หอศิลป์อังกฤษหมิ่นพุทธ - ศิลเปอะ "กล้วย-ไข่" ท้าตำรวจจับ

หลบ - หอศิลป์ในเมืองนอริช ประเทศอังกฤษ นำพระพุทธรูปที่มีกล้วยหอมกับไข่ 2 ฟองวางบนตัก หันเข้าร้านแล้ว ขณะที่สำนักพุทธฯ จี้กระทรวงต่างประเทศทำหนังสือประท้วงเพราะหมิ่นศาสนาพุทธอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 5 ต.ค.

คุณหญิงไขศรี จี้กระทรวง ตปท.-สถานทูตไทยประจำอังกฤษทำความเข้าใจเจ้าของหอศิลป์เมืองผู้ดี แสดงนิทรรศการดูหมิ่นชาวพุทธ เอากล้วยหอมกับไข่ 2 ฟองวางบนตักพระพุทธรูป ตม.เตรียมขึ้นบัญชีดำศิลปินเจ้าของผลงาน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องงานศิลป์ย่ำยีชาวพุทธ เผยเจ้าของหอศิลป์ยังกร้าว ยันกลับจากพักผ่อนแล้วจะหันหน้าพระพุทธรูปออกถนนเหมือนเดิม ตร.จะบุกจับก็ยอม อ้างต้องปกป้องเสรีภาพการสร้างสรรค์งานศิลปะ ประท้วงภาพศิลปะ "ภิกษุสันดานกา-หมา-นุษย์" บาน ฮึ่มฟ้อง 2 ศิลปินแห่งชาติ "ถวัลย์ ดัชนี-ประหยัด พงษ์ดำ"

จากกรณีหอศิลป์เซนต์ ไจลส์ สตรีต หรือ "เซนต์ ไจลส์ สตรีต แกลเลอรี่" ในเมืองนอริช เขตนอร์ ฟอล์ก ประเทศอังกฤษ ของนายเดวิด คอปเปล จัดแสดงนิทรรศการศิลปะทำลายความรู้สึกชาวพุทธ โดยนำเอากล้วยหอมโลหะกับไข่ 2 ฟอง วางบนตักของพระพุทธรูปทำให้ดูเหมือนอวัยวะเพศชาย ตั้งแสดงอยู่ในตู้กระจกเด่นสง่าหน้าหอศิลป์ จนทำให้ชาวพุทธที่เดินผ่านไปผ่านมาทนไม่ไหวแจ้งให้เจ้าหน้าที่จับกุม แต่นายเดวิดแก้ปัญหาแค่หันหน้าพระพุทธรูปเข้าข้างในเท่านั้น ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว. วัฒนธรรม กล่าวว่า จะให้สถานทูตไทยประจำประเทศอังกฤษและกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการแก้ไข โดยจะต้องทำความเข้าใจกับเจ้าของหอศิลป์ว่า การกระทำแบบนี้ลบหลู่ศาสนา สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจต่อผู้พบเห็น ซึ่งชาวพุทธส่วนใหญ่รับไม่ได้ที่นำกล้วยและไข่ไก่มาประกอบกันเหมือนอวัยวะเพศชาย และทราบว่าไม่ได้มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น ยังมีศาสนาอื่นๆ ที่ถูกนำมาจัดนิทรรศ การอย่างไม่เหมาะสมอีกด้วย จึงอยากให้ยุตินิทรรศ การดังกล่าว เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างศาสนาได้

"เรื่องที่เกิดขึ้นมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะการดูหมิ่นและลบหลู่พระพุทธศาสนา เรื่องนี้จะต้องมีการประสานงานระหว่างประเทศ โดยอยากให้กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตอังกฤษ ดำ เนินการแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลายขึ้น เพราะเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวพุทธที่อยู่ในประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่กระทรวงวัฒนธรรมดูแลในเรื่องศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม คงจะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการ พร้อมทั้งชี้แจงให้ชาวต่างชาติเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม การนับถือพระพุทธเจ้า ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งเคารพสูงสุดของชาวพุทธด้วย" รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นายสมชาย สุรชาตรี ผอ.กองพุทธสารนิเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทำหนังสือทักท้วงไปยังกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำเนินการระงับการกระทำดังกล่าวอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม หากชาวพุทธพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อพระพุทธรูปหรือสิ่งอันเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน โปรดแจ้งศูนย์ร้องทุกข์ สำนักพุทธฯ ตู้ป.ณ.444 ปณจ.พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 หรือโทร. 0-2441-5140 หรือ sn_buddhism@hotmail.com

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวง การต่างประเทศ กล่าวว่า ทำหนังสือติดต่อประสานงานไปยังสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่หอศิลป์ในเมืองนอริช และนายกเทศมนตรีเมืองนอริชปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือนำผลงานการแสดงศิลปะเกี่ยวกับพระพุทธรูปที่เป็นการหมิ่นพระพุทธศาสนาออกจากการแสดงโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี เมื่อกรมสารนิเทศทำหนังสือเตือนไปที่หอศิลป์เมืองนอริชแล้ว เรายังคงให้เจ้าหน้าที่ของเราติดตามตรวจสอบความคืบหน้าเป็นระยะๆ อย่างใกล้ชิด จนกว่าจะมีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สตม. กล่าวว่า ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิช ผบช.สตม. ประชุมหารือและสั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหามาตรการในการดำเนินการตอบโต้ผู้ดูหมิ่นศาสนาพุทธในเรื่องนี้อย่างจริงจังตามอำนาจหน้าที่ที่เรามี เบื้องต้นประสานไปยังสถานทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน เพื่อขอรายชื่อเจ้าหน้าที่ของหอศิลป์และผู้ที่มีส่วนในการจัดนิทรรศการนี้เพื่อที่เราจะเสนอกระทรวงมหาดไทยตาม ม.16 ของ พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง ขอขึ้นบัญชีบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ไม่พึงประสงค์ให้เข้าประเทศไทย โดยเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อศาสนาและศีลธรรมอันดี ส่วนถ้ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จะประสานฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศเสนอถอนวีซ่าทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนในประเทศอังกฤษยังคงเกาะติดข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง โดยหนังสือพิมพ์ "นอร์ฟอล์ก อีสเทิร์น เดลี่ เพรส" รายงานล่าสุดว่า นายคอปเปล ซึ่งอยู่ระหว่างการพักผ่อนทางภาคใต้ของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ยืนยันจะไม่เก็บงานแสดงชิ้นนี้ออกจากนิทรรศการ โดยบอกว่า เมื่อเดินทางกลับถึงเมืองนอริชจะหันหน้าพระพุทธรูปออกสู่ถนนเหมือนเดิม ถ้าตำรวจจะบุกจับก็ยอมให้จับแต่โดยดี เพราะเห็นว่างานศิลป์มูลค่า 8.75 ล้านบาท หรือ 125,000 ปอนด์ชิ้นนี้ เกิดจากอิสรภาพทางความคิดของนายคอลิน เซล์ฟ ศิลปินเจ้าของผลงาน

"ผมจะกลับไปนอริชสัปดาห์หน้าและปรึกษากับทนายความ ส่วนจะถูกจับหรือไม่นั้น ผมไม่ได้กลัวหรือคิดถึงมันเลย ถ้าจำเป็นต้องถูกจับผมก็ยอมให้จับ เพื่อประท้วงและปกป้องเสรีภาพของการสร้างสรรค์งานศิลปะ" นายคอปเปล กล่าว

สำนักข่าวอีฟนิ่ง นิวส์ 24 รายงานเพิ่มเติมว่า มีประชาชนโทรศัพท์เข้าไปต่อว่าต่อขานประณามแกลเลอรี่จำนวนมาก บางสายบอกว่า "ขอให้นายคอปเปลถูกพระเจ้าลงทัณฑ์" ซึ่งนายคอปเปล กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าคำพูดนี้เป็นคำขู่ฆ่าหรือไม่ ถ้าคนพูดเป็นชาวพุทธจะเสียใจมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยเมื่อกลับไปถึงอังกฤษอาจต้องขอให้ตำรวจช่วยอารัก ขาดูแลความปลอดภัย

สำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า นายทอม ลิลเวลลิน สมาชิกศูนย์พระพุทธศาสนาเมืองนอริช กล่าวว่า การที่นายคอลิน เซล์ฟ นำพระพุทธรูปมาสร้างงานศิลปะเช่นนี้ไม่ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า แต่เบื้องต้นรู้สึกยินดีที่ทางหอศิลป์ยินยอมใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยแนวทางสายกลาง คือ หันพระพุทธรูปกลับเข้าด้านในเพื่อความเหมาะสม

ส่วนความคืบหน้าการประท้วงภาพ "ภิกษุสันดานกา" และภาพ "หมา-นุษย์" ของนายอนุพงษ์ จันทร ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ พระภิกษุ แม่ชี และฆราวาส ประมาณ 100 รูป/คน นำโดย พระมหาโชว์ ทัสสนีโย รองผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริหารสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ นายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ เพื่อคัดค้านการแสดงภาพเขียนภิกษุสันดานกาและภาพ "หมา-นุษย์" ที่จัดแสดงอยู่ในงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยขบวนประท้วงโชว์แผ่นป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีต่างๆ นานา อาทิ "ขอประณามอศิลปะสันดานดิบ สันดานหมา", "อศิลปินอนุพงษ์ อมนุษย์ นรกส่งมาเกิด" รวมถึงประกาศเชิญชวนประชาชนสองข้างทางร่วมขบวนด้วย พร้อมทั้งสวดอิติปิโสไปตลอดทาง โดยนายบุญรัตน์ วงศ์ใหญ่ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนรับหนังสือ

สำหรับข้อความในหนังสือ ขอให้รมว.ศธ.ดำเนินการสอบสวนอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีจัดแสดงภาพภิกษุสันดานกา และภาพอื่นๆ ลบหลู่พระพุทธศาสนา โดยระบุว่าองค์กรทางพระพุทธศาสนา 53 องค์กร ประกอบด้วย ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นต้น เรียกร้องให้ มศก.ยกเลิกการนำภาพเขียนชื่อ "ภิกษุสันดานกา" และภาพ "หมา-นุษย์" มาแสดงในงานนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 ที่จะแสดงไปจนถึงวันที่ 29 มี.ค. 2551 แต่มศก.ไม่ยอมรับฟังคำท้วงติง ตรงข้ามกับแสดงอาการไม่ให้ความสำคัญต่อข้อท้วงติงของพุทธศาสนิกชน เท่ากับมศก.มีส่วนร่วมในการทำลายพระพุทธศาสนาโดยตรง ดังนั้น องค์กรทางพระพุทธศาสนาขอเรียกร้องให้ศธ.ซึ่งเป็นต้นสังกัดของมศก. ดำเนินการให้ มศก.ระงับการนำภาพ "ภิกษุสันดานกา" และภาพ "หมา-นุษย์" ออกจากการแสดงนิทรรศการและยุติการเผยแพร่ภาพในรูปแบบต่างๆ และให้มศก.แสดงความรับผิดชอบต่อการย่ำยีพระ พุทธศาสนาครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ร่วมลงนามคัดค้านด้วย ซึ่งการเคลื่อน ไหวที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่งไม่เคยออกมาแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้

ต่อมาเวลา 11.30 น. กลุ่มผู้ประท้วง ร่วมกันสวดบังสุกุล พร้อมวางพวงหรีด และรูปถ่ายของนายอนุพงษ์ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นพากันเหยียบภาพถ่ายนายอนุพงษ์และเผา พร้อมพวงหรีดที่มีข้อ ความว่า นายอนุพงษ์และคณะกรรมการตัดสินภาพ ถ่ายฯ ชาตะ 15 มี.ค. 2523 และมรณะ 5 ต.ค. 2550

นายเสถียร กล่าวว่า วันอังคารที่ 9 ต.ค.นี้ องค์กรทางพระพุทธศาสนา จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 10.00 น. และจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ตามกฎหมายอาญา มาตรา ที่ 206 ผู้ใดที่ดูหมิ่นทำลายพระพุทธศาสนา จะต้องระวางโทษ 1 ปีถึง 7 ปี และปรับ 2,000-10,000 บาท และกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 79 รัฐจะต้องให้การอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยผู้ที่จะถูกฟ้อง คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องใน มศก.และคณะกรรมการคัดเลือกให้รางวัล รวมถึงผู้เขียน รวมทั้งสิ้น 18 คน

ด้านพระมหาโชว์ กล่าวว่า ในส่วนของการยื่นฟ้องต่อศาลอาญานั้น นอกจากจะมีการยื่นฟ้องในนามองค์กรทางพระพุทธศาสนาแล้ว ทางสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แจ้งมาที่องค์กรทางพระพุทธศาสนาแล้วว่าจะร่วมยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ซึ่งการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาจะเป็นการยื่นฟ้องร้องต่อศิลปินแห่งชาติ ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินภาพในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากมีการดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเอาผิดกับคณะกรรมการคัดเลือกตัดสินภาพศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 จะมีศิลปินแห่งชาติ อาทิ นายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2544 นายประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ปี 2541 ถูกดำเนินการทางกฎหมายด้วย เนื่องจากร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือกภาพชุดดังกล่าว

นายญาณวิทย์ กุญแจทอง รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มศก. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์หนังสือ "ข้อคิดเห็นผลงานศิลปะภิกษุสันดานกา" เบื้องต้นจะจัดพิมพ์จำนวน 1,000 เล่ม คาดว่าในวันที่ 8 ต.ค.นี้ จะสามารถแจกจ่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สื่อมวลชน ศธ. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และผู้สนใจได้ เชื่อว่าเนื้อหาในหนังสือจะทำให้ประชาชนเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็นของนักปราชญ์และพระผู้ใหญ่ที่สังคมยอมรับเกี่ยวกับมุมมองงานศิลปะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกลุ่มองค์กรเครือข่ายฯ จะดำเนินการฟ้องร้องคณะกรรมการตัดสิน ผู้เกี่ยวข้อง และนายอนุพงษ์ พร้อมทั้งขอให้ ม.ศิลปากรแสดงความรับผิดชอบด้วยนั้น นายญาณวิทย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของกลุ่มผู้เคลื่อนไหว แต่ศาลจะรับฟ้องหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ทางผู้เคลื่อนไหวได้มีโอกาสพิจารณาจากเอกสารที่ม.ศิลปากร รวบรวมข้อคิดจากปราชญ์ พระเถระผู้ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการใดๆ

"ความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็สนับสนุน ไม่ได้ขัดแย้ง และเข้าใจต่อการสื่อความหมายของศิลปิน อย่างไรก็ตาม ที่อยากให้มศก.ออกมารับผิดชอบนั้น ผมบอกเพียงว่าเราพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแล้ว และยังยืนยันตามมติของคณะกรรมการว่าจะไม่ถอดรางวัลศิลปินแน่นอน เพราะการมอบรางวัลและจัดนิทรรศการนี้ ดำเนินการมาเกือบ 60 ปีแล้ว เช่นเดียวกับที่ส่วนการแสดงภาพดังกล่าวก็จะจัดแสดงตามปกติแต่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลภาพ แต่ต่อไปจะต้องมีการแสดงภาพในที่เฉพาะหรือไม่นั้นจะต้องหารือกันภายหลัง" นายญาณวิทย์ กล่าว

นายประหยัด พงษ์ดำ ประธานคณะกรรมการการตัดสินงานศิลปกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่กังวลหากจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่แต่ละฝ่ายจะกระทำได้ แต่คณะกรรมการยังคงยืนยันในหลักการการตัดสินเดิมที่พิจารณาไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุพงษ์ เจ้าของผลงาน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการเรียกร้องของสมัชชาชาวพุทธแห่งชาติ บอกเพียงว่า ต้องให้ม. ศิลปากรและผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ และไม่กังวลใจหากจะถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าของผลงาน

ที่มา:
ข่าวสด

สมองกลวง สิ้นคิด

ดี ๆ ทำเข้าไปเยอะ ๆ

พ่อรออยู่นะลูก

แสดงความคิดเห็น