จากการที่มีการร้องเรียนร้องเรียนจาก องค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนกลุ่มคณะสงฆ์ เกี่ยวกับผลงานศิลปกรรมที่ได้รับรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยม อันดับ 1 เหรียญทองประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ในชื่อผลงาน "ภิกษุสันดานกา" ของนายอนุพงษ์ จันทร ว่าไม่เหมาะสมในการจัดการแสดง เป็นภาพประเภทเสียดสี หรือหมิ่นเหม่ต่อการดูหมิ่นเหยียดหยามพระภิกษุ และพระพุทธศาสนา ไม่เหมาะสมในการเผยแพร่ นั้น
มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานการแสดงศิลปกรรม แห่งชาติ ครั้งที่ 53 และผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2550 ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยยศิลปากร เพื่อคลี่คลายข้อร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และมีมติเห็นชอบ ดังนี้
1. ผลงานที่ได้รับรางวัลชื่อ "ภิกษุสันดานกา" นี้ ศิลปินมีแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ว่า เพื่อเตือนสติแก่บุคคลในสังคมตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิได้มีเจตนาที่จะแสดงออกถึงการเหยียดหยาม ลบลู่ ดูหมิ่นพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด โดยศิลปินนำแนวคิดมาจากคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เคยตรัสสั่ง สอนแก่ภิกษุ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถ้าใครจะเรียกภิกษุรูปใดว่าเป็นภิกษุลามก ภิกษุนั้นคงโกรธมาก เพราะถือเป็นการประณามที่หนัก แต่พระพุทธเจ้าจำแนกลักษณะของภิกษุลามกไว้ถึง 10 อย่าง ภิกษุหรือฆราวาสทั่วไป น่าจะจำลักษณะเหล่านี้ไว้เป็นสูตรวัด ความเป็นภิกษุไม่ว่าเถระหรือลูกวัด เพื่อจะได้รู้ว่าเรากราบไหว้ภิกษุดีหรือภิกษุลามก ประกอบกับพระไตรปิฎก เล่มที่ 24 ซึ่งภิกษุสันดานกานี้ถือเป็นภิกษุลามกประเภทหนึ่งในสิบอย่างที่พระพุทธเจ้า ทรงตรัสสั่งสอนไว้ อีกทั้งในอดีตกาลการวาดภาพประกอบพระไตรปิฎก เป็นการนำพระพุทธภาษิตมานำเสนอประกอบเพื่อให้ฆราวาสผู้มิได้ศึกษาบาลี สามารถเข้าใจพุทธภาษิตได้จากภาพวาดภาพเขียน ทั้งในสมุดข่อยหรือในภาพจิตรรรมฝาผนังตามวัดวาอารามต่างๆ
2. มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลไม่สามารถระงับการให้รางวัลแก่ผู้ได้ รับรางวัลในครั้งนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานศิลปกรรมที่ส่งเข้าร่วม ประกวด มีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบและมีมาตรฐานในระดับสูง โดยจะพิจารณาจากคุณค่าของการสร้างสรรค์ผลงาน สำหรับผลงานชื่อ "ภิกษุสันดานกา" เป็นผลงานประเภทจิตรกรรม ชิ้นเดียวที่คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสิน มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยม อันดับหนึ่งเหรียญทอง จากผลงานประเภทต่าง ๆ ที่ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 352 ชิ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่าภาพดังกล่าวนี้มิได้หมิ่นศาสนาแต่ประการใด แต่ศิลปินต้องการสื่อให้มองเห็นสิ่งไม่ดีงามที่กำลังทำลายพุทธศาสนาอยู่ทุก วันนี้ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินรางวัลในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นเยี่ยม นักวิชาการศิลปะ และศิลปินอิสระ โดยมีรายนามดังนี้
- ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยม กรรมการ
- นายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ กรรมการ
- อาจารย์พิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ กรรมการ
- อาจารย์อินสนธิ์ วงค์สาม ศิลปินแห่งชาติ กรรมการ
- อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ กรรมการ
- ศาสตราจารย์เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยม กรรมการ
- รองศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินชั้นเยี่ยม กรรมการ
- ศาสตราจารย์เดชา วราชุน ศิลปินชั้นเยี่ยม กรรมการ
- รองศาสตราจารย์เข็มรัตน์ กองสุข ศิลปินชั้นเยี่ยม กรรมการ
- ศาสตราจารย์ ดร.สันติ เล็กสุขุม นักวิชาการศิลปะ กรรมการ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพร รอดบุญ นักวิชาการศิลปะ กรรมการ
- ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี นักวิชาการศิลปะ กรรมการ
- รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ นักวิชาการศิลปะ กรรมการ
3. เนื่องจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ เป็นการจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะสู่สาธารณชน ดังนั้น
จึงเห็นควรจะสอบถามข้อมูลและความคิดเห็นจากพระชั้นผู้ใญ่ / พระนักปฏิบัติ / พระผู้นำทางศาสนา นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ทางด้านศาสนา ตลอดจนบุคคลหลากหลายกลุ่มเกี่ยวกับภาพดังกล่าว เพื่อนำข้อคิดเห็นมาจัดพิมพ์เป็นเอกสารเผยแพร่สู่สาธารณชนให้เร็วที่สุด
url: http://www.su.ac.th
มันขึ้นอยู่กับว่า "ใครตัดสิน" ไม่มีข้อสรุปหรอกครับเรื่องแบบนี้
เรื่องศาสนาเป็นเรื่องหนึ่งไม่ควรถกเถียงกัน เหมือนๆ ภาพสัตว์(จินตนาการว่า เป็นลิง ก็แล้วกันเพราะมันคล้ายๆคน) ผสมพันธ์ ทางวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ คนอื่นๆอาจมองว่าน่ารังเกียจก็ได้
วันเสาร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ ผมได้มีโอกาสไปฟัง "ป๋วยเสวนาคาร" ในหัวข้อเรื่อง "หนังสือต้องห้ามฯ" ส. ศิวรักษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวว่า "สันดานกา" ยังน้อยไป เพราะ "ภิกษุ" ไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันน่าจะเหมาะกับคำว่า "สันดานเฮี่ย" เลยด้วยซ้ำ
คิดว่าคูณกำลังจะสอนพระหรือ ก่อนที่จะสอนคนอื่นสอนตัวเองหรือยัง ตัวเองยังไม่เข้าพระพุทธศาสนาให้ดีพอเลย เข้าใจเพียงเล็กน้อยแล้วคิดจะมาสอนพระ พระปฏิบัติดีมีอยู่มาเอาสอนน้อยมาทำแบบนี้มีแต่ทำให้พระส่วนใหญ่เสียหาย อยากดังล่ะซิถึงได้ทำแบบนี้
I came from a vey strong Buddhist family. My dad who was a strongest buddhist in the family read Pra-Tai-Pi-Dock a lot. He didn't even kill a mosquito, he told us as kids that we have to do just a good thing in this world, so we could meet with Pra-Mae-See-Arn or Pra-See-Ariya-Mettrayo.
We're as his kids have not even known how to say a bad word. Since we were children, if we said a bad word, our dad would punish or discipline us. I know many things from him about Buddhism (my daid died in 1972). But from 1990 to 1999, I studied all about religions in the world, I found out that there are just two big religions in this world: Christinity and Hinduism. Buddhism came from Hinduism [???] and Islam came from Christianity. So, Buddhism came to Thailand or Laos from India, and Christianity came to Thailand or Laos from Middle East. Both of them are not from our own ones.
Buddhism is a religion and Christianity is also a religion, both of them have good laws to have people to follow: Buddhism has 5, 8, 10, 227 perspects, so they could live together with love and peace, and Christianity has 10 commandments and 613 subcommandments. Could people follow all of these laws? No! No one could do that and no one is perfect, if no one is perfect, no one go to Heaven. All of us will go to Hell because we are not perfect. Heaven is for whoever is perfect. So, what should we do to excersise perfectly all of these laws? As human being, no one could do.
In James 2:10 said, "For whoever keeps the whole law and yet stumbles at just one point is guilty of breaking all of it." The last questions that I would like to ask:
1. Who did create the first man and woman?
2. Why first man and woman were created?
3. Why we have to be in this earth? How long we would be here and why are there a lot of sufferings in this world?
4. Where the Spirit of people will go after they died? (Spirit will never come back to this earth, my understanding Spirit will go to Hell or Heaven).
5. Are there Heaven and Hell?
6. Who did created this universe and these two places, Heaven and Hell? I think if we are just argueing because of religions, it brings us nothing good, because we all could not follow all the laws that religions have for us. Religions were made by people, not by God who owns everything in this universe.
(I am sorry that my English is not good enough to write a clear sentence). thanks,
แล้วแต่คนจะคิดเจตนาของผู้วาดจะรู้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร อยู่ในใจของเขาคนที่ทำขึ้นมาคนเดียว และคนที่ตัดสินก็ไม่รู้ว่าจิตเขาคิดอย่างไร แต่สุดท้ายกรรมที่เขาทำ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ผิดหรือถูก ก็ต้องตอบสนองเขา ไม่มีใครหนีกฎแห่งความจริงนี้ไปได้
ถ้าเจตนาดีก็ขอให้ประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าเจตนาไม่ดี ก็แล้วแตเวรแต่กรรมแล้วกัน
ฉันจะนั่งดูความเจริญแล้วความเสื่อมของเมืองไทยและคนไทยพระไทยและทุกคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนมีอารยธรรม มีศิลปะในหัวใจ หรือเพียงแค่ความคิดลมๆ แล้ง ของคนไร้จิตสำนึก เพราะทุกคนมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่รบกวนเสรีภาพและชื่อเสียงของคนอื่น จึงชื่อว่าเป็นคน
ก็น่าเสียดายที่มีความรู้มีการศึกษา แต่ว่าเป็นมนุษย์ไม่ได้เพราะใจยั้งขาดจิตสำนึกของคำว่าคน มีความรู้ไม่มีปัญญา
พุทธศาสนาสอนว่า คนมีปัญญาจะทำแต่สิ่งที่ไม่มีโทษ ถึงจะดีเลิศวิเศษสักแค่ไหน มีโทษแค่นิดเดียวเขาจะไม่ทำถึง จะเรียกว่ามีความรู้จริงๆ ไม่ใช่ความรู้จอมปลอมเหมือนที่วิทยาลัยต่างๆ สอนกันอยู่ทุกวันนี้ น่าสมเพชมนุษย์ทุกวันนี้มากเลย หรือจะเรียกว่าอะไรดี
สิ่งดี ๆ มีถมไป ทำไมไม่รู้จักทำ สัตว์เดรัจฉานเห็นผ้าเหลืองยังต้องเคารพยำเกรง
คิดเขียนออกมาได้ ในจิตกมลสันดานคงไม่รู้บาปบุญ
from Doipang
นี่ถ้าเป็นศาสนาอิสลาม คนวาดคงตายไปแล้วละ คงไม่ได้มานั่งรับรางวัลหรอก
ทำไรไม่รู้จักคิด เห็นใจคนพุทธบ้าง
คนตัดสินก็ตัดสินไม่คิด ทำไมไม่วาดคนร่วมเพศกันเลย มันก็ศิลป์เหมือนกันนี่หว่า ไม่รู้จะหาคำมาว่ามันไงดี
แสดงความคิดเห็น