ผลักดันสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศเป็น "วิทยาลัยเฉพาะทาง"

 

 เมื่อวันที่ ๕  ตุลาคม  ๒๕๕๐  เวลา ๑๔.๐๐ น.  คณะกรรมการสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ได้จัดประชุม ครั้งที่ ๑ / ๒๕๕๐ ณ วัดพระศรีมหาธาตุ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน  กรุงเทพมหานคร  คณะกรรมการสำนักงานฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (สพธต.) ซึ่งเป็นพระเถรานุเถระ (ธรรมยุต)   ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารงานพระธรรมทูต ให้การสนับสนุนส่งเสริมงานพระธรรมทูตไปต่างประเทศทั้ง ๔ ทวีปทั่วโลก  ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้  ประเด็นสำคัญในการประชุม คือ เพื่อทราบรายงานการปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อมในการจัดฝึกอบรมพระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๔/๒๕๕๑  และพิจารณาเพื่อพัฒนางานการจัดฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  

 เวลา ๑๔.๐๐ น.คณะกรรมการเข้าสู่ที่ประชุม  พระพรหมเมธี  กรรมการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานเปิดการประชุม พระเทพปริยัติวิมล เลขานุการสำนักงานฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (สพธต.) รองอธิการบดีฝ่ายบริหารรักษาการรองอธิการบดีฝ่ายเผยแผ่และวิเทศสัมพันธ์ และรักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ถวายรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบและดำเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระที่กำหนด  เริ่มด้วยพิจารณาเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้าง หน้าที่และภารกิจ ของสำนักงานเลขานุการสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (สพธต.) ให้มีบุคลากรปฏิบัติงาน และแบ่งภารกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม โดยเสนอแผนแม่บทของสำนักงานฯ ฉบับร่าง ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ ปรัชญา นโยบาย  เป้าหมาย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ และอื่นๆ ตามลำดับ ขึ้นพิจารณา  ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อที่เสนอแต่ให้ปรับปรุงให้มีความกลมกลืนในด้านเนื้อความและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน  ครอบคลุม ๕ ด้าน คือ การบริหาร พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย ส่งเสริมงานให้มีคุณภาพ จัดองค์ความรู้และเผยแผ่แก่ประชาชน และสร้างเครือข่ายให้กว้างขวางและแข็งแรง 

พระเทพวิสุทธิกวี  เสนอให้คณะทำงานปรับหลักสูตรที่ใช้อบรมในปัจจุบัน ๒ เดือน ครึ่ง เป็นหลักสูตร ๓ เดือน และปรับเป็นมอบประกาศนียบัตรแทนวุฒิบัตร และสมควรปรับสำนักฝึกอบรมเป็นวิทยาลัยเฉพาะทาง จักทำให้เข้ามาตรฐานและเสนอต่อ สกอ. กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป 

พระเทพญาณกวี เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ    แจ้งว่า สำหรับอาคาร สถานที่ ภายในวัด และการสนับสนุนด้านภัตตาหาร  มีความพร้อมตลอดเวลาและรับมือได้หากจะขยายเวลาฝึกอบรมออกเป็น ๓ เดือน และยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่

พระธรรมวราจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ในฐานะกำกับดูแลงานพระธรรมทูต สายประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า ปัจจุบันขาดพระอุปัชฌาย์ในการให้อุปสมบทแก่ผู้ศรัทธาในอินโดนีเซีย และมีปัญหาในเรื่องการบริหารพระธรรมทูตเนื่องจากยังไม่มีระเบียบและกฏข้อบังคับที่ชัดเจน และไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างพระสงฆ์เถรวาทของอินโดนีเซียและพระธรรมทูตจากประเทศไทย  จึงสมควรมีการประชุมสัมมนาระหว่างสองฝ่ายเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจได้ดียิ่งขึ้น

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ในปี ๒๕๕๐ นี้ โดยมีหนังสือผ่านนายฉลอง ช้างขวัญยืน  กรรมการที่ปรึกษาสำนักฝึกฯ ซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จำนวน ๑๓  วัด  ในสหรัฐอเมริกา คือ  ๑) วัดญาณรังสี  รัฐเวอร์จิเนียร์ ๒) วัดป่าธรรมชาติ รัฐแคลิฟอร์เนีย ๓) วัดภูริทัตตวนาราม รัฐแคลิฟอร์เนีย ๔) วัดพุทธดัลลัส รัฐเท็กซัส  ๕) วัดวอชิงตันพุทธวนาราม  รัฐวอชิงตัน  ๖) วัดพุทธไทยถาวรวนาราม รัฐนิวยอร์ค ๖) วัดฟลอริดาธรรมาราม  รัฐฟรอริดา ในประเทศแคนาดา วัดราชธรรมวิริยาราม เมืองอ๊อตตาวา  ในทวีปยุโรป ๑) วัดป่าโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ๒) วัดธรรมปทีป กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส   ในทวีปออสเตรเลีย ๑) วัดป่าพุทธรังษ   เมืองลูเมียร์ ๒) วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจืน  วัดพุทธธรรมาราม เมืองฮ่องกง รวมทั้งสิ้น ๑๓  วัด  คณะกรรมการเสนอให้การทอดกฐินพระราชทานครั้งนี้ ให้ดำเนินการวัดที่มีความพร้อมเพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย  อีกเรื่องหนึ่ง ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เคยเสนอให้คณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศคัดเลือกวัดต้นแบบในต่างประเทศ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่วัดและสำนักสงฆ์ ต่างๆ ในแต่ละประเทศ และเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนา คณะกรรมการเสนอให้คัดเลือกวัดที่พร้อมองค์ประกอบและควรกระจายไปในหลายพื้นที่  

 

สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน  สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือที่ ศธ 0210.121/5231 ลงวันที่  ๑  ตุลาคม  ๒๕๕๐  เพื่อเสนอเข้าวาระการประชุมเกี่ยวกับการร่วมกันจัดการศึกษานอกโรงเรียนให้กับคนไทยในต่างประเทศ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่เสนอ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์และมีวัดในต่างประเทศ หลายวัดได้มีกิจกรรมประเภทนี้อยู่บ้างแล้ว และให้มีคณะทำงานศึกษาและประสานงานเพื่อดำเนินงานได้จริง ตามที่ศูนย์ส่งเสริมการศึกษานอกโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เสนอมา 
ในวาระอื่นๆ เลขานุการฯ (พระเทพปริยัติวิมล) เสนอเรื่องวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธศาสนศึกษา  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เรื่อง “ศึกษาประสิทธิภาพการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตคณะธรรมยุตในประเทศสหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นงานวิจัยของ น.ส.เพชรนิกุล ณ นคร  นักศึกษาระดับปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมี น.ส.ศิริลักษณ์  แท้เที่ยง และ นางชนุตพร ภู่พันธ์ศรี เป็นผู้ช่วยวิจัย  กำหนดหาความสัมพันธ์ใน ๔ ด้าน คือ ด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติศาสนกิจ  ด้านปัจจัยที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติศาสนกิจในด้านต่างๆ ด้านประโยชน์ของหลักสูตรการฝึกอบรมทั้งภาควิชาการและภาคฝึกจิตภาวนา  และด้านความคิดเห็นในส่วนของการนำหลักสูตรการฝึกอบรมใปใช้จริง  ในการนี้  น.ส.ศิริลักษณ์  แท้เที่ยง  ได้นำเสนอในที่ประชุมเพื่อให้คณะกรรมการได้ทราบผลการวิจัยและนไปแก้ไขเพื่อพัฒนาสำนักฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรม และกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ในพื้นที่  

ที่ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามสมควร  พระธรรมเมธาจารย์ รองประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน กล่าวให้โอวาทและปิดประชุม

แสดงความคิดเห็น