที่โรงพยาบาลชลประทาน นอกจากนี้ จะสร้างรูปปั้นเหมือนหลวงพ่อปัญญา ขนาด 50 เซนติเมตร เพื่อให้ชาว มศว และคนไข้ที่มารักษาในโรงพยาบาลชลประทานและวัดระลึกถึงหลวงพ่อปัญญาอยู่เสมอ ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายกับโรงพยาบาลชลประทานอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ไปเคารพศพและสรงน้ำศพในวันที่ 12 ตุลาคมนี้
นสพ.ชาวพุทธ มรดกหลวงพ่อที่ต้องสานต่อ
พระครูสมุห์บุญเลิศ ชยวังโส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สมัยที่หลวงพ่อปัญญาจำอยู่ที่วัดอุโมงค์ หลวงพ่อปัญญาได้ริเริ่มทำหนังสือพิมพ์ชาวพุทธ ซึ่งเป็นเอกสารเผยแผ่ธรรมให้แก่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศและต่างประเทศ เนื้อหาในหนังสือพิมพ์จะเป็นงานเขียนของท่านพุทธทาสและของหลวงพ่อเอง ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ชาวพุทธยังคงมีการพิมพ์จำหน่ายให้สมาชิกเป็นราย 3 เดือน อัตราค่าสมาชิก 100 บาท ขณะนี้มีสมาชิกทั่วประเทศประมาณ 800 ราย และในต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ดี แม้หลวงพ่อปัญญาจะมรณภาพ วัดอุโมงค์จะยังคงจัดทำหนังสือพิมพ์ต่อไปตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อ
แสดงความคิดเห็น